รายงานการวิจัย การจัดการเร...

Post on 05-Jul-2020

8 Views

Category:

Documents

0 Downloads

Preview:

Click to see full reader

TRANSCRIPT

211สวนสาธารณะ

รายงานการวจยการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต :

สวนสาธารณะ

สำนกงานเลขาธการสภาการศกษากระทรวงศกษาธการ

212 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

รายงานการวจย การจดการเรยนร ของแหลงการเรยนร ตลอดชวต :สวนสาธารณะ

โดย รศ.ดร.อาชญญา รตนอบล และคณะ

สงพมพ สกศ. อนดบท 64/2548ISBN 974-559-773-2พมพครงท 1 กรกฎาคม 2548จำนวนพมพ 1,000 เลมผจดพมพเผยแพร สำนกมาตรฐานการศกษาและพฒนาการเรยนร

สำนกงานเลขาธการสภาการศกษากระทรวงศกษาธการ90/20 ถนนสโขทย เขตดสต กรงเทพฯ 10300โทร : 0-2668-7123 ตอ 2517, 2521โทรสาร : 0-2243-1129Web Site : http://www.onec.go.th

สำนกพมพ หางหนสวนจำกด ว.ท.ซ. คอมมวนเคชน32/99 ซอยรามอนทรา 65 ถนนรามอนทราแขวงทาแรง เขตบางเขนกรงเทพฯ 10220โทรศพท : 0-2509-4499โทรสาร : 0-2509-4546

001.37 สำนกงานเลขาธการสภาการศกษาส 691 ร รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนร

ตลอดชวต : สวนสาธารณะ กรงเทพฯ , 2548208 หนาISBN : 974-559-773-21. แหลงการเรยนรตลอดชวต-วจย 2. สวนสาธารณะ-วจย

3. ชอเรอง

213สวนสาธารณะ

แหลงการเรยนรตลอดชวต จดเปนแหลงหรอทรวมสาระ ความรอาจเปนสถานท ศนยขอมลขาวสาร สาระความร และบคคลทเออใหเกดการเรยนรตลอดชวต แหลงการเรยนรตลอดชวต มอยทกท ทกเวลามคณคา นาสนใจ และกระจายอยรอบตว ทกสวนของสงคมสามารถเปนไดทงผใหความรและผรบความร ซงหากมสวนรวมสนบสนนซงกนและกนกสามารถสงผลใหเปนสงคมแหงการเรยนรได สำนกงานเลขาธการสภาการศกษาในฐานะเปนหนวยงานหลกกำหนดนโยบายการศกษา ไดจดใหมการวจยศกษา การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรประเภทตาง ๆในมาตรา 25 รวม 7 ประเภท ไดแก หองสมดประชาชน พพธภณฑหอศลป สวนสตว สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร และอทยานวทยาศาสตรและเทคโนโลย โดยมวตถประสงคนำองคความร มาสงเคราะหจดทำเปนนโยบายสงเสรมแหลงการเรยนรตลอดชวตตอไป

เอกสารฉบบนเปน รายงานการศกษาวจยการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต : สวนสาธารณะ โดย รองศาสตราจารยดร.อาชญญา รตนอบล และคณะ สำนกงานฯ หวงเปนอยางยงวาองคความรในการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวตน จะกอใหเกดกระบวนการเรยนรในทกเวลา ทกสถานท และสงเสรมสนบสนนใหสงคมไทยเปนสงคมแหงการเรยนร ตอไป

(นายอำรง จนทวานช) เลขาธการสภาการศกา

215สวนสาธารณะ

รายงานการวจยเรองการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต : สวนสาธารณะ ทไดจดทำขนน ไดรบการสนบสนนจากสำนกงานเลขาธการสภาการศกษา คณะวจยขอขอบพระคณมา ณโอกาสน

นอกจากน คณะวจยยงไดรบความรวมมอเปนอยางดยงในการใหขอมลจากสวนสาธารณะในเขตกรงเทพมหานครและภมภาค ดงนสวนหลวง ร.๙ สวนจตจกร สวนวชรเบญจทศ สวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ สวนลมพน สวนสราญรมย สวนลานนา ร. ๙ สวนบวกหาดสวนศรเมอง สวนประตเมอง สวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร และสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ ซงผลจากการวจยทไดจดทำขนนจะเปนประโยชนอยางยงตอแนวทางการพฒนาการจดสวนสาธารณะใหเปนแหลงการเรยนรตลอดชวตทมความสอดคลองกบพระราชบญญตการศกษาแหงชาต พ.ศ. 2542 และทแกไขเพมเตม (ฉบบท 2) พ.ศ.2545

คณะวจย

217สวนสาธารณะ

งานวจยนมวตถประสงคหลก 3 ประการ คอ เพอศกษาสภาพปญหาการจดการเรยนร ของแหลงการเรยนร ตลอดชวต ประเภทสวนสาธารณะ เพอวเคราะหนโยบายและแผนสงเสรมการเรยนรดานสวนสาธารณะของการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศย และเพอศกษามาตรฐานการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต ประเภท สวนสาธารณะ

เนอหาของการวจย ครอบคลมนโยบายและแผนของหนวยงานวตถประสงคในการจดการศกษา วธการในการจดการศกษา บคลากรสาระและกจกรรมการเรยนการสอน การประเมนผลการเรยนร การสนบสนนทรพยากรเพอการเรยนร สภาพปญหา อปสรรคและขอเสนอแนะ

กรณศกษา ไดแก สวนสาธารณะในเขตกรงเทพมหานคร จำนวน5 แหง และสวนสาธารณะในเขตจงหวดหลกของแตละภมภาค จำนวน7 แหง วธดำเนนการวจย ใชวธการวจยเชงพรรณนา (DescriptiveResearch) โดยมขนตอนการวจย 3 ระยะ คอ การสำรวจและศกษาการจดการเรยนร การวเคราะหและสงเคราะหการจดการเรยนร และนำเสนอผลการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต ประเภทสวนสาธารณะ พรอมขอเสนอแนะ

เครองมอในการวจย คอ แบบสงเกตการดำเนนงานของสวนสาธารณะ และแบบสมภาษณเจาหนาทและผบรหารของสวนสาธารณะ

รายงานการวจย เรอง การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต :สวนสาธารณะ

218 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

เกยวกบการจดการเรยนรของสวนสาธารณะทง 12 แหง ทจดทำโดยคณะวจย

ผลการวจย พบวา นโยบายหลกในการจดสวนสาธารณะสวนใหญคอ เพอใหเปนแหลงนนทนาการของประชาชน ใชสำหรบพกผอนเปนหลก สวนสาธารณะบางแหงจดเปนแหลงวทยาการ เปนศนยกลางการจดกจกรรมตางๆ ในทองถน ดานการดำเนนการของสวนสาธารณะมหนวยงานดแลเฉพาะสภาพทวไปของสวนสาธารณะ แตไมมหนวยงานทจดการศกษาลงไปดแลโดยตรง ทำใหมปญหาดานการจดการเรยนรทงดานบคลากร ดานวชาการ และงบประมาณ

ดานมาตรฐานการเรยนรของสวนสาธารณะ พบวา สวนใหญมการจดกจกรรมสงเสรมการเรยนร ตามอธยาศย เปนท พกผอนของประชาชน มการจดกจกรรมของชมชน และบางแหงมการจดการศกษาตอเนอง คอ การอบรมฝกอาชพและมการประเมนผลการจดกจกรรม

ขอเสนอแนะในการจดแหลงการเรยนร ตลอดชวต ไดแกการสนบสนนดานวชาการโดยการตงหนวยงาน เพอรบผดชอบดานการจดการศกษาแกประชาชน การอบรมบคลากรภายในใหสามารถจดการศกษาได และการหางบประมาณ เพอสนบสนนการจดการศกษาใหเปนแหลงการเรยนรตลอดชวตทมประสทธภาพในอนาคต รวมทงตองไดรบการพฒนาใหเปนแหลงการเรยนรในชมชน และสนบสนนการศกษาตลอดชวต โดยพฒนาใหเปนเครอขายแหลงการเรยนรตลอดชว ต จดใหสวนสาธารณะมความสนกสนาน มช ว ตช วาโดยกำหนดมาตรฐานการเรยนร พฒนาบคลากรอยางสมำเสมอ วจยและพฒนา และใหชมชนมสวนรวมในการดำเนนการ

219สวนสาธารณะ

สารบญ

หนาคำนำบทสรปผบรหาร

สารบญสารบญตาราง

บทท 1 บทนำ 1ความเปนมาและความสำคญของปญหา 1วตถประสงคของการวจย 4ขอบเขตของการวจย 4คำจำกดความของการวจย 6ประโยชนทไดจากการวจย 9

บทท 2 เอกสารและงานวจยทเกยวของ 111. การศกษาตลอดชวต 12

1.1 ความหมายของการศกษาตลอดชวต 121.2 ความสำคญของการศกษาตลอดชวต 141.3 หลกการของการศกษาตลอดชวต 151.4 แนวปฏบตของการศกษาตลอดชวต 17

2. พระราชบญญตการศกษาแหงชาต พ.ศ. 2542และทแกไขเพมเตม (ฉบบท 2) พ.ศ. 2545 19

220 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

หนา2.1 การจดการศกษานอกระบบโรงเรยนตาม

พระราชบญญตการศกษาแหงชาต 192.2 การศกษาตามอธยาศยกบพระราชบญญต

การศกษาแหงชาต 213. แหลงการเรยนรในชมชน 27

3.1 ความหมายของแหลงการเรยนรในชมชน 273.2 ความสำคญของแหลงการเรยนรในชมชน

ตอการศกษานอกระบบ 293.3 ประเภทของแหลงการเรยนรในชมชน 353.4 การกำหนดนโยบายในการจดตงแหลงการเรยนร 383.5 ปญหาในการสรางหรอพฒนาแหลงการเรยนร

ในชมชน 384. สวนสาธารณะ 45

4.1 ความหมายของสวนสาธารณะ 454.2 ความสำคญของสวนสาธารณะและทพกผอนในเมอง 474.3 ลกษณะทดของสวนสาธารณะ 484.4 ประเภทของสวนสาธารณะ 494.5 มาตรฐานสวนสาธารณะตอประชากร 534.6 กฎหมายและหนวยงานทเกยวของกบการดแล

สวนสาธารณะ 564.7 ปญหาทพบในสวนสาธารณะ 66

5. งานวจยทเกยวของ 68

221สวนสาธารณะ

หนาบทท 3 วธดำเนนการวจย 71

ระยะท 1 ขนการสำรวจและศกษาการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต ประเภท สวนสาธารณะ 71

ระยะท 2 ขนการวเคราะหและสงเคราะหการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต ประเภท สวนสาธารณะ 75

ระยะท 3 ขนการนำเสนอการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต ประเภท สวนสาธารณะ 76

บทท 4 การจดสวนสาธารณะเปนแหลงการเรยนรตลอดชวต 77กรณศกษาท 1 สวนหลวง ร. ๙ 77กรณศกษาท 2 สวนลมพน 87กรณศกษาท 3 สวนจตจกร 96กรณศกษาท 4 สวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ 104กรณศกษาท 5 สวนวชรเบญจทศ 115กรณศกษาท 6 สวนลานนา ร. 9 123กรณศกษาท 7 สวนบวกหาด 131กรณศกษาท 8 สวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร 137กรณศกษาท 9 สวนประตเมอง 144กรณศกษาท 10 สวนสราญรมย 151กรณศกษาท 11 สวนศรเมอง 159กรณศกษาท 12 สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ 166

222 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

หนาบทท 5 สรป อภปรายและขอเสนอแนะ 175

สรปผลการวจย 175ตอนท 1 สรปวเคราหกรณศกษา 175ตอนท 2 สรปตามวตถประสงคการวจย 185

อภปรายผล 192ขอเสนอแนะ 197

บรรณานกรม 205คณะผจดทำ 209

223สวนสาธารณะ

หนาตารางท 1 มาตรฐานเนอทสวนสาธารณะตอประชากร

ในประเทศตางๆ 54ตารางท 2 มาตรฐานเนอทสวนสาธาณะตอประชากร

ในประเทศไทย 55

1สวนสาธารณะ

ความเปนมาและความสำคญของปญหา

ระบบการศกษาไทยในปจจบนควรเนนการมและใชแหลงการเรยนรตลอดชวตทหลากหลาย ทงนเพราะ การใหความสำคญกบแหลงการเรยนร ตลอดชวตมเพยงแหลงเดยว คอ ระบบโรงเรยน ซ งไมสามารถพฒนาบคคลใหสอดคลองกบวถชวต อาชพ วฒนธรรมสภาพแวดลอม และทรพยากรของชมชน และยงอาจทำใหเยาวชนคนรนใหมขาดความสามารถ ทกษะการดำรงชวตและพฒนาตนเองตามวถของชมชน เนองจาก ไมมแหลงการเรยนรอนเขามาเสรม

พระราชบญญตการศกษาแหงชาต พ.ศ. 2542 และทแกไขเพมเตม (ฉบบท 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 4 ใหความหมายของการศกษาวา“เปนกระบวนการเรยนรเพอความเจรญงอกงามของบคคลและสงคมโดยการถายทอดความร การฝก การอบรม การสบสานทางวฒนธรรมการสรางสรรคจรรโลงความกาวหนาทางวชาการ การสรางองคความรอนเกดจากการจดสภาพแวดลอม สงคม การเรยนร และปจจยเกอหนนใหบคคลเรยนรอยางตอเนองตลอดชวต” และ มาตรา 8 ระบวาการจดการศกษาใหยดหลก คอ เปนการศกษาตลอดชวตสำหรบประชาชนและใหสงคมมสวนรวมในการจดการศกษา

2 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

เมอพจารณานยามของการศกษา และปรชญาของการศกษาตลอดชวต พบวา การศกษามความจำเปนสำหรบชวตตงแตเกดจนตายการศกษาเปนสงทคกบชวต เพราะฉะนน บคคลจงควรไดรบการศกษาอยางเปนกระบวนการอยางตอเนองตลอดชวต ปจจบนการศกษาซงเปนการเรยนรตลอดชวตนน เปนเงอนไขทางการศกษาของภาวะหลงความทนสมยท ส งเสร มให บ คคลเข าส ความเช ยวชาญเฉพาะอยางไมมทสนสด ทงน เพราะการเรยนรตลอดชวตเปนแนวทางกระตนใหบคคลไปสวถทางทการเรยนรเปนสงทปราศจากขอบเขต ดงนนการท บ คคลจะไดร บการศกษาจงมหลายลกษณะ หลายวธการอาจอยในรปแบบการศกษาในระบบโรงเรยน การศกษานอกระบบโรงเร ยน หรอการศกษาตามอธยาศย บคคลสามารถแสวงหาความรในรปแบบตางๆ ได เชน การเขารบการฝกอบรม การเขารวมกจกรรม การไดรบความรจากสอประเภทตางๆ รวมถงการไดรบความรจากสงแวดลอมตาง ๆ เปนตน

การปฏรปการศกษาเพอใหเปนการศกษาตลอดชวต สำหรบประชาชนตามปรชญาการศกษาตลอดชวตดงกลาวนน ตองมปจจยเกอหนนใหบคคลสามารถทจะเรยนรไดอยางตอเนองตลอดชวต ปจจยเกอหนนทมสวนสำคญตอการศกษาทงโดยทางตรงและทางออม คอแหลงการเรยนรตลอดชวต ซงเปนศนยรวมหรอศนยกลางของความรในรปแบบตาง ๆ ทมอยในชมชน เปนเสมอนหองปฏบตการของการเรยนรมประโยชนทงในแงการกระจายโอกาสทางการศกษา การใหการศกษาตอเนองตลอดชวต มประโยชนตอกระบวนการเรยนการสอน ทำใหผเรยนไดรบประสบการณตรง กลาวไดวา แหลงการเรยนรตลอดชวตเปนส งท มผลตอการสรางกระบวนการพฒนาการเรยนร ท ย งยน

3สวนสาธารณะ

ควบคไปกบการจดการพฒนา การศกษาเพอการพฒนาประเทศอยางยงยน

ทงน กระบวนการพฒนาการเรยนรทยงยน พระราชบญญตการศกษาแหงชาต ถอวา เปนเครองมอทสำคญยง โดยเฉพาะเรองแหลงการเรยนรและการจดการแหลงการเรยนรตลอดชวต มาตรา 25ระบวา "รฐตองสงเสรมการดำเนนงานและจดตงแหลงการเรยนรตลอดชวต ทกรปแบบ ไดแก สวนสาธารณะ พพธภณฑ หอศลปสวนสตว สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร อทยานวทยาศาสตรและเทคโนโลย และศนยการกฬาและนนทนาการ แหลงขอมลและแหลงเรยนรอนอยางพอเพยงและมประสทธภาพ"

จดมงหมายสำคญตามพระราชบญญตการศกษาแหงชาต คอการปฏรปการเรยนรเพอพฒนาศกยภาพของคนไทยใหกาวสสงคมแหงการเรยนร ใหผเรยนทกคนสามารถเรยนรและพฒนาตนเองไดในทกเวลาและทกสถานท ซงแหลงการเรยนรจะสามารถเกอกลสงเหลานได

ดงนน สำนกงานเลขาธการสภาการศกษา โดยสำนกมาตรฐานการศกษาและพฒนาการเรยนร และคณะวจยจงไดทำการวจย เรองการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต : สวนสาธารณะเพอนำสาระงานวจยมาเปนขอมลขยายผลการดำเนนการ ตามมาตรา 25ของพระราชบญญตการศกษาแหงชาต โดยเฉพาะในสวนของสวนสาธารณะ ใหมการจดการเพอเปนแหลงการเรยนรตลอดชวตทมคณภาพตอไป

4 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

วตถประสงคของการวจย

1. เพอศกษาสภาพปญหาการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต ประเภท สวนสาธารณะ

2. เพอวเคราะหนโยบายและแผนสงเสรมการเรยนร ประเภทสวนสาธารณะ ทมตอการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศยในประเทศไทย

3. เพอศกษามาตรฐานการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต ประเภท สวนสาธารณะ

ขอบเขตของการวจย

1. การวจยครอบคลมประเดน ดงน1.1 สวนสาธารณะกบการจดการศกษา ทเชอมโยงตามระบบ

การศกษา ไดแก (1) การศกษาในระบบ (2) การศกษานอกระบบ และ(3) การศกษาตามอธยาศย โดยในแตละระบบการศกษามสาระทเกยวของในเรอง ตอไปน

1) นโยบายและแผน2) กฎหมายทเกยวของ3) หนวยงานทรบผดชอบ4) มาตรฐานการเรยนร5) การประเมนผลการเรยนร6) การสนบสนนทรพยากรเพอการเรยนร7) หลกสตรและวธการเรยนรในแตละระบบการศกษา

พรอมตวอยางการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

5สวนสาธารณะ

8) ลกษณะของกลมผเรยน9) ลกษณะของกลมผสอน

1.2 ขอเสนอนโยบายและแผนสงเสรมการเรยนร ประเภทสวนสาธารณะ ในการจดการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศย ในประเทศไทยทเหมาะสมกบปจจบน

1.3 เกณฑมาตรฐานการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต ประเภท สวนสาธารณะ

2. การวจยน ศกษาเก ยวกบการจดการเรยนร ของแหลงการเรยนรตลอดชวต ประเภท สวนสาธารณะ ในเขตกรงเทพมหานครภาคกลาง ภาคเหนอ ภาคตะวนออก ภาคตะวนออกเฉยงเหนอและภาคใต โดยในเขตกรงเทพมหานคร สวนสาธารณะทจดโดยกรงเทพมหานคร ในเขตภมภาคไดศกษา สวนสาธารณะทจดโดยสำนกงานเทศบาลของจงหวด

3. สวนสาธารณะทเปนกรณตวอยาง มดงน ในเขตกรงเทพมหานคร ไดแก สวนลมพน สวนจตจกร สวนวชรเบญจทศ สวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ และสวนหลวง ร.๙ ภาคกลาง ไดแก สวนสราญรมยจงหวดประจวบครขนธ ภาคเหนอ ไดแก สวนบวกหาดและสวนลานนาร.9 จงหวดเชยงใหม ในภาคตะวนออก ไดแก สวนศรเมอง จงหวดระยองภาคตะวนออกเฉยงเหนอ ไดแก สวนประตเมอง และ สวนสาธารณะ200ป บงแกนนคร จงหวดขอนแกน และภาคใต ไดแก สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ จงหวดสงขลา

6 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

คำจำกดความของการวจย

สวนสาธารณะ หมายถง สถานททจดโดยรบเพอใชเปนสถานทพกผอนหยอนใจ สำหรบประชาชนทกเพศทกวย โดยไมมการเกบคาบรการใด ๆ และมการตกแตงพนทไวอยางสวยงาม ประกอบดวย ตนไมทงไมดอก ไมประดบ สระนำ สนามหญา นอกจากนยงมสงอำนวยความสะดวกเพอสนองความตองการของประชาชน รวมทงมการจดกจกรรมในสวนสาธารณะ เชน กจกรรมออกกำลงกาย และอน ๆ มทตงอยในเขตกรงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคเหนอ ภาคตะวนออก ภาคตะวนออกเฉยงเหนอ และภาคใต

แหลงการเรยนรตลอดชวต หมายถง แหลงหรอทรวมสาระความรซงอาจเปนสถานทศนยรวมขอมล ขาวสาร หรอบคคลทเออใหเกดการเรยนรตลอดชวต

การจดการเรยนร หมายถง การดำเนนงานของกระบวนการจดการเรยนร เชอมโยงกบการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบและการศกษาตามอธยาศยสำหรบประชาชน ทจดโดยสวนสาธารณะซงประกอบดวย นโยบายและแผน กฎหมายทเกยวของ หนวยงานทรบผดชอบ มาตรฐานการเรยนร การประเมนผลการเรยนร การสนบสนนทรพยากรเพอการเรยนร หลกสตรและวธการจดการเรยนรในแตละระบบการศกษา ลกษณะของกลมผเรยนและผสอน

นโยบายและแผน หมายถง นโยบายและแผนสวนสาธารณะทสงเสรมการจดการเรยนรทงการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบและการศกษาตามอธยาศย

กฎหมายทเกยวของ หมายถง กฎหมาย กฎ ระเบยบ ทเกยวของกบสวนสาธารณะ ทสงเสรมการจดการเรยนรทงการศกษาในระบบ

7สวนสาธารณะ

การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศยหนวยงานทรบผดชอบ หมายถง หนวยงานของรฐทดำเนน

การจดสวนสาธารณะทสงเสรมการจดการเรยนร ทงการศกษาในระบบการศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศย

มาตรฐานการเรยนร หมายถง ขอกำหนดมาตรฐานของการเรยนร ทงการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศย ทดำเนนการจดโดยสวนสาธารณะ ประกอบดวย

1. เปาหมายและวตถประสงคในการจดแหลงการเรยนรในสวนสาธารณะ

2. การบรหารการจดการ3. กล มเปาหมายของการจดแหลงการเรยนร ในสวน

สาธารณะ4. ระดบการศกษา5. เนอหาหลกสตร6. ประเภทของกจกรรม7. วธการจดการเรยนการสอนหรอกระบวนการถายทอด

ความร8. การใชสอและเทคโนโลย9. การวดผลประเมนผล10. หนวยงานผจดกจกรรม11. การประสานงาน12. การมสวนรวมของชมชน13. หลกการจดกจกรรม14. การสรางแรงจงใจแกประชาชนกลมเปาหมาย

8 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

การประเมนผลการเรยนร หมายถง วธการประเมนผลการเรยนรของผเรยน ทงการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบและการศกษาตามอธยาศย ทดำเนนการจดโดยสวนสาธารณะ

การสนบสนนทรพยากรเพอการเรยนร หมายถง การสนบสนนทรพยากรตาง ๆ ใหกบสวนสาธารณะ เชน บคลากรงบประมาณ อปกรณ สถานท และอน ๆ เพอสงเสรมการจดการเรยนรทงการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศย

หลกสตรและวธการจดการเรยนร หมายถง ลกษณะหลกสตรเนอหา การจดกจกรรม สอและอปกรณของสวนสาธารณะ ทสงเสรมการจดการเรยนรทงการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศย

ผเรยน หมายถง ผมาใชบรการสวนสาธารณะ เพอสงเสรมการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศย

ผสอน หมายถง ผจดกจกรรมของสวนสาธารณะ เพอสงเสรมการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศย

ขอเสนอนโยบายและแผน หมายถง ขอเสนอของผดำเนนการสวนสาธารณะ ในการจดการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบและการศกษาตามอธยาศย ของสวนสาธารณะ

เกณฑมาตรฐานการจดการเรยนร หมายถง ขอเสนอและผดำเนนการสวนสาธารณะ ในการกำหนดเกณฑมาตรฐานการจดการเรยนรของสวนสาธารณะ ทงการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบและการศกษาตามอธยาศย

9สวนสาธารณะ

ประโยชนทไดจากการวจย

1. ไดเอกสารรายงานวจย เรอง การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต : สวนสาธารณะ ซงเปนการรวบรวมขอมลความรด านการจดการเรยนร ของแหลงการเรยนร ตลอดชวต ประเภทสวนสาธารณะ อนนำไปสการขยายผลการศกษาทเกยวของตอไป

2. ไดขอเสนอเกณฑมาตรฐานการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต ประเภท สวนสาธารณะทเหมาะสมกบปจจบน

3. ผลจากการศกษา สามารถนำไปส การจดทำขอเสนอนโยบายและแผนการสงเสรมสนบสนนการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต ประเภท สวนสาธารณะ และเผยแพรเปนแนวทางการจดการเรยนรของแหลงการเรยนร ประเภท สวนสาธารณะ ใหแกหนวยงานและสถานศกษาทเกยวของ

10 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

11สวนสาธารณะ

เพอความเขาใจและเปนพนฐานในการวจย เรอง การจดการการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต : สวนสาธารณะ คณะวจยไดศกษาเอกสาร และงานวจยทเกยวของตามลำดบหวขอ ดงน

1. การศกษาตลอดชวต1.1 ความหมายของการศกษาตลอดชวต1.2 ความสำคญของการศกษาตลอดชวต1.3 หลกการของการศกษาตลอดชวต1.4 แนวปฏบตของการศกษาตลอดชวต

2. พระราชบญญตการศกษาแหงชาต พ.ศ. 2542 และทแกไขเพมเตม(ฉบบท 2) พ.ศ. 2545

2.1 การจดการศกษานอกระบบโรงเรยนตามพระราชบญญตการศกษาแหงชาต

2.2 การจดการศกษาตามอธยาศยกบพระราชบญญต การศกษาแหงชาต

3. แหลงการเรยนรในชมชน3.1 ความหมายของแหลงการเรยนรในชมชน3.2 ความสำคญของแหลงการเรยนรในชมชนตอการศกษา

นอกระบบ3.3 ประเภทของแหลงการเรยนรในชมชน

12 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

3.4 การกำหนดนโยบายในการจดตงแหลงการเรยนร3.5 ปญหาในการสรางหรอพฒนาแหลงการเรยนรในชมชน

4. สวนสาธารณะ4.1 ความหมายของสวนสาธารณะ4.2 ความสำคญของสวนสาธารณะและทพกผอนในเมอง4.3 ลกษณะทดของสวนสาธารณะ4.4 ประเภทของสวนสาธารณะ4.5 มาตรฐานสวนสาธารณะตอประชากร4.6 กฎหมายและหน วยงานท เก ยวข องก บการด แล

สวนสาธารณะ ของหนวยงานตางๆ4.7 ปญหาทพบในสวนสาธารณะ ในกรงเทพมหานคร

5. งานวจยทเกยวของ

1. การศกษาตลอดชวต

1.1 ความหมายของการศกษาตลอดชวตไดมผใหคำจำกดความของการศกษาตลอดชวตไว ดงนสมาล สงขศร กลาววา การศกษาตลอดชวต หมายถง ภาพรวม

ของการศกษาทกประเภททเกดขนตลอดชวตของมนษย ตงแตเกดจนตายและเปนการศกษาเพอมงพฒนาบคคลใหปรบตวเขากบความเปลยนแปลงในทกชวงชวตของบคคลและพฒนาตอเนองไปใหเตมศกยภาพของแตละบคคล การศกษาตลอดชวตครอบคลมการศกษาทกรปแบบ ทกวย ทงการศกษาในระบบโรงเรยน การศกษานอกระบบโรงเรยน และการศกษาแบบไมเปนทางการ จากทกแหลงความรในชมชน

13สวนสาธารณะ

และสงคม และเกดขนไดทกท โดยไมจำกดเวลาและสถานท การศกษาตลอดชวตเปนการศกษาทสมพนธกบชวตและผสมผสานกลมกลนกบการดำเนนชวตของบคคล

สนทร สนนทชย กลาววา การศกษาตลอดชวตเปนการศกษาทงหมดของชวตมนษย จากเกดจนตาย มงพฒนามนษยใหปรบตวเขากบความเปลยนแปลงในโลกปจจบน และพฒนาตอเนองใหเตมศกยภาพของบคคลแตละคน เปนการศกษาทเกดจากแรงจงใจทจะเรยนรดวยตนเองจากแหลงการเรยนรทงในระบบ นอกระบบ และไมเปนทางการ

ปฐม นคมานนท กลาววา การศกษามไดหมายถงเฉพาะกจกรรมทเกดขนในโรงเรยนหรอสถาบนการศกษาเทานน หากแตเกดขนไดทกหนทกแหงและตลอดเวลา มความเก ยวพนและตอเน องกนตลอดชวต

พระราชบญญตการศกษาแหงชาต พ.ศ. 2542 และทแกไขเพมเตม (ฉบบท2) พ.ศ. 2545 มาตรา4 ใหความหมายของการศกษาตลอดชวตวา เปนการศกษาทเกดขนจากการ ผสมผสานระหวางการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศย เพอใหสามารถพฒนาคณภาพชวตไดอยางตอเนองตลอดชวต

สรปความหมายของการศกษาตลอดชวต คอ การศกษาตลอดชวตเปนกระบวนการทมผลตอการเรยนร โดยวธการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศยซงเกดขนกบบคคลตงแตเกดจนตาย เพอใหบคคลไดพฒนาตนใหทนตอการเปลยนแปลงและพฒนาตอไปใหเตมศกยภาพของตนโดยบคคลนนมแรงจงใจทจะศกษาหาความรดวยตนเอง

14 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

1.2 ความสำคญของการศกษาตลอดชวตสมาล สงขศร สรปความสำคญของการศกษาตลอดชวต ดงน1. การศกษาตลอดชวตชวยใหบคคลมโอกาสเรยนรทกชวงชวต2. การศกษาตลอดชวตชวยใหบคคลไดรบโอกาสทางการศกษา

อยางเสมอภาค อยางเทาเทยมกน3. การศกษาตลอดชวตชวยใหบคคลไดรบการศกษาในรปแบบ

ทเหมาะสมกลมกลนกบสภาพการดำเนนชวตจรง เพราะการศกษาตลอดชวตเปนการบรณาการศกษากบชวต

4. การศกษาตลอดชวตชวยใหบคคลไดรบการศกษาทสามารถนำมาประยกตใชกบชวตจรงได

5. การศกษาตลอดชวตชวยใหบคคลไดรบการศกษาทสอดคลองกบการงาน ชวยใหบคคลสามารถเลอกอาชพและพฒนาอาชพไดอยางเหมาะสมกบสภาพการณกบสภาพทเปลยนไป

6. การศกษาตลอดชวตชวยใหบคคลมความร ทกษะทจะแสวงหาความรดวยตนเอง อยางตอเนองตลอดชวต

7. การศกษาตลอดชวตชวยใหบคคลมอสระในการเรยนรสามารถเลอกเรยนในสงทตรงกบระดบความสามารถของตนเอง

8. การศกษาตลอดชวตชวยใหบคคลสามารถพฒนาตนเองไดเตมศกยภาพ

9. การศกษาตลอดชวตชวยใหบคคลสามารถพงพาตนเองไดและนำตนเองไดในการเรยนร

10. การศกษาตลอดชวตชวยใหบคคลไดพฒนาตนเอง ตลอดทกชวงชวตและพฒนาคณภาพชวตของตนเองไดอยางเหมาะสม

15สวนสาธารณะ

11. การศกษาตลอดชวตเปนการศกษาทชวยใหผดอยโอกาสในสงคมไดมโอกาสในการศกษา ในการพฒนาคณภาพชวตของตนเอง

12. การศกษาตลอดชวตชวยใหบคคลและองคกรในสงคมมสวนรวมในการจดการศกษา

13. การศกษาตลอดชวตชวยสรางสงคมแหงการเรยนร

1.3 หลกการของการศกษาตลอดชวตสนทร สนนทชย และ สมาล สงขศร กลาวถง หลกการของ

การศกษาตลอดชวต วา1. การศกษาไมไดสนสดลงเมอบคคลจบการศกษาจากสถาบน

การศกษา หากแตเปนกระบวนการตลอดชวตของบคคล บคคลสามารถวางแผนเรยนรจากสงแวดลอมและแหลงวชาทมอยในสงคมได

2. การศกษาตลอดชวต ประกอบดวย การศกษาในระบบการศกษานอกระบบ และการศกษาทไมเปนทางการ

3. บานมบทบาทสำคญอนดบแรกในการใหการศกษาตลอดชวต เปรยบเสมอนโรงเรยนแหงแรก มหนาทอบรมและใหการศกษาเบองตนแกเดก และเปนการวางรากฐานทดใหแกเดกในการศกษาตลอดชวต

4. ชมชนเปนแหลงการศกษาลำดบตอมา เดกไดเรยนรสงตางๆจากแหลงการเรยนร หลากหลายประเภทในชมชน เชน โรงเรยนสถานประกอบการ โรงพยาบาล วด เปนตน

5. การศกษาตลอดชวตจะตองดำเนนการอยางตอเนองและผสมผสานกนทงในแนวตงและแนวนอน แนวตง หมายถง ชวงชวตตงแตเกดจนตาย บคคลควรไดรบการศกษาในทกวย ในทกชวงชวต

16 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

และแนวนอน หมายถง บคคลควรไดรบการพฒนาทกดานในชวงชวตหนง ดงนน บคคลควรไดรบการพฒนาทกประเภทและตองมความสมพนธกบชวตประจำวน

6. ควรจดการศกษาตลอดชวตใหกบประชาชนทกคน และทกกลมเปาหมายอยางเทาเทยมกน โดยเฉพาะผดอยโอกาสในสงคม

7. การศกษาตลอดชวตมลกษณะยดหยนและหลากหลายในดานเนอหา สอการเรยนร วธการเรยนร ระยะเวลาทใชในการเรยนและกฎระเบยบตางๆ เปนตน

8. เปาหมายสงสดของการศกษาตลอดชวต คอ การพฒนาคณภาพชวต

9. สงทจำเปนสำหรบการศกษาตลอดชวตคอโอกาส แรงจงใจและความสามารถทจะศกษา โดยจะตองสรางความร ความเขาใจทถกตองแกกลมเปาหมาย ใหเหนถงความจำเปนของการศกษาทมตอชวต

10. การศกษาตลอดชวตเปนภาพรวมของการศกษาทงหมดโดยครอบคลมการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศย ทกระดบ

11. บคคลทกเพศ ทกวย มความสามารถทจะเรยนรไดตลอดชวต หากจะตองจดการศกษาใหเหมาะสมกบสภาพของบคคลในขณะนน

12. ควรจดการเรยนรเร องสภาพจรงและปญหาทจะเผชญเพอพฒนาคณภาพชวตและสามารถพงพาตนเอง และแกไขปญหาดวยตนเองได

13. การศกษามความจำเปนสำหรบมนษยทกชวงชวต ตงแตเกดจนตาย เพอใหบคคลสามารถดำเนนชวตและปรบตวใหเขากบสงทเปลยนแปลงตางๆ ในชวงวยไดอยางเหมาะสม

17สวนสาธารณะ

14. การจดการศกษาตลอดชวตใหสำเรจและมประสทธภาพนน จะตองอาศยความรวมมอของทกฝายทงรฐบาล เอกชน สถาบนการศกษา องคกรทองถนและประชาชน

1.4 แนวปฏบตของการศกษาตลอดชวตสมาล สงขศร กลาววา การจดการศกษาตลอดชวตใหม

ประสทธภาพควรมแนวปฏบตในประเดนหลก ดงน1. กำหนดเปาหมายและวตถประสงคในการจดการศกษา

ใหชดเจน2. ศกษาวเคราะหและกำหนดกลมเปาหมายใหชดเจน3. จดการศกษาทกประเภทใหไดทงปรมาณและคณภาพ4. จดแหลงการเรยนรใหมความหลากหลาย เปดกวางและ

ประชาสมพนธ5. ผจดการศกษาตลอดชวตควรประสานความรวมมอระหวางกน6. เนอหาหลกสตรจะตองเกยวของกบชวตจรงและสอดคลองกบ

ความตองการของประชาชน7. วธการใหการศกษาหาความร ควรมความหลากหลาย

ใหผเรยนเลอกไดตามความตองการและความสะดวก8. ใชสอและเทคโนโลยชวยในการจดการศกษาใหครอบคลม

ตอเนองตลอดชวต9. พฒนาครใหร บทบาทและมทกษะในการจดการศกษา

ตลอดชวต10. การวดและประเมนผลควรใชวธการทเหมาะสมกบสภาพ

ความเปนจรง

18 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

11. สรางแรงจงในการเรยนรใหแกกลมเปาหมายใหเปนผใฝร12. สรางนสยการเรยนรตลอดชวตใหกบประชาชน13. สงเสรมใหชมชนเปนชมชนแหงการเรยนร

ประชด เชยกวงศ กลาวถง การดำเนนงานการศกษาตามแนวคดของการศกษาตลอดชวต โดยบคลากรทางการศกษาสามารถอาศยแนวทางจากหลกการสำคญของการศกษาตลอดชวตในการจดการศกษาไดอยางกวาง 5 ประการ คอ

1. จะตองมงพฒนาคณภาพชวตและสงคมโดยรวม2. ควรระดมทรพยากรทองถน รวมทงสอมวลชนมาใชประโยชน

ทางการศกษาในรปแบบตางๆ ใหไดมากทสด3. สงเสรมใหบคคลแสวงหาความรดวยตนเอง มความคดรเรม

สรางสรรคและพฒนาตนเองอยตลอดเวลา4. ขยายขอบเขตของการศกษาเพ อใหบรการแกมวลชน

ไดทวถงอยางแทจรง ทำใหเกดความเสมอภาคในโอกาสทางการศกษาตามหลกการประชาธปไตย

5. ประสมประสานกจกรรมการศกษาทกรปแบบเขากบการดำเนนชวตใหสอดคลองกน เพอชวยใหบคคลและสงคมไดพฒนาอยางเตมท

19สวนสาธารณะ

2. พระราชบญญตการศกษาแหงชาต พ.ศ. 2542 และทแกไขเพมเตม (ฉบบท 2) พ.ศ. 2545

2.1 การจดการศกษานอกระบบโรงเรยนตามพระราชบญญตการศกษาแหงชาต

ประเทศไทยเรมใชแผนการศกษาแหงชาตมาตงแต พ.ศ. 2441ปจจบนนนบไดถงจำนวน 14 แผน และมพระราชบญญตการศกษาแหงชาตฉบบ พ.ศ. 2542 และทแกไขเพมเตม (ฉบบท 2) พ.ศ. 2545ซงกำหนดขนจากบทบญญตในรฐธรรมนญฉบบ พ.ศ. 2540 นบวาเปนกฎหมายทางการศกษาทมความสำคญอยางยงตอการจดการศกษานอกระบบโรงเรยน โดยพระราชบญญตการศกษาแหงชาต มเจตนารมณและสาระทเปนมตใหมในวงการศกษาไทยหลายอยาง ทสำคญคอการเปดทางสำหรบรปแบบการศกษาใหมๆ ตงแตโรงเรยนในบานศนยการเรยน ในวด ในโรงเรยน ในสถานประกอบการ ซงเปนบทบญญตของกฎหมายทสอดคลองกบแนวคด ความเทาเทยม ทวถงการมสวนรวมของทกคนในสงคม รวมทงมสาระทสำคญคอการพฒนาใหเกดความหลากหลายของการจดการศกษา เพอตอบสนองใหผเรยนเปนศนยกลางการศกษาตลอดชวต

สรกล เจนอบรม กลาวถง ผลกระทบของพระราชบญญตการศกษาแหงชาต ซงมตอบทบาทการจดการศกษานอกระบบโรงเรยนในอนาคต ดงน

1. เปนเครองมอในการสงเสรมการศกษาตลอดชวตสำหรบประชาชน

20 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

2. สงคมมสวนรวมในการจดการศกษาของตนเอง3. ตองการพฒนาสาระและกระบวนการเรยนรใหเปนไปอยาง

ตอเนอง4. มลกษณะการกระจายอำนาจการจดการศกษาลงไปในระดบ

ทองถน5. มระบบมาตรฐานและการประกนคณภาพการศกษาใน

ทกระดบประเภท6. มการระดมทรพยากรจากแหลงตางๆ มาใชในการจด

การศกษา7. เนนการมสวนรวมของบคคล ครอบครว ชมชน องคกรชมชน

องคกรปกครองสวนทองถน องคกรเอกชน องคกรวชาชพ สถาบนศาสนาสถานประกอบการ และสงคมตางๆ

8. มการจดการศกษานอกระบบโรงเรยนสำหรบผทดอยโอกาสทางสงคม

9. มระบบการเทยบโอนระหวางการศกษาในระบบโรงเรยนและตามอธยาศย

10. จดการศกษาขนพนฐานใหแกผทพลาด ขาด ดอยโอกาสทางการศกษา

11. จดการศกษาตอเนอง และสงเสรมการจดการศกษาของเครอขาย

12. สงเสรมใหชมชนเขมแขงและมศกยภาพในการจดการศกษา13. สนบสนนและสงเสรมใหเกดแหลงวทยาการในชมชนอยาง

แพรหลาย

21สวนสาธารณะ

14. มสวนสำคญในการชวยรกษาวฒนธรรมอนเปนรากฐานของสงคมไทย โดยตองชวยเสรมสรางความสมดลระหวางภาคเศรษฐกจททนสมยกบคณคาแบบไทย

นอกจากนน ในพระราชบญญตการศกษาแหงชาต มาตรา 15บญญตถงการศกษานอกระบบโรงเรยนวา เปนการศกษาทมความยดหย นในการกำหนดจดม งหมาย รปแบบ วธการจดการศกษาระยะเวลาในการศกษา การวดและการประเมนผล ซงเปนเงอนไขสำคญของการสำเรจการศกษา โดยเนอหาและหลกสตรจะตองมความสอดคลองกบสภาพปญหาและความตองการของผเรยน เปนการศกษาทใหผเรยนสามารถเรยนรดวยตนเองตามความสนใจ ศกยภาพ ความพรอมและโอกาส โดยศกษาจากบคคล ประสบการณ สงคม สภาพแวดลอม สอหรอแหลงความรอนๆ

2.2 การศกษาตามอธยาศยกบพระราชบญญตการศกษาแหงชาต

พระราชบญญตการศกษาแหงชาต ไดกำหนดแนวทางในการจดการศกษาทเกยวของกบการจดการศกษาตามอธยาศยไว ดงน

หมวด 1 บททวไป ความมงหมายและหลกการมาตรา 6 การจดการศกษาตองเปนไปเพอพฒนาคนไทย

ใหเปนมนษยทสมบรณทงรางกาย จตใจ สตปญญา ความร และคณธรรมมจรยธรรมและวฒนธรรมในการดำรงชวต สามารถอยรวมกบผอนไดอยางมความสข

22 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

มาตรา 7 ในกระบวนการเรยนรตองมงปลกฝงจตสำนกทถกตองเกยวกบการเมอง การปกครองในระบอบประชาธปไตยอนมพระมหากษตรยทรงเปนประมข รจกรกษาและสงเสรมสทธหนาทเสรภาพ ความเคารพกฎหมาย ความเสมอภาค และศกดศรความเปนมนษย มความภาคภมใจในความเปนไทย รจกรกษาผลประโยชนสวนรวมและของประเทศชาต การกฬา ภมปญญาทองถน ภมปญญาไทยและความรอนเปนสากล ตลอดจนอนรกษทรพยากรธรรมชาตและสงแวดลอม มความสามารถในการประกอบอาชพ รจกพงตนเอง มความรเรมสรางสรรค ใฝร และเรยนรดวยตนเองอยางตอเนอง

มาตรา 8 การจดการศกษาใหยดหลก ดงน(1) เปนการศกษาตลอดชวตสำหรบประชาชน(2) ใหสงคมมสวนรวมในการจดการศกษา(3) การพฒนาสาระและกระบวนการเรยนรใหเปนไปอยาง

ตอเนอง

มาตรา 9 การจดระบบ โครงสราง และกระบวนการจดการศกษายดหลก ดงน

(1) มเอกภาพดานนโยบาย และมความหลากหลายในการปฏบต

(2) มการกระจายอำนาจไปสเขตพนทการศกษา สถานศกษาและองคกรปกครองสวนทองถน

(3) มการกำหนดมาตรฐานการศกษา และจดระบบประกนคณภาพการศกษาทกระดบและประเภทการศกษา

23สวนสาธารณะ

(4) มหลกการสงเสรมมาตรฐานวชาชพคร คณาจารยและบคลากรทางการศกษา และการพฒนาครคณาจารยและบคลากรทางการศกษาอยางตอเนอง

(5) ระดมทรพยากรจากแหลงตางๆ มาใชในการจดการศกษา(6) การมสวนรวมของบคคล ครอบครว ชมชน องคกรชมชน

องคกรปกครองสวนทองถน เอกชน องคกรเอกชน องคกรวชาชพสถาบนศาสนา สถานประกอบการ และสถาบนสงคมอน

หมวด 3 ระบบการศกษามาตรา 15 การจดการศกษาม 3 รปแบบ คอ การศกษาใน

ระบบ การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศย(1) การศกษาในระบบ เปนการศกษาทกำหนดจดมงหมาย

วธการศกษา หลกสตร ระยะเวลาของการศกษา การวดและประเมนผลซงเปนเงอนไขของการสำเรจการศกษาทแนนอน

(2) การศกษานอกระบบ เปนการศกษาทมความยดหยนในการกำหนดจดมงหมาย รปแบบ วธการจดการศกษา ระยะเวลาของการศกษา การวดและประเมนผล ซงเปนเงอนไขสำคญของการสำเรจการศกษา โดยเนอหาและหลกสตรจะตองมความเหมาะสมสอดคลองกบสภาพปญหาและความตองการของบคคลแตละกลม

(3) การศกษาตามอธยาศย เปนการศกษาทใหผเรยนไดเรยนรดวยตนเอง ตามความสนใจ ศกยภาพ ความพรอม และโอกาสโดยศกษาจากบคคล ประสบการณ สงคม สภาพแวดลอม สอหรอแหลงความรอน ๆ

24 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

มาตรา 18 การจดการศกษาปฐมวยและการศกษาขนพนฐานใหจดในสถานศกษา ดงน (1) สถานพฒนาเดกปฐมวย ไดแก ศนยเดกเลก ศนยพฒนาเดกเลก ศนยพฒนาเดกกอนเกณฑของสถาบนศาสนา ศนยบรการชวยเหลอระยะแรกเรมของเดกพการและเดกซงมความตองการพเศษหรอสถานพฒนาเดกปฐมวยทเรยกชออยางอน

(2) โรงเรยน ไดแก โรงเรยนของรฐ โรงเรยนเอกชนและโรงเรยนทสงกดสถาบนพทธศาสนาหรอศาสนาอน

(3) ศนยการเรยน ไดแก สถานทเรยนทหนวยงานจดการศกษานอกโรงเรยน บคคล ครอบครว ชมชน องคกรชมชน องคกรปกครองสวนทองถน องคกรเอกชน องคกรวชาชพ สถาบนศาสนา สถานประกอบการโรงพยาบาล สถาบนทางการแพทย สถานสงเคราะห และสถาบนสงคมอนเปนผจด

มาตรา 19 การจ ดการศ กษาระด บอ ดมศกษาให จ ดในมหาวทยาลย สถาบน วทยาลย หรอหนวยงานทเรยกชออยางอน ทงนใหเปนไปตามกฎหมายเกยวกบสถานศกษาระดบอดมศกษา กฎหมายวาดวยการจดตงสถานศกษานนๆ และกฎหมายทเกยวของ

มาตรา 20 การจดการอาชวศกษา การฝกอบรมวชาชพ ใหจดในสถานศกษาของรฐ สถานศกษาของเอกชน สถานประกอบการหรอโดยความรวมมอระหวางสถานศกษากบสถานประกอบการ ทงน ใหเปนไปตามกฎหมายวาดวยการอาชวศกษาและกฎหมายทเกยวของ

25สวนสาธารณะ

มาตรา 21 กระทรวง ทบวง กรม รฐวสาหกจ และหนวยงานอนของรฐ อาจจดการศกษาเฉพาะทางตามความตองและความชำนาญของหนวยงานนนได โดยคำนงถงนโยบายและมาตรฐานการศกษาของชาตทงน ตามหลกเกณฑ วธการ และเงอนไขทกำหนดในกฎกระทรวง

หมวด 4 แนวการจดการศกษามาตรา 22 การจดการศกษาตองยดหลกวาผเรยนทกคนม

ความสามารถเรยนรและพฒนาตนเองได และถอวาผเรยนมความสำคญทสด กระบวนการจดการศกษาตองสงเสรมใหผเรยนสามารถพฒนาตามธรรมชาตและเตมตามศกยภาพ

มาตรา 23 การจดการศกษา ทงการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศย ตองเนนความสำคญทงความรคณธรรม กระบวนการเรยนร และบรณาการตามความเหมาะสมของแตละระดบการศกษาในเรอง ตอไปน

(1) ความรเรองเกยวกบตนเอง และความสมพนธของตนเองกบสงคม ไดแก ครอบครว ชมชน ชาต และสงคมโลก รวมถงความรเกยวกบประวตศาสตรความเปนมาของสงคมไทย และระบบการเมองการปกครองในระบอบประชาธปไตยอนมพระมหากษตรยทรงเปนประมข

(2) ความรและทกษะดานวทยาศาสตรเทคโนโลย รวมทงความรความเขาใจและประสบการณเรองการจดการ การบำรงรกษาและการใชประโยชนจากทรพยากรธรรมชาตและสงแวดลอมอยางสมดลยงยน

(3) ความร เก ยวกบศาสนา ศลปะ วฒนธรรม การกฬาภมปญญาไทย และการประยกตใชภมปญญา

26 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

(4) ความร และทกษะดานคณตศาสตร และดานภาษา เนนการใชภาษาไทยอยางถกตอง

(5) ความรและทกษะในการประกอบอาชพและการดำรงชวตอยางมความสข

มาตรา 24 การจดกระบวนการเรยนร ใหสถานศกษาและหนวยงานทเกยวของดำเนนการ ดงน

(1) จดเนอหาสาระและกจกรรมใหสอดคลองกบความสนใจและความถนดของผเรยน โดยคำนงถงความแตกตางระหวางบคคล

(2) ฝกทกษะ กระบวนการคด การจดการ การเผชญสถานการณและการประยกตความรมาใชเพอปองกนและแกไขปญหา

(3) จดกจกรรมใหผ เรยนไดเรยนร จากประสบการณจรงฝกการปฏบต ใหทำได คดเปน ทำเปน เกดความรกในการอานและเกดการใฝรอยางตอเนอง

(4) จดการเรยนการสอนโดยผสมผสานสาระความรดานตาง ๆอยางไดสดสวนสมดลกน รวมทงปลกฝงคณธรรม คานยมทดงามและคณลกษณะอนพงประสงคไวในทกวชา

(5) สงเสร มสนบสนนใหผ สอนสามารถจดบรรยากาศสภาพแวดลอม สอการเรยน และอำนวยความสะดวกเพอใหผเรยนเกดการเรยนรและมความรอบร รวมทงสามารถใชการวจยเปนสวนหนงของกระบวนการเรยนร ทงน ผสอนและผเรยนอาจเรยนรไปพรอมกนจากสอการเรยนการสอนและแหลงวทยาการประเภทตาง ๆ

(6) จดการเรยนรใหเกดขนไดทกเวลาทกสถานท มการประสานความรวมมอกบบดามารดา ผปกครอง และบคคลในชมชนทกฝายเพอรวมกนพฒนาผเรยนตามศกยภาพ

27สวนสาธารณะ

มาตรา 25 รฐตองสงเสรมการดำเนนงาน และการจดตงแหลงการเรยนรตลอดชวตทกรปแบบ ไดแก หองสมดประชาชน พพธภณฑหอศลป สวนสตว สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร อทยานวทยาศาสตรและเทคโนโลย ศนยการกฬาและนนทนาการ แหลงขอมลและแหลงการเรยนรอนอยางพอเพยงและมประสทธภาพ

3. แหลงการเรยนรในชมชน

3.1 ความหมายของแหลงการเรยนรในชมชนแหลงการเรยนรมการเรยกชอทแตกตางกนออกไป เชน แหลงสอ

การสอนชมชน แหลงความร แหลงทรพยากรชมชน แหลงวทยาการในชมชน เปนตน แตความหมายเหลานมความใกลเคยงกน ซงแหลงการเรยนรมความหมาย ดงน

สมาล สงขศร ใหความหมายวา แหลงการเรยนร หมายถงบคคล กจกรรมทมอยในชมชนซงใหประสบการณแกประชาชนได ดงนนแหลงการเรยนรในชมชนอาจจะเปนศาสนสถาน โรงเรยน พพธภณฑสวนสมนไพร ภมปญญาทองถน พธกรรมทางศาสนา ประเพณศนยการศกษาในชมชน หองสมด สถานประกอบการ หนวยงานตางๆทมสาขาอยในชมชน เปนตน

บญเลศ มาแสง ใหความหมายวา แหลงความรหรอแหลงวทยาการเปนแหลงรวมกจกรรมทกระตนเตอนใหเกดความสำนกและตระหนกถงความจำเปนทจะตองศกษาหาความรอยตลอดเวลาแหลงความรจะเปนแบบใดนน ขนอยกบสภาพความจำเปนและความเหมาะสมกบสภาพของทองถน

28 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

สมนทพย บญสมบต กลาววา การเรยนรของบคคลมาจากสงทอยนอกหองเรยน เชน ครอบครว สอมวลชน ศาสนา แหลงทรพยากรบคคล หรอวทยาการทมอยในชมชน

www.wcb.riudon.ac.th ใหความหมายวา แหลงการเรยนรในชมชน คอ

1. สถาบนของชมชนทมอยแลวในวถชวตและการทำมาหากนในชมชน เชน วด โบสถ วหาร ตลาด รานขายของชำ

2. สถานทหรอสถานทรฐและประชาชนจดตงขนมา เชนอทยานการศกษา อทยานประวตศาสตร

3. สอเทคโนโลยทมอยในโรงเรยนและชมชน เชน วดทศนภาพสไลด โปรแกรมสำเรจรป สอเอกสารสงพมพตางๆ ทมอยในโรงเรยนและชมชน เชน หนงสอสารานกรม

4. บคลากรทมความรในชมชนจากการทมผกลาวถงความหมายของแหลงการเรยนรไวหลาย

ความหมาย สรปไดวา แหลงการเรยนรเปนสงทมอยในสงคมรอบตวทงสงมชวตและไมมชวต เปนสงทมอยในธรรมชาตและมนษยสรางขน เปนแหลงความรททำใหคนในสงคมเกดการเรยนรและเกดประสบการณในการเรยนรอยางตอเนอง

29สวนสาธารณะ

3.2 ความสำคญของแหลงการเรยนรในชมชนตอการศกษานอกระบบ

นฤมล ตนธสรเศรษฐ กลาวถง ความสำคญของแหลงการเรยนรวา

1. เปนแหลงการศกษาตลอดชวตทประชาชนจะมปฏสมพนธเพอหาความรตางๆ ไดดวยตนเองตลอดเวลา โดยไมจำกดเพศ และวย

2. เปนแหลงทประชาชนจะเขาไปปฏสมพนธเพอหาความรจากแหลงกำเนดได

3. เปนแหลงท ประชาชนจะเขาไปปฏสมพนธเพ อใหเกดประสบการณตรงหรอลงมอปฏบตจรงได

4. เปนแหลงทประชาชนจะเขาไปปฏสมพนธเพอใหไดความรเกยวกบวทยาการใหมๆ ทมการคดคนขนและยงไมมของจรงใหเหนเชน ศกษาสงประดษฐใหมๆ จากงานนทรรศการ

5. เปนการใหขาวสาร และเปลยนแปลงทศนคต คานยมเพอเกดการยอมรบสงใหมๆ แนวคดใหมๆ หรอมมมมองใหมๆได

แหลงการเรยนรในชมชนมความสำคญตอการศกษานอกระบบใน 3 กลมใหญ ดงน

1. การศกษานอกระบบดานพนฐานการศกษานอกระบบขนพนฐาน ประกอบดวย กจกรรมการสอน

อาน-เขยน สำหรบผทอานไมออก เขยนไมได การศกษานอกระบบสายสามญ ซงเทยบเทาการศกษาในระบบโรงเรยนระดบประถมมธยมตนและมธยมปลาย การจดการศกษานอกระบบประเภทการศกษาพนฐาน ไดใชประโยชนจากแหลงการเรยนรในชมชนลกษณะ ดงน

30 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

1.1 กจกรรมการเรยนการสอนอานเขยนสำหรบผท ลมหนงสอหรอผอานไมออกเขยนไมได กจกรรมนใชแหลงการเรยนรชมชนมดงน

1) ใชเปนสถานทจดการเรยนการสอน เชน ใชบรเวณวด ใชสถานทของทอานหนงสอประจำหมบาน ใชศาลากลางบาน ฯลฯ

2) ใชเปนสอในการเรยนร ในการสอนอาน-เขยนเนอหาทสอน มกจะเกยวกบสภาพการดำเนนชวต ดงนน วทยากรอาจใชทรพยากรธรรมชาตในชมชน เชน แมนำ ลำคลอง ภเขา ปาไมเปนเนอหาในการเรยน

3) ใชวทยากรจากแหลงความรในบางแหง ในการจดกจกรรมสอนอาน-เขยน อาจจะขอวทยากรจากโรงเรยนในหมบานหรอนมนตพระจากวดในหมบานเปนผสอน

4) ใช เป นแหล งทบทวนทกษะการอ าน-เข ยนแหลงการเรยนร เชน ทอานหนงสอประจำหมบานหรอหองสมดสามารถเปนแหลงการเรยนรทประชาชนผเรยนอานเขยน มาฝกการอานเขยนเพอไมใหลมหนงสอ

1.2 กจกรรมการศกษานอกระบบสายสามญทเทยบเทาระดบประถมและมธยมศกษา กจกรรมนใชแหลงการเรยนรในชมชนทมลกษณะ ดงน

1) ใชเปนสถานทพบกล ม ในกจกรรมการศกษานอกระบบสายสามญทเทยบเทาระดบชนตางๆ นนตองมการพบปะระหวางผเรยนกบผสอนเปนระยะๆ เชน ทกสดสปดาหวทยากรผจดอาจจะขอใชสถานทของแหลงการเรยนรในชมชนเปนสถานทพบกลมเชน ทโรงเรยนในชมชน ทวด ฯลฯ

31สวนสาธารณะ

2) ใชวทยากรจากแหลงการเรยนรในชมชนบางแหงเชน โรงเรยน หองสมดประชาชน มครและเจาหนาททอาจจะมาชวยเปนวทยากรในการเรยนการสอนได

3) เปนแหลงในการคนควาหาความร แหลงการเรยนร เชน หองสมด ทอานหนงสอประจำหมบาน หนวยงานตางๆในทองถน สามารถเปนสถานททผเรยนมาคนควาหาขอมลความรเพอประโยชนในการศกษา

4) เปนสอในการเรยนร แหลงการเรยนรประเภททรพยากรธรรมชาต โบราณสถาน โบราณวตถทมอยในชมชนสามารถนำมาเปนสอใชประกอบการเรยนการสอนในระดบชนตางๆ ได

2. การศกษานอกระบบประเภททกษะอาชพการศกษานอกระบบประเภททกษะอาชพ ประกอบดวย การฝก

อาชพระยะสน การฝกอาชพระยะยาว การฝกอาชพแบบกลมสนใจการฝกอาชพในลกษณะตางๆ ไดใชประโยชนจากแหลงการเรยนรในชมชนในลกษณะ ดงน

2.1 ใชเปนสถานทฝกอบรม การฝกอบรมโดยขอใชสถานทของแหลงการเรยนร เชน ทวด โรงเรยน สถานประกอบการในชมชนเปนตน

2.2 ใชเปนสถานทศกษาดงาน การฝกอบรมวชาชพ ในบางวชาอาจจะใชดงาน เชน การฝกอบรมดานการเกษตร สถานทดงานอาจจะเปนบอเลยงปลา ไรเกษตร เปนตน

2.3 ขอใชวทยากรของแหลงการเรยนร ในการฝกอบรมวชาชพในหลายสาขาวชา ไดแก ประชาชน นอกจากจะใชวทยากร

32 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ทเก ยวของแลว อาจจะใชวทยากรจากสถานศกษาหรอจากสถานประกอบการ เปนตน

2.4 ใชเปนสอหรอวสดในการฝกวชาชพ การฝกวชาชพในหลายสาขาวชาอาจจะนำทรพยากรทมอยในชมชนเปนวสดฝก เชน ไมไผยางพารา ฯลฯ ซงสงเหลานเปนทรพยากรธรรมชาตทมอยในชมชน

3. การศกษานอกระบบประเภทการใหขาวสารขอมลและความรทวไปเพอการพฒนาคณภาพชวต

การศกษาประเภทน ไดแก การเชญวทยากรจากภายในและภายนอกชมชนมาใหความรทเกยวของกบการดำเนนชวต เชน ดานสขภาพ ดานกฎหมาย ดานการเมอง เปนตน

การจดกจกรรมการศกษานอกระบบประเภทนใชประโยชนจากแหลงการเรยนรในชมชนในลกษณะ ดงน

3.1 ใชเปนสถานทในการจดฝกอบรม ในการใหความรเรองทจำเปนตอชวตเพอพฒนาคณภาพชวตของประชาชนนน อาจจดโดยใชศาลาวด หองประชมโรงเรยน เปนตน

3.2 ใชเปนสถานท ด งาน เชน ประชาชนในหม บ านเจาหนาทผจดการอบรมอาจจะนำผเขารบอบรมมาศกษาดงาน เพอใหไดแนวทางไปปฏบต

3.3 ใชเปนสอหรอวสดประกอบการอบรม ทรพยากรในชมชนสามารถนำมาประกอบการเรยนการสอนได

3.4 ใชเปนแหลงศกษาหาความรเพ มเตม เชน ทอานหนงสอประจำหมบาน หองสมดประชาชนประจำอำเภอ หองสมดประชาชนประจำจงหวด เปนตน

33สวนสาธารณะ

นอกจากน น สำนกบรหารงานการศกษานอกโรงเร ยนไดดำเนนการพฒนาคณภาพการเรยนการสอนใหสอดคลองกบการจดการศกษาตามพระราชบญญตการศกษาแหงชาต ท เนนผเรยนเปนสำคญและสอดคลองกบปรชญา แนวคด หลกการศกษานอกโรงเรยน ทเนนการเรยนทสอดคลองกบสภาพชวตของผเรยนโดยเรยนในสงทนำไปใชเพอการดำรงชวต การประกอบอาชพและการพฒนาคณภาพชวตในดานตางๆ โดยใชนโยบายและยทธศาสตรดงน

1. การศกษาขนพนฐาน เปนการจดการศกษาเพอใหกลมเปาหมายนอกระบบโรงเรยนใหไดรบโอกาสในการศกษาขนพนฐานตามความตองการ ความสนใจ อยางมคณภาพและทวถงดวยรปแบบวธการทเหมาะสม เพอใหกลมเปาหมายมความรและทกษะพนฐานในการดำรงชวตทมนคงและสามารถอยในสงคมไดอยางมความสขวธการเรยนรเปนการจดใหมการเรยนรแบบบรณาการเนอหาเขากบวถชวต เนนการคด ทำ จำ แกปญหาและพฒนา

2. การศกษาเพอพฒนาอาชพ เปนการจดการศกษาเพอพฒนาความร ความสามารถและทกษะในการประกอบอาชพของบคคลและกลมบคคล เพอแกปญหาการวางงาน และสงเสรมความเขมแขงใหกบเศรษฐกจชมชน โดยมการจดการ โดย 4 แนวทาง คอการฝกทกษะอาชพ การเขาสอาชพ กลมพฒนาอาชพ และการพฒนาดวยเทคโนโลย

3. การศกษาเพอพฒนาทกษะชวต เปนการจดการศกษาเพอพฒนาทกษะพนฐานของบคคล เพอใหสามารถดำรงชวตอยในสงคมไดอยางมความสข โดยเนนการพฒนาทกษะชวตพนฐานทจำเปน

34 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

4 ดาน คอ ดานสขภาพอนามย ดานความ ปลอดภยในชวตและทรพยสนดานทรพยากรธรรมชาตและสงแวดลอม ดานคณธรรมและจรยธรรมคานยม และคณลกษณะทพงประสงค

4. การศกษาเพอพฒนาสงคมและชมชน เปนการศกษาเพอพฒนาทกษะความสามารถและศกยภาพของคนในชมชน รวมทงกลไกทกภาคสวนในชมชน ใหรวมกนรบผดชอบและเหนถงความสำคญของการฟนฟพฒนาสงคมและชมชนของตนเอง โดยหนวยงานสถานศกษาการศกษานอกโรงเรยน ตองใหความสำคญตอการใชกระบวนการทางการศกษา สงเสรมใหประชาชนและชมชนเกดการเรยนรและบรณาการความร ประสบการณและทกษะอาชพเขามาใชใหเกดประโยชนตอการพฒนาสงคมและชมชนโดยรวม

ดงนน สรปไดวา กจกรรมการศกษานอกระบบจะตองเนนผเรยนเปนสำคญ มความสอดคลองกบปรชญา แนวคด หลกการของการศกษานอกระบบ ทเนนกจกรรมทมความสอดคลองกบสภาพชวตของผเรยน เปนกจกรรมทใหความรขนพนฐานทจำเปนการใหขาวสารทมประโยชน การฝกทกษะอาชพ การฝกทกษะชวตการศกษาเพอพฒนาสงคมและชมชน เปนประโยชนและเปนสงทจำเปนททำใหผเรยนสามารถอยในสงคมไดอยางมความสขเปนการพฒนาคณภาพชวตทมประสทธภาพ

35สวนสาธารณะ

3.3 ประเภทของแหลงการเรยนรในชมชนพระราชบญญตการศกษาแหงชาต กลาวถง ความสำคญของ

แหลงการเรยนรตลอดชวตไวดงนมาตรา 25 รฐตองสงเสรมการดำเนนงานและการจดตงแหลง

การเรยนรตลอดชวตทกรปแบบ ไดแก หองสมดประชาชน พพธภณฑหอศลป สวนสตว สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร อทยานวทยาศาสตรและเทคโนโลย ศนยกฬาและนนทนาการ แหลงขอมลและแหลงการเรยนรอนอยางเพยงพอและมประสทธภาพ

กรมการศกษานอกโรงเรยน กลาวถง แหลงการเรยนรในชมชนในลกษณะของการจดการศกษาอยางไมเปนทางการ วาเปนการศกษาทเกดขนตามวถชวต เปนการเรยนรจากประสบการณจากการทำงาน จากครอบครว จากสอ จากแหลงความรตางๆในชมชนเรยนรไดตลอดเวลา โดยแบงแหลงทจะใหประชาชนไดเรยนรตามอธยาศยออกเปน 6 ประเภท คอ

1. หองสมดตางๆ เชน หองสมดโรงเรยน หองสมดวทยาลยหองสมดของหนวยงานเอกชน หองสมดประชาชน หองสมดวด ฯลฯ

2. เครอขายการเรยนรในชมชน ไดแก ศนยการเรยนชมชนสถานอนามยตำบล สำนกเกษตรตำบล สำนกวชาตางๆ ทอานหนงสอประจำหมบาน แหลงความรทมอยตามธรรมชาต หรอตามวถชวตของชาวบาน ฯลฯ

3. สอสารมวลชน ไดแก หนงสอพมพ วทยกระจายเสยงวทยโทรทศน วารสาร นตยสาร จลสาร โปสเตอร ฯลฯ

4. ภมปญญาชาวบาน ไดแก ภมปญญาของผร วฒนธรรมและความอยากรของชมชน ฯลฯ

36 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

5. สอพนบาน ไดแก เพลง ลเก หมอลำ หนงตะลง มโนราหลำตด ฯลฯ

6. ครอบครว ไดแก การอบรมสงสอน การใหความรการดำเนนชวต การประกอบอาชพจากพอแม ฯลฯ

สมน อมรววฒน จดกลมแหลงการเรยนรในชมชนได 4 ประเภทดงน

1. แหลงเรยนรในชมชนทรฐและประชาชนจดขน เชน อทยานการศกษาในวดและชมชนในประวตศาสตร อทยานแหงชาตทางทะเลอทยานแหงชาตในทองถน แถบภเขา ศนยวฒนธรรม ศนยศลปาชพศนยเยาวชน ศนยหตถกรรมชมชน หองสมดประชาชน พพธภณฑธรรมชาต ฯลฯ

2. สถาบนของชมชนทมอยแลวในวถชวตและการทำมาหากนในชมชน เชน โบสถ วหาร ศาลาการเปรยญในวด ตลาด รานขายของชำ ลานนวดขาว โรงงานขนาดเลกในหมบาน ฯลฯ

3. ประเพณและพธกรรม ไดแก ประเพณ พธกรรมตางๆทสบทอดกนมาของแตละชมชน

4. ธรรมชาตและสงแวดลอม ไดแก ปา หวย หนอง คลอง บงทชาวบานมาหาอาหาร

สมาล สงขศร แบงประเภทการเรยนรในชมชนออกเปน 7ประเภท ดงน

1. แหลงการเรยนรในชมชนทเปนทรพยากรธรรมชาตทอยในบรเวณชมชน เชน ภเขา ปาไม ฯลฯ

37สวนสาธารณะ

2. แหลงการเรยนรชมชนทเกดขนตามวถการดำเนนชวตและการประกอบอาชพของประชาชนในชมชน เชน อาชพของคนในชมชนตลาด ฯลฯ

3. แหลงการเรยนรชมชนประเภทศาสนาประเพณ ไดแกศาสนสถาน ประเพณทางศาสนา ฯลฯ

4. แหลงการเรยนรชมชนประเภทภมปญญาทองถน ในแตละทองถน อาจมภมปญญาหลายดาน เชน การเกษตร ชางฝมอ ดนตรไทยเปนตน

5. แหลงการเรยนรชมชนประเภทหนวยงาน องคกรของรฐและเอกชน เชน หนวยงานทมเจาหนาทไปปฏบตงานในชมชนเกษตรตำบล ครอาสาการศกษานอกโรงเรยน เจาหนาทเหลานสามารถเปนแหลงความรในดานตางๆ ตามทหนวยงานถนดใหประชาชนในชมชนได

6. แหลงการเรยนรประเภทสอตางๆ ทประชาชนในชมชนไดรบชมรบฟง เชน หนงสอตางๆ วทย โทรทศน ฯลฯ

7. แหลงการเรยนรท รฐและชมชนสรางขนเพอการศกษาเพอการเรยนรโดยตรง ไดแก โรงเรยนหรอสถานศกษา หองสมดทอานหนงสอประจำหมบาน ศนยการเรยนรชมชน ฯลฯ แหลงการเรยนรประเภทนมงใหการศกษาแกประชาชนโดยตรง จงมการเตรยมการและการจดกจกรรม เพอสงเสรมความร

38 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

3.4 การกำหนดนโยบายในการจดตงแหลงการเรยนรสธาสน วชรบล การวจยเรอง การศกษาพพธภณฑในฐานะ

แหลงการเรยนร : กรณศกษาประเทศองกฤษ สรปผลการกำหนดนโยบายในการจดตงแหลงการเรยนร ดงน

1. การมสวนรวม2. การใหผชมเขาถงขอมลใหมากทสด3. การนำเทคโนโลยสารสนเทศและการสอสารมาใชเปน

เครองมอเพอเออประโยชนในการทำงาน4. การนำเสนอขอมลแบบรายการและเอกสารสำคญโดยใช

ระบบเชอมตรง5. การใหบรการเสรมในทกพนท6. การใหบรการแกทกกลมบคคลเทาเทยมกน7. การจดแสดงสะทอนใหเหนความหลากหลายทางวฒนธรรม8. การมบทบาทเปนสถานทสำหรบการเรยนรในชมขน9. การเปนศนยกลางความรวมมอขององคกรตางๆ

3.5 ปญหาในการสรางหรอพฒนาแหลงการเรยนรในชมชนสมาล สงขศร กลาววา ปญหาทพบเกยวกบแหลงการเรยนร

ในชมชน แบงเปน 3 ปญหาหลก คอ ปญหาดานการสรางและการพฒนาแหลงการเรยนรในชมชน ปญหาดานการบรหารและการดแลรกษาแหลงการเรยนรในชมชน และปญหาจากการใชประโยชนจากแหลงการเรยนรในชมชน

39สวนสาธารณะ

3.5.1 ปญหาดานการสรางและการพฒนาแหลงการเรยนรในชมชน มดงน

1) แหลงการเรยนรประเภทน สวนใหญไมมการสรางเพมเตมมาเปนเวลานานแลว

2) แหลงการเรยนร ไมมความหลากหลาย ในอดตเม อมการสรางหรอพฒนาแหลงการเรยนร ข นมาในชมชน เปนแหลงการเรยนรประเภทเดยวกนทกชมชน ทำใหไมมจดเดน หรอมความหลากหลายเทาทควร

3) เจาหนาทในระดบปฏบตไมมสวนรวมเทาท ควร แนวความคด ผ กำหนดและผ จ ดสรรงบประมาณในการพฒนาแหลงการเรยนรสวนใหญมาจากสวนกลาง เจาหนาทระดบปฏบตไมมโอกาสไดนำเสนอแนวความคดเทาทควร

4) ประชาชนมสวนรวมนอยในการสรางแหลงความรประเภทตางๆ ทผานมาหนวยงานเปนผคดวางแผนและดำเนนการสรางเองโดยประชาชนไมมสวนรวมคด รวมเสนอความคดเหนมากนก

5) ไมมนโยบายหรอแผนงานทชดเจนเกยวกบการสรางหรอการพฒนาแหลงการเรยนรในชมชน ไมมการใหแนวทางวาจะมการสนบสนนใหสรางแหลงการเรยนรในชมชนอยางไร ดงนน เจาหนาทระดบปฏบตจงไมรวาควรจะเสนอความคดเหนอยางไร

6) เจาหนาทผจดการศกษายงขาดความรความเขาใจเกยวกบแหลงการเรยนรในชมชน ซงมผลอยางมากตอการสรางและการพฒนาแหลงการเรยนรในชมชน

40 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

แนวทางการแกปญหา มดงน1) สรางความรความเขาใจเกยวกบแหลงการเรยนรในชมชน

ใหเจาหนาทและบคลากรทกระดบรวาคออะไร มลกษณะอยางไรมความสำคญอยางไร เปนตน

2) มการกำหนดนโยบายทชดเจน หนวยงานสวนกลางควรกำหนดนโยบายใหชดเจนวาจะมการรณรงคเพอพฒนาแหลงการเรยนรอยางหลากหลายขนในชมชน เพอสงเสรมการศกษาตลอดชวต และนำนโยบายไปสการปฏบตในทกพนท

3) มการจดทำแผนในระดบพนทในการนำนโยบายไปสการปฏบตอยางจรงจง ควรใหเจาหนาทผรบผดชอบในระดบพนทสำรวจและจดทำแผนวาในชมชนทรบผดชอบควรมการสรางหรอพฒนาแหลงการเรยนรในชมชนใดขนบาง

4) สงเสรมใหประชาชนมสวนรวมในการวางแผน กำหนดแผนในการสรางหรอพฒนาแหลงการเรยนรในแตละชมชน ควรสงเสรมใหประชาชนซงรสภาพปญหาในชมชนของตนเปนอยางดไดรวมใหขอเสนอแนะ เพอสรางแหลงการเรยนรทหลากหลายและตอบสนองความตองการของชมชน

5) หนวยงานสวนกลางสนบสนนงบประมาณและทรพยากรในการจดสรางหรอพฒนาแหลงการเรยนรในชมชนบางชนด อาจตองมการใชงบประมาณ วสดอปกรณตางๆ นอกเหนอจากขอความรวมมอจากหนวยงานและประชาชนในพนท ซงหนวยงานสวนกลางควรใหการสนบสนน

41สวนสาธารณะ

3.5.2 ปญหาดานการบรหารและการดแลรกษาแหลงการเรยนรในชมชน

ปญหาทเกดขน คอ เจาหนาทประจำแหลงการเรยนรไมจดบรการทเออตอการเรยนรเทาทควร ทำกจกรรมไปตามบทบาททมอยโดยทไมทราบวางานททำเปนกจกรรมทประชาชนสามารถมาหาความรไดการบรหารยงไมเปนไปเพอการบรหารเพอมงการเรยนร เพราะฉะนนอาจจะตองเพมการประชาสมพนธ ปรบบรการ ปรบกจกรรมใหมาสการใหการศกษาเรยนรมากขน

แนวทางการแกปญหา มดงน1) ชแจงใหกรรมการและผเกยวของในการบรหารและดแล

แหลงการเรยนรใหเขาใจถงบทบาทและความสำคญของแหลงการเรยนรดงกลาว

2) พจารณาหาวธการทจะจดกจกรรมทหลากหลายในแหลงการเรยนรใหเปนกจกรรมทนาสนใจ และจงใจใหประชาชนเขารวมกจกรรม ใหมการดำเนนกจกรรมอยางตอเนอง

3) หาวธใหประชาชนในชมชนมสวนรวมในการจดกจกรรมรบผดชอบการบรหารจดการแหลงการเรยนร เชน ใหประชาชนหมนเวยนเขามาเปนกรรมการ

4) มการตดตามประเม นผลการจ ดก จกรรมของแหลงการเรยนรเปนระยะเพอนำผลมาเปนแนวทางในการพฒนา

5) หนวยงานควรประกาศเกยรตคณแกคณะกรรมการบรหารทบรหารและดแลแหลงการเรยนรไดอยางมประสทธภาพ เพอเปนตวอยางแกชมชนอนๆ

42 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

6) สรางเครอขายแหลงการเรยนร โดยใหแตละแหลงการเรยนรชวยเหลอสนบสนนกนในการจดกจกรรม

7) หนวยงานทเกยวของควรหาทนชวยเหลอสนบสนนกจกรรมของแหลงการเรยนรเหลาน เพราะถอไดวาเปนแหลงทจะใหความรแกประชาชนได

8) มการประสานงานระหวาง กรรมการผรบผดชอบของแหลงการเรยนร ใหมความเขาใจวา สถานทดงกลาวสามารถเปนแหลงการเรยนรทจะใหความรแกประชาชนไดและแนะแนวทางวา ควรจะเตรยมตวในสวนใด จดอยางไร จดกจกรรมอะไร เพอเผยแพรกจกรรมใหเปนความรแกประชาชนตอไป

3.5.3 ปญหาจากการใชประโยชนจากแหลงการเรยนรในชมชน

การใชประโยชนจากแหลงการเรยนรในชมชน พบวา มปญหาในดานตางๆ ดงน

1) ยงใชประโยชนจากแหลงชมชนนอย เมอเทยบสดสวนกบกจกรรมทจด

2) บคลากรของหนวยงานไมมความรความเขาใจ เกยวกบแหลงความรในชมชน เชน ความสำคญ ประโยชน ลกษณะการใชเปนตน

3) ไมเหนความสำคญของแหลงการเรยนร ไมมตวอยางใหเหนวา สามารถนำแหลงการเรยนรในชมชนมาชวยในการจดกจกรรมการศกษานอกระบบไดอยางไร

4) ไมมแหลงขอมลวามแหลงการเรยนรใดบางอยในชมชน

43สวนสาธารณะ

5) ไมมนโยบายชดเจนจากหนวยงานกลางวา ควรใชประโยชนจากแหลงการเรยนรในชมชนหรอไมอยางไร

6) ไมมการวางแผนการใช ในการจดกจกรรมการศกษานอกระบบนน บคลากรผจดกจกรรมมไดกำหนดในแผนกจกรรมวาจะใชแหลงการเรยนรของชมชนในกจกรรมใด ขนตอนใด ดงนนจงแลวแตผจดกจกรรมทจะใชหรอไมใช

7) การใชแหลงการเรยนรยงขาดความตอเนอง ใชเพยงครงสองครงกไมใชอก

8) การตดตามประเมนผลการใชมนอย ทำใหไมสามารถวเคราะหถงผลด และผลเสยในการนำมาปรบปรงการจดกจกรรมตอไป

แนวทางการแกปญหา มดงน1) จดทำบญชแหลงการเรยนรในชมชน เพอใหทราบวาใน

ชมชนมแหลงการเรยนรใดบาง2) ประชาสมพนธแหลงการเรยนรในชมชน เพอใหเปนทรจก

ของประชาชน3) สรางความรความเขาใจแกบคลากรผจดการศกษา เพอใหเปน

ประโยชนของแหลงการเรยนรในชมชน4) นำเสนอผลการใชใหเหนตวอยาง เพอเปนแนวทางให

หนวยงานหรอผจดทไมเคยใชประโยชน5) จดใหมหนวยประสานงานกลางระหวางแหลงการเรยนร

ชมชนกบหนวยงานผจดการศกษานอกระบบ เพ อใหเขาถงแหลงการเรยนร สามารถใชประโยชนจากแหลงการเรยนรมากขน

6) มการประชมแลกเปลยนความรระหวางหนวยงานผจดการศกษานอกระบบเปนระยะ จะทำใหแตละหนวยงานไดรสภาพการจด

44 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

กจกรรมของกนและกน รถงผลของการใชแหลงการเรยนร เหนตวอยางการใช หารอกนเพอแกปญหาอปสรรคเพอพฒนาแหลงการเรยนรในชมชน

7) มนโยบายสนบสนน หนวยงานในสวนกลางควรกำหนดนโยบายเกยวกบการใหหนวยงานในพนทไดใชประโยชนจากแหลงการเรยนรในชมชนในการจดกจกรรม อกทง ใหหนวยงานในพนทสนบสนนใหประชาชนมาใชบรการจากแหลงการเรยนรในชมชนอยางเตมท

3.5.4 ปญหาเกยวกบการใชแหลงการเรยนรในชมชนของประชาชน

สภาพของการใชประโยชนจากแหลงการเรยนร ในชมชน พบวาประชาชนมาใชประโยชนคอนขางนอย ทำใหขาดโอกาสในการรวมกนพฒนา รวมกนดแลรกษา รวมสนบสนนและสงเสรมในดานตางๆเพราะไมเหนถงความสำคญ ดงนน ในการสรางใหชมชนแตละชมชนเปนชมชนแหงการเรยนรตามแนวการศกษาตลอดชวต จงควรมแนวทางในการสรางความรความเขาใจแกประชาชนเกยวกบแหลงการเรยนรดงน

1) กำหนดเปนนโยบาย รฐบาลควรกำหนดเปนนโยบายเพอสนองตอบพระราชบญญตการศกษาแหงชาต ในการรณรงคเพอสรางความรความเขาใจในเรองแหลงการเรยนรในชมชน

2) กำหนดหนวยงานทรบผดชอบ ควรมการกำหนดหนวยงานหลกทจะรบผดชอบในการรณรงคเรองน และอาจจะขอความรวมมอจากหนวยงานอนๆได

45สวนสาธารณะ

3) รณรงคทกระดบตงแตระดบชาตถงระดบทองถน โดยดำเนนการทกระดบ ตงแตระดบชาต ระดบภาค ระดบจงหวดไปจนถงระดบตำบลและหมบาน

4) ใชสอหลากหลายประเภทในการสรางความร ความเขาใจแกประชาชน และตองมนใจวาส อทใชเขาถงประชาชนได รวมทงการใชสอพนบานมาเผยแพรความร สอพนบานสามารถสรางความรความเขาใจไดเปนอยางด สอดคลองกบสภาพสงคม วฒนธรรมของประชาชนกลมเปาหมาย

5) ใหประชาชนมสวนรวมในการสรางความรความเขาใจแกประชาชนดวยกน ดวยวธการตางๆ เชน อบรมใหความรแกผแทนชมชนแลวใหผแทนชมชนไปใหความรตอชาวบาน เปนตน

6) มการตดตามผลการใหความร หรอการสรางความเขาใจวาวธการตางๆ ใชไดผลดเพยงใด ประชาชนเกดความรความเขาใจเพยงใดตองปรบการดำเนนงานหรอไม

7) การประชาสมพนธอยางตอเนอง เพอใหประชาชนเกดความเขาใจอยางแทจรง

4. สวนสาธารณะ

4.1 ความหมายของสวนสาธารณะมผใหคำจำกดความคำวา สวนสาธารณะ ไวหลากหลาย ดงนจตตนนท เรองวรยทธ กลาววา สวนสาธารณะ คอ สถานท

ท มการจดภมทศนไวอยางสวยงาม โดยมวตถประสงคหลกคอเพอใหประชาชนไดเขาไปพกผอนอกกำลงกาย และไดสมผสกบสภาพธรรมชาต นอกจากวถชวตทเปนอยแบบเมอง

46 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

พงษไพบลย ศลาวราเวทย กลาววา สวนสาธารณะ คอสถานทซ งแวดลอมดวยสนามหญา สระนำ ตนไม ทงประเภทไมดอกไมประดบ อาคารและทนง เพอการพกผอนหยอนใจและออกกำลงกายของประชาชน

วชร นอยพทกษ กลาววา สวนสาธารณะ หมายถง สถานทท จดข นโดยรฐ โดยมวตถประสงคในการจดสรางสวนสาธารณะเพอเปนสถานทพกผอนหยอนใจสำหรบประชาชนทวไป โดยไมมการเกบคาบรการใดๆ ทงสน มการจดบรเวณไวอยางสวยงาม ประกอบไปดวยตนไม ทงไมดอก ไมประดบ สระนำ สนามหญา มสงอำนวยความสะดวกตางๆ เพอใหความสะดวกสบาย และตอบสนองความตองการของประชาชนผทมาใชบรการในพนท

เอ อมพร วสมหมาย กลาววา สวนสาธารณะและสถานทพกผอนหยอนใจ เปนสถานททชวยใหเกดความสมดลระหวางสงกอสรางและธรรมชาต โดยใหแนวคดวาเปนพนททใชออกกำลงกาย และพกผอนทางดานจตใจหลงจากภารกจประจำวน สถานทเหลานอาจจะเปนสวนสาธารณะ วนอทยาน สวนสตว สนามกฬา บรเวณถนน โดยจดทางเดนทรมรน อาจจะประดบดวยนำพ เกาอนง แสงไฟ เพอทำใหผใชเกดความพงพอใจและปลอดภย

อตพร พรหมทะสาร กลาววา สวนสาธารณะ หมายถง พนททจดสรางขนโดยรฐและทองถน เพอใหประชาชนไดมาพกผอนหยอนใจผอนคลายความเมอยลาหรอความตงเครยดทเกดจากภารกจประจำวนเชน การเดนเลน การพกผอน การอานหนงสอ ออกกำลงกาย เลนกฬาเปนตน โดยไมคดคาตอบแทน สามารถเขาไปใชบรการไดตลอดเวลาทเปดทำการ ภายในบรเวณสวนจะมการจดและตกแตงไวอยางสวยงาม

47สวนสาธารณะ

ดวยตนไมและดอกไมหลายชนด มความรมรน พรอมทงมสงอำนวยความสะดวกตางๆ ไวบรการ เชน หองนำ แสงไฟ เปนตน

จากความหมายของคำวา สวนสาธารณะ ทมผใหคำจำกดความไว สรปวา สวนสาธารณะ หมายถง สถานททสรางขนโดยมวตถประสงคเพอใหเปนทพกผอนหยอนใจสำหรบประชาชนทวไป และเปนทประกอบกจกรรมตางๆ เชน การเดนเลนการพกผอน การออกกำลงกาย โดยมการจดแตงบรเวณไวอยางสวยงาม พรอมกบสงอำนวยความสะดวกไวคอยบรการแกประชาชน

4.2 ความสำคญของสวนสาธารณะและทพกผอนในเมองสวนสาธารณะและทพกผอนในเมองมความสำคญ ดงน1. เปนสถานททคนใชสรางความสมบรณใหแกตนเองทงทาง

รางกายและจตใจ2. เปนสถานทปองกนการบกรกทำลายธรรมชาต ในขณะ

เดยวกนกเปนสถานททสงเสรมใหธรรมชาตเกดความสมดลกนเอง3. เปนสถานททกระตนใหมการศกษาทดขน รวมทงชวย

สงเสรมใหมการพฒนาเศรษฐกจในทางทถกตองนอกจากจะสนองความตองการของคนทงทางรางกายและ

จตใจแลว สวนสาธารณะยงชวยปองกนทรพยากรธรรมชาตทเปนประโยชนไมใหสญหาย ทรพยากรธรรมชาตเหลาน ไดแก อากาศ ดนนำ และสตวปา ความตองการทวางสำหรบสวนสาธารณะในเมองใหญทำใหเกดผลด เชน มทวางสำหรบปลกตนไมมากๆ เมอมการปลกตนไมแลว ตนไมกจะทำหนาทปองกนมใหเกดอากาศเสย นอกจากนยงมสวนชวยในการอนรกษและปองกนชวตสตวปา และชวยใหคน

48 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ในสงคมไดใกลชดกบธรรมชาต รซ งถงความจำเปนทจะตองรกษาธรรมชาตไว สงตางๆ ทสรางไวในสวนสาธารณะมผลดตอเศรษฐกจของเมองใหญๆ เชน บรเวณธรรมชาต ประวตศาสตร สถานทเลนกลางแจง เปนตน เปนสงทดงดดผคนจากบรเวณใกลเคยงและทหางไกลใหเขามายงสวนสาธารณะ นอกจากนน สวนสาธารณะมประโยชนตอการศกษานอกสถานทเปนอยางยง การศกษานอกสถานทเปนสวนหนงทสนบสนนการศกษาทเกยวของกบการศกษาในหองเรยน โดยเนนหนกการใชประโยชนของความสมพนธระหวางสงแวดลอมกบคน

4.3 ลกษณะทดของสวนสาธารณะสวนสาธารณะทดควรมลกษณะ ดงน

ดานการใหความสะดวก1. มปายบอกชอสวนสาธารณะบรเวณประตทางเขาทวไป2. มแผนทหรอแผนผงแสดงขอบเขตและตำแหนงของ

สวนสาธารณะ เพอใหผมาใชบรการสามารถทราบไดวาควรไปทใดกอน3. ถนนภายในสวนสาธารณะควรมขนาด ความกวาง

สวนโคง และสดสวนตามมาตรฐานทวไป เพอใหความปลอดภยในการขบข มทจอดรถ และมตนไมรมรนสองขางทาง เพอความสวยงามและความสบายใจของผใชสถานท

4. มถงขยะ สขาใหเพยงพอตอความตองการของผใช5. มศนยใหคำแนะนำและใหบรการดานความปลอดภย1. มยามรกษาการณ2. มแสงสวางในเวลากลางคน

49สวนสาธารณะ

3. มประตเขาออกไมมากนก ในเวลากลางคนควรเปดประตเดยว

4. มร วก นในบรเวณทไมปลอดภย เชน กนรมแมนำเมอสวนนนอยใกลสนามเดกเลน

5. ตรวจตราสายไฟและปลกไฟ อยางสมำเสมอ6. ตดตนไมท มก งแหงหรอแตงพ มไมอยางสมำเสมอ

เพอไมใหมดทบเกนไป7. ควรมหนวยพยาบาลการดแลรกษา1. ทำความสะอาดสมำเสมอ เชน เกบขยะ กวาดถนน

กวาดสนาม เปนตน2. ตดหญา ตดแตงทรงพมของตนไม3. ใหปย รดนำพรวนดน และฉดยากนแมลง4. มการปลกตนไมทดแทนไมเดมทตายไปหรอกำลงจะตาย5. ซอมแซมอปกรณ เชน ทาสเกาอ ตดปาย หรอทำรวใหม6. ชดชวนใหประชาชนรจกรกษาความสะอาด7. อนรกษสภาพทสวยงามตามธรรมชาตไวใหดยงขน

4.4ประเภทของสวนสาธารณะสวนสาธารณะแบงไดหลายประเภท ดงน1. สวนสาธารณะแบบธรรมชาต หรอ Resource-Based Park

หรอ Natural Park จดเปนสวนสาธารณะขนาดใหญ มเนอทตงแต1,000 ไร จนถง 1,000,000 ไร มสภาพดงเดมปรากฏใหเหนอยางชดเจน อยหางไกลชมชนและเมอง อยในความรบผดชอบของ

50 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

หนวยงานกลางหรอรฐบาล เปดใหประชาชนทวไปไดใชประโยชนเพอนนทนาการหรอทองเทยวทงในเวลากลางวนและกลางคน กจกรรมนนทนาการตางๆ มความสมพนธกบธรรมชาตโดยตรง สวนสาธารณะทสำคญ ไดแก วนอทยาน ( Forest Park) และอทยานแหงชาต (NationalPark)

2. สวนสาธารณะแบบสรางขนใหม สวนสาธารณะแบบนเปนการพฒนาหรอสรางสงตางๆ ขนมาใหมเกอบทงสน ตงแตการอำนวยความสะดวกไปจนถงตนไมและสนามหญา แมวาพนทบางแหงจะมความเปนธรรมชาตเหลออยบางกตาม โดยปกตจะเปดใหประชาชนใชประโยชนเพ อพกผอนไดตลอดวน แตไมอนญาตใหพกแรมสวนสาธารณะเหลานเรยกวา City Park หรอ Municipal Park หรอDistrict Park หรอ Provincial Park ขนอยกบวาใครเปนผรบผดชอบ

3. สวนหยอม (Pocket Park) หมายถง บรเวณพนทขนาดเลกรมถนน กลางถนน หรอบรเวณรอบอนสาวรยตางๆ ทจดตกแตงเพอความสวยงามแกjบรเวณใกลเคยงเพอความสวยงาม บางแหงใหประชาชนเขาไปใชพนทเพอการพกผอนหยอนใจ เชน การนงเลนและการเดนเลน

4. สวนสาธารณะชมชน (Community Park) หมายถง บรเวณพนทธรรมชาตหรอจดตกแตงปรบปรงขนเพอสนองความตองการดานการพกผอนหยอนใจแกบคคลทวไปทกระดบชนทอยในชมชนนนและบรเวณใกลเคยง

5. สวนสาธารณะในเมอง (City Park) หมายถง บรเวณพนทกวางในเมอง มสภาพตามธรรมชาตหรอจดตกแตงขน เพอการพกผอนหยอนใจของประชาชนในเมอง

51สวนสาธารณะ

อมรรตน กฤตยานวช แบงประเภทสวนสาธารณะตามความแตกตางในการใชบรการ ดงน

1. สวนสาธารณะ (Public Park) เปนสวนทหนวยงานของรฐไดจดหาใหกบประชาชนทกเพศทกวยไดใชบรการ โดยไมคดมลคาตอบแทนใดๆ ประชาชนสามารถเขาใชบรการไดตลอดเวลาททำการไดแก สวนลมพน สวนจตจกร สวนขนาดเลกๆ เชน สวนวงเวยน 22กรกฎา สวนสบสามหาง เปนตน

2. สวนกงสาธารณะ (Semi-public Park) เปนสวนทหนวยงานของรฐเปนผจดหาและบำรงรกษาเชนกน เปดใหประชาชนใชบรการมการจายคาตอบแทน แตเปนไปในลกษณะไมแสวงหากำไร โดยคดคาธรรมเนยมผานประตเทานน หนวยงานทรบผดชอบสวนประเภทนม เพยงแหงเดยวคอ องคการสวนสตวฯ สวนประเภทน ไดแกสวนสตวดสต สวนสตวเชยงใหม เปนตน

3. สวนเอกชน (Private Park) สวนประเภทนเอกชนเปนผจดขนเพอตอบสนองกบความตองการของประชาชน โดยเฉพาะประชากรวยเดก มลกษณะเปนสวนสนก มอปกรณของเลนท แปลกใหมเรยกเกบคาบรการคอนขางสง เพราะมการลงทนสงมาก เชน สวนสยามแดนเนรมต

กองสวนสาธารณะ สำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานครไดจำแนกสวนสาธารณะตามลกษณะพนท วตถประสงคของการใชพนทและตามลำดบขนออกเปน 7 ประเภท ดงน

1. สวนหยอมขนาดเลกยานชมชน มขนาดพนทไมเกน 2 ไรรศมใหบรการในวงรอบประมาณ 1กโลเมตร ใหบรการในระยะเดนเขาถง

52 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ใชเวลา 5-10 นาท อาจจะอยในระหวางอาคาร ใชเปนสนามเดกเลนสถานทออกกำลงกายและพบปะสงสรรคของประชาชนทกวย

2. สวนหมบานหรอสวนละแวกบาน มขนาดพนท 2-25 ไรรศมใหบรการในวงรอบประมาณ 1-3 กโลเมตร เปนสวนสำหรบผอาศยในละแวกนน มสงอำนวยความสะดวกมากกวาสวนระดบท 1

3. สวนชมชน มขนาดพนทไมเกน 25-125 ไร รศมใหบรการในวงรอบ ประมาณ 3-8 กโลเมตร มสงอำนวยความสะดวกเพมขนมากวาสวนระดบท 1 และ 2 มทเลนกฬา พนทพกผอนชมธรรมชาตสวยงาม

4. สวนสาธารณะขนาดกลาง หรอสวนสาธารณะระดบเขตมขนาดพนทไมเกน 125-500ไร รศมใหบรการในวงรอบมากกวา 8กโลเมตร ใหบรการทงผ ท เดนเทาเขาถงและผ ท อย ในระยะไกลสามารถเดนเทาหรอเขาถงดวยระบบขนสงมวลชนหรอรถยนตมสงอำนวยความสะดวกทมในสวนระดบท1 ระดบท 2 และระดบท 3 เชนพนทปกนก ลานอเนกประสงคและบรเวณทมลกษณะเฉพาะ เชน บงนำลำธาร สวนดอกไมขนาดใหญ

5. สวนสาธารณะขนาดใหญ หรอสวนสาธารณะระดบเมองมขนาดพนทมากวา 500 ไร รศมใหบรการวงรอบแกคนทงเมองและพนทใกลเคยงในเขตอทธพลของเมอง มลานกวางเพอจดงานผใชบรการเปนผเดนทางมาจากทวกรงเทพฯ และใชเวลาพกผอนมากกวาครงวน มกจกรรมหลากหลายดงดดความสนใจ นอกเหนอจากสวนระดบลาง

6. สวนถนน มความกวางของพนทกวา 3 เมตร ไมจำกดความยาว ปลกตนไม 2 ขางทาง เวนทตรงกลางไวเปนทางเดน แบงเปน

53สวนสาธารณะ

3 ประเภทคอ สวนไหลทางหรอทางจกรยาน สวนเกาะกลางสวนทางแยก

7. สวนเฉพาะทางหรอสวนอเนกประสงค มพนททไมจำกดขนาด เชน สวนประวตศาสตร สวนวฒนธรรม สวนกฬา เปนตน

4.5 มาตรฐานสวนสาธารณะตอประชากรในการศกษามาตรฐานพนทสวนสาธารณะตอประชากรนน

การกำหนดเกณฑมาตรฐานในแตละประเทศจะแตกตางกนไปตามสภาพเศรษฐกจ สงคม ประชากร วฒนธรรม การเมอง การปกครองสภาพภมอากาศ สภาพพนฐานทางโครงสรางของชมชน ลกษณะกจกรรมตางๆทเกดขน รวมทงกฎหมายขอกำหนดตางๆ ของแตละประเทศ ดงแสดงใน ตารางท 1

สวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ

54 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

มาตรฐานพนทสำหรบสวนสาธารณะของประเทศตางๆ เหนไดวาสวนสาธารณะของประเทศทางตะวนตกสวนใหญมเน อท ส งกวามาตรฐานสากล สวนประเทศในแถบเอเชยสวนใหญมเน อท สวนสาธารณะตำกวามาตรฐานสากลอยมาก เนองจากประเทศในแถบเอเชยไมคอยใหความสำคญกบการอนรกษสงแวดลอมและพฒนาสถานทพกผอนหยอนใจสาธารณะ อาจเปนเพราะความแตกตางดานลกษณะอากาศ อยางไรกตาม ในบางประเทศ เชน สงคโปร แมจะเปนประเทศทมพนทนอย แตกไดพฒนาคณคาทางสงคมใหประชากร โดยกำหนดมาตรฐานของสวนสาธารณะไวคอนขางสง

ทมา : Park and Greenery Space Planning in a large City:Laboratory of UrbanLandscape Design, Nobura Masuda, Prefecture, College of Agriculture.

เนอทสวนสาธารณะตอประชากร1,000 คน (หนวย : ไร)

เนอทสวนสาธารณะตอประชากร1 คน (หนวย : ตารางเมตร)

ประเทศ

9.38มาตรฐานสากล 15

สหรฐอเมรกา 25 40

องกฤษ 17.5 23

เมกซโก 9.4 15

โปแลนด 9.4 15

สงคโปร 6.8 10.9

ญปน 3.37 5.4

มาเลเซย 1.80 2.90

ไทเป 0.25 0.40

ตารางท 1 มาตรฐานเนอทสวนสาธารณะตอประชากรในประเทศตางๆ

55สวนสาธารณะ

สำหรบประเทศไทย มการกำหนดมาตรฐานสวนสาธารณะโดยหนวยงานตางๆ ดงแสดงไวในตารางท 2 ดงน

ตารางท 2 มาตรฐานเนอทสวนสาธารณะตอประชากรในประเทศไทย

หนวยงานเนอทสวนสาธารณะ

ตอประชากร 1,000 คน(หนวย:ตารางเมตร)

หมายเหตเนอทสวนสาธารณะ

ตอประชากร 1,000 คน(หนวย:ไร)

สภาพฒนาการเศรษฐกจและสงคมแหงชาต

10 16 ใชเปนมาตรฐานสำหรบประเทศไทย

บรษท LitchfieldWhiting Brown &Associate

10 16 ใชสำหรบพนทกรงเทพมหานคร

สำนกผงเมอง 1610 ใชสำหรบพนทกรงเทพมหานคร

JICA 10 16 ใชสำหรบพนทกรงเทพมหานคร

การเคหะแหงชาต 2 3.20 เพอการพฒนาทอยอาศย

ผงนครหลวงฉบบปรบปรง

1.80 รวมเนอทสนามกฬา 0.40 ไรตอ1,000 คนและสนามเดกเลน0.30 ไรตอ1,000เปนมาตรฐานทผงเมองนยมใช

2.88

56 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

4.6 กฎหมายและหน วยงานท เก ยวข องก บการด แลสวนสาธารณะ

ในการดแลสวนสาธารณะท งในกรงเทพและตางจงหวดมกฎหมายทเกยวของ ดงน

กฎหมายทเกยวของกบการดแลสวนสาธารณะ ไดแกพระราชบญญตกรงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ไดกำหนดอำนาจหนาทของกรงเทพมหานครในสวนทเปนกฎหมายบงคบโดยตรง หรอเกยวของกบการดแลสวนสาธารณะบางสวน ดงน

มาตรา 89 ภายใตบงคบแหงกฎหมายอนใหกรงเทพมหานครมอำนาจหนาทดำเนนกจการในเขตกรงเทพมหานครในเรองตอไปน

1. การรกษาความสงบเรยบรอยของประชาชน ทงนตามขอบญญตของกรงเทพมหานคร และตามทกฎหมายอนทกำหนดใหเปนอำนาจหนาทของกรงเทพมหานคร

2. การทะเบยนตามทกฎหมายกำหนด3. การปองกนและการบรรเทาสาธารณภย4. การรกษาความสะอาดและความเปนระเบยบเรยบรอยของ

บานเมอง5. การผงเมอง6. การจดใหมการบำรงรกษาทางบก ทางนำ ทางระบายนำ7. การวศวกรรมจราจร8. การขนสง

57สวนสาธารณะ

9. การจดใหมและควบคมตลาด ทาเทยบเรอ ทาขามและทจอดรถ10. การดแลรกษาทสาธารณะ11. การควบคมอาคาร12. การปรบปรงแหลงชมชนและการจดการเกยวกบทอยอาศย13. การจดใหมและบำรงรกษาสถานทพกผอนหยอนใจ14. การพฒนาและอนรกษสงแวดลอม15. การสาธารณปโภค16. การสาธารณสข การอนามยครอบครว และการรกษาพยาบาล17. การจดใหมการควบคมสสานและฌาปนสถาน18. การควบคมการเลยงสตว19. การจดใหมการควบคมและการฆาสตว20. การควบคมความปลอดภย ความเปนระเบยบเรยบรอยและ

การอนามยในโรงมหรสพ และสาธารณสถานอนๆ21. การจดการศกษา22. การสาธารณปการ23. การสงคมสงเคราะห24. การสงเสรมการกฬา25. การสงเสรมการประกอบอาชพ26. การพาณชยของกรงเทพมหานคร

หนวยงานทรบผดชอบในการดแลสวนสาธารณะ ไดแกกรงเทพมหานคร และเทศบาลตางๆ รายละเอยดดงน

58 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

1) หนวยงานทดแลสวนสาธารณะในเขตกรงเทพมหานครสวนสาธารณะในกรงเทพมหานครทกแหง อยในความรบผดชอบ

ของสำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานคร ซงมพนธกจ วสยทศนวตถประสงค เปาหมาย ยทธศาสตร และขอบเขตหนาท ดงน

วสยทศนกรงเทพมหานคร นครแหงความรมรน อบอน เอออาทร

พนธกจ1. เสรมสรางทกสวนภาคของสงคม ใหเกดการมสวนรวมทจะ

ทำใหสงคมไทยอบอน เอออาทร2. เพมพนทสเขยว ศนยเยาวชน ศนยกฬา และหองสมด

ประชาชน ใหมสดสวนเหมาะสมกบเมอง3 อนรกษเผยแพรศลปวฒนธรรม ประเพณ ภมปญญาทองถน

ใหเปนทรจกและอยควบคกบสงคมไทย4. สงเสรมกจกรรมนนทนาการและการกฬาใหเขาถงประชาชน

ทกกลมอยางทวถง5 ชวยเหลอผดอยโอกาส เดก สตร ผสงอาย คนพการ เดกเรรอน

และผประสบสภาวะยากลำบาก ใหไดรบการดแลอยางมศกดศร เปนธรรมและเสมอภาค

วตถประสงค1. เพอสรางสงแวดลอมทดแกกรงเทพมหานคร2. เพอใหประชาชนในกรงเทพมหานครไดรบความเปนธรรม

ดานสวสดการสงคมอยางทวถง และหลากหลาย นำไปสครอบครวทอบอนเอออาทร

59สวนสาธารณะ

3. เพ อสรางความตระหนกในคณคาของศลปวฒนธรรมประเพณ และภมปญญาทองถนของประชาชน

4. เพอใชกจกรรมกฬา นนทนาการ ศลปวฒนธรรม ประเพณลดปญหาทางสงคมของกรงเทพมหานคร

เปาหมายดานสงแวดลอม (สวนสาธารณะ)1. สรางสวนสาธารณะ สวนหยอม และพนทสเขยว ใหได

พนทสเขยว 2.5 ตารางเมตรตอคน ภายในป 2549ดานสวสดการสงคม1. เพมจำนวนศนยเยาวชน หองสมดประชาชน ใหครบทกพนท2. ปรบปรงศนยตางๆใหทนสมย มกจกรรมทหลากหลายและ

สนองตอความตองการของประชาชน มผใชบรการเพมขน รอยละ 10ตอป

3. จดใหมสภาเยาวชนกรงเทพมหานคร และสภาเยาวชนทกพนท4. ใหหนวยงานทงภาครฐและเอกชน องคกรประชาชน ชมชน

เขามามสวนรวมในการพฒนาระบบสวสดการสงคมและสงคมสงเคราะหอยางทวถง ตอเนองรอยละ 5 ตอป

5. ใหบรการแกคนพการ เพมขนรอยละ 10 ตอปดานวฒนธรรม1. สรางกจกรรมอนรกษ สงเสรมศลปวฒนธรรม ประเพณ

ภมปญญาทองถนอยางตอเนอง อยางนอยปละ 5 ครง2. มองคกรเครอขายวฒนธรรมในทกเขต3. มแหลงทองเท ยวทางวฒนธรรมท เช ดชและเผยแพร

วฒนธรรมไทย อยางนอยเขตละ 1 แหง

60 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

4. มหนวยงานของกรงเทพมหานครทรบผดชอบดานศลปวฒนธรรม ดานการกฬา

1. เพมประสทธภาพและจำนวนลานกฬาใหครบทกพนท2. เพมประสทธภาพและศนยฝกกฬาอก 12 แหง ภายใน

ป 25483. เพมจำนวนประชาชนผมาใชบรการดานการกฬา ลานกฬา

ศนยกฬาของกรงเทพมหานครใหมากขน รอยละ 10 ตอปยทธศาสตร1. ใชสวนสาธารณะ ศลปวฒนธรรม ประเพณ ภมปญญาทองถน

นนทนาการและการกฬาเปนเครองมอกอใหเกดการมสวนรวมของสงคมนำไปสสงคมทอบอน เอออาทร

2. ประสานทกภาคสวนของสงคมใหมสวนชวยเหลอผดอยโอกาสเดก สตร ผสงอาย คนพการ เดกเรรอนและผประสบสภาวะยากลำบากใหอยในสงคมไดอยางมศกดศร

หนาทในการดแลสวนสาธารณะ1) หนาทการดแลสวนสาธารณะในเขตกรงเทพมหานครการดแลสวนสาธารณะในกรงเทพมหานคร อย ในความ

รบผดชอบของสำนกงานสวนสาธารณะ สำนกสวสดการสงคมกรงเทพมหานคร โดยสำนกงานสวนสาธารณะ สำนกสวสดการสงคมกรงเทพมหานคร รบผดชอบเกยวกบการปลก ตกแตง บำรงรกษาตนไมในสวนสาธารณะ สวนหยอม การศลยกรรมตนไม การขยายพนธไมการตกแตงเมอง การออกแบบตกแตงสวน การสรางอาคารสถานทและอปกรณอำนวยความสะดวกในสวนสาธารณะ สวนปา สวนหยอม

61สวนสาธารณะ

ใหคำปรกษาแนะเกยวกบตนไมแกหนวยงานตาง ๆ อบรมเผยแพรใหความรดานตนไมและสงแวดลอมแกประชาชน โดยแบงงานภายในสวนราชการ ดงน

1. ฝายบรหารงานทวไป รบผดชอบเกยวกบงานสารบรรณและธรการทวไป การนตกรรมสญญา งานการประชม การเงนและงบประมาณ การบญชและพสด การควบคมดแลสถานท และยานพาหนะของกองฯ และปฏบตหนาทอนทเกยวของ

2. กลมงานวชาการสวนและตนไม รบผดชอบเกยวกบการใหความรดานวชาการเกษตร จดการอบรมปลก ตกแตงตนไม การศกษาวจยดานสวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร จ ดนทรรศการทางธรรมชาตและสงแวดลอม จดทำคมอและวธปฏบตงานเกยวกบการปลกตนไม กำหนดแนวทางวางแผนการเพมพนทสเขยว จดทำขอมลสถตตนไมและสวนสาธารณะ จดทำหนงสอ จลสาร การเผยแพรและใหบรการขอมลดานพฤกษศาสตรและวชาการเกษตรแกหนวยงานและประชาชน และปฏบตหนาทอนทเกยวของ

3. กลมงานออกแบบสวน รบผดชอบเกยวกบการสำรวจ รงวดจดหาขอมลเพอการออกแบบ เขยนแบบสวน คำนวณโครงสรางและสถาปตยกรรมประกอบสวน ตลอดจนแหลงนนทนาการ ใหบรการออกแบบจดสวนแกหนวยงานตาง ๆ รวมทงดแลซอมแซมบำรงไฟฟาระบบนำ อปกรณอเลกทรอนกส การควบคมกอสราง และปฏบตหนาทอนทเกยวของ

4. สวนสวนและตนไม 1 รบผดชอบเกยวกบการปลกและขยายพนธไมในสวนสาธารณะและสถานทตาง ๆ ในพระราชพธและสนบสนนพนธไมใหแกสำนกงานเขต ปลก ตกแตง บำรง รกษาตนไม สนามหญา

62 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ตดแตง ขอยาย ตดโคนตนไม ตดตามประเมนผลงานการดแลสวนหยอมและตนไมของพนทกลมเขตรตนโกสนทร กลมเขตบรพา โดยแบงงานภายใน ดงน

4.1 ฝายปลกบำรงรกษาและขยายพนธไม รบผดชอบเกยวกบการปลก ตกแตง บำรงรกษาตนไมและสนามหญาในทสาธารณะสวนหยอม ตดแตง ขอยาย ตดโคนตนไม ขยาย พนธไม เพอตกแตงในงานพระราชพธและสถานทตางๆ และปฏบตหนาทอนทเกยวของ

4.2 สวนลมพน รบผดชอบเก ยวกบการปลก ตกแตงบำรงรกษาตนไมและสนามหญา การขยายพนธไมเพอใชภายในสวนและหนวยงานอนในพนท การจดสรางอาคารสถานทและสงอปกรณอำนวยความสะดวกตางๆ ในบรเวณสวนและปฏบตหนาทอนทเกยวของ

4.3 สวนจตจกร รบผดชอบเชนเดยวกบสวนลมพน4.4 สวนสราญรมย รบผดชอบเชนเดยวกบสวนลมพน4.5 สวนเสรไทย รบผดชอบเชนเดยวกบสวนลมพน4.6 สวนรมณนาถ รบผดชอบเชนเดยวกบสวนลมพน4.7 สวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ รบผดชอบเชนเดยวกบ

สวนลมพน4.8 สวนสนตภาพ รบผดชอบเชนเดยวกบสวนลมพน4.9 สวนวชรเบญจทศ (สวนรถไฟ) รบผดชอบเชนเดยวกบ

สวนลมพน5. สวนสวนและตนไม 2 รบผดชอบเชนเดยวกบสวนสวน

และตนไม 1 โดยรบผดชอบพนทกลมเขตศรนครนทร กลมเขตเจาพระยากลมเขตกรงธนเหนอและกรงธนใต โดยแบงงานภายใน ดงน

63สวนสาธารณะ

5.1 ฝายปลกบำรงรกษาและขยายพนธไม รบผดชอบเกยวกบการปลก ตกแตง บำรงรกษาตนไมและสนามหญาในทสาธารณะสวนหยอม ตดแตง ขอยาย ตดโคนตนไม ขยายพนธไม เพอตกแตงในงานพระราชพธและสถานทตาง ๆ และปฏบตหนาทอนทเกยวของ

5.2 สวนหลวง ร.๙ รบผดชอบเชนเดยวกบสวนลมพน5.3 อทยานเบญจสร รบผดชอบเชนเดยวกบสวนลมพน5.4. สวนพระนคร รบผดชอบเชนเดยวกบสวนลมพน5.5 สวนหนองจอก รบผดชอบเชนเดยวกบสวนลมพน5.6 สวนสาธารณะเฉลมพระเกยรต 6 รอบ พระชนมพรรษา

รบผดชอบเชนเดยวกบสวนลมพน5.7 สวนธนบรรมย รบผดชอบเชนเดยวกบสวนลมพน

2) หนาทการดแลสวนสาธารณะในจงหวดอนๆการดแลสวนสาธารณะในจงหวดอ นๆ นน อย ในความ

รบผดชอบของเทศบาลของจงหวด โดยใชอำนาจหนาทตามระเบยบบรหารตามพระราชบญญตเทศบาล พ.ศ. 2496 โดยมรายละเอยดทเกยวของกบการดำเนนการดานสวนสาธารณะ ดงน

อำนาจหนาทของเทศบาล1. รกษาความสงบเรยบรอยของประชาชน2. ใหมและบำรงทางบกและทางนำ3. รกษาความสะอาดของถนน หรอทางเดนและทสาธารณะ

รวมทงการกำจดมลฝอยและสงปฏกล4. ใหมเครองใชในการดบเพลง5. ใหราษฎรไดรบการศกษาอบรม

64 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

6. สงเสรมการพฒนาสตร เดก เยาวชน ผสงอาย และผพการ7. บำรงศลปะ จารตประเพณ ภมปญญาทองถน และวฒนธรรม

อนดของทองถน8. ใหมนำสะอาดหรอการประปา9. ใหมและบำรงทางระบายนำ10. ใหมและบำรงสวมสาธารณะ11. ใหมและบำรงการไฟฟา หรอแสงสวางโดยวธอน12. หนาทอนตามทกฎหมายบญญตใหเปนหนาทของเทศบาล

กจการททำในเขตเทศบาล มดงน1. ใหมตลาด ทาเทยบเรอและทาขาม2. ใหมสสานและฌาปนสถาน3. บำรงและสงเสรมการทำมาหากนของราษฎร4. ใหมและบำรงการสงเคราะหมารดาและเดก5. ใหมและบำรงโรงพยาบาล6. ใหมการสาธารณปการ7. จดทำกจการทจำเปนเพอการสาธารณสข8. จดตงและบำรงโรงเรยนอาชวศกษา9. ใหมและบำรงสถานทสำหรบการกฬาและพลศกษา10. ใหมและบำรงสวนสาธารณะ สวนสตว และสถานทพกผอน

หยอนใจ11. ปรบปรงแหลงเสอมโทรมและรกษาความสะอาดเรยบรอย

ของทองถน

65สวนสาธารณะ

12. เทศพาณชยนอกจากน เทศบาลมอำนาจหนาทในการจดระบบการบรการ

สาธารณะ เพอประโยชนของประชาชนในทองถน ตามพระราชบญญตแผนและขนตอนการกระจายอำนาจฯ พ.ศ.2542 (ในสวนทเกยวของกบสวนสาธารณะ) ดงน

1. การจดทำแผนพฒนาทองถนของตนเอง2. การจดใหมและบำรงรกษาทางบก ทางนำ และทางระบายนำ3. การจดใหมการควบคมตลาด ทาเทยบเรอ ทาขาม และ

ทจอดรถ4. การสาธารณปโภคและการกอสรางอน ๆ5. การสาธารณปการ6. สงเสรมการฝก และประกอบอาชพ7. การพาณชยและการสงเสรมการลงทน8. สงเสรมการทองเทยว9. การจดการศกษา10. การสงคมสงเคราะหและการพฒนาคณภาพชวต เดก สตร

คนชรา และผดอยโอกาส11. การบำรงรกษาศลปะ จารตประเพณ ภมปญญาทองถน

และวฒนธรรมอนดของทองถน12. การปรบปรงแหลงชมชนแออดและการจดการเกยวกบ

ทอยอาศย13. การจดใหมและบำรงรกษาสถานทพกผอนหยอนใจ14. การสงเสรมกฬา

66 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

15. การสงเสรมประชาธปไตย ความเสมอภาค และสทธเสรภาพของประชาชน

16. สงเสรมการมสวนรวมของราษฎรในการพฒนาทองถน17. การรกษาความสะอาด และความเปนระเบยบเรยบรอย

ของบานเมอง18. การกำจดมลฝอย สงปฏกล และนำเสย19. การสาธารณสข การอนามยครอบครวและการรกษาพยาบาล20. การจดใหมและควบคมสสานและฌาปนสถาน21. การควบคมการเลยงสตว22. การจดใหมและควบคมการฆาสตว23. การรกษาความปลอดภย ความเปนระเบยบเรยบรอย

และการอนามย โรงมหรสพและสาธารณสถานอนๆ24. การจดการ การบำรงรกษา และการใชประโยชนจากปาไม

ทดนทรพยากรธรรมชาตและสงแวดลอม25. การผงเมอง

4.7 ปญหาทพบในสวนสาธารณะจากการวจยดานสวนสาธารณะ ในประเดนปญหาทพบใน

สวนสาธารณะ ดงน1. ดานส งอำนวยความสะดวกในพ นท พบวา พนท สวน

สาธารณะ ขาดโปรแกรมสอความหมายทด2. ดานความปลอดภย สวนสาธารณะเปนทพกผอนของคน

ทวไป ดงนน การควบคมมจฉาชพเปนเรองคอนขางยาก ถาไมสามารถ

67สวนสาธารณะ

ทำใหพนทมความปลอดภยแกผมาใชกเทากบสรางปญหาการขาดแคลนของพนทนนทนาการ เพราะทำใหไมมผใชพนทดงกลาวหรอใชสวนสาธารณะดวยความหวาดระแวง

3. ดานความสะอาดและเปนระเบยบ พบวา ขยะเปนปญหาทสำคญมากของพนท โดยทงขยะไมเปนท ทำใหพนทสกปรกไมนาใชนอกจากนน ภายในสวนกมรานคา หาบเร ขายของมนเมา ทำใหเกดการทะเลาะววาท เปนตน

4. ดานการทำลายทรพยสนและตนไมเสยหายอยเสมอ

นอกจากนน กองสวนสาธารณะ กลาวถงปญหาและอปสรรคในการดแลสวนสาธารณะ ดงน

1. อตรากำลงของเจาหนาทมนอย2. มงานตางๆ ซงไมใชลกษณะของงานดแลรกษาสวนสาธารณะ

รบผดชอบอยมาก เชน งานตงเกาอ งานบนเวทลลาศ งานจดระเบยบหาบเรแผงลอย

3. ประชาชนทเขามาพกผอนไมใหความรวมมอในการรกษากฎระเบยบตางๆ ของสวนสาธารณะ เชน หดขบรถในสวนสาธารณะไมรกษาความสะอาด เลนกฬาในทหามเลน ทำลายตนไมเสยหายเปนตน

4. งบประมาณทมจำกดเปนอปสรรคตอการพฒนาสวนสาธารณะใหอยในสภาพด

68 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

5. งานวจยทเกยวของ

งานวจยทเกยวของกบสวนสาธารณะ มดงนจตตนนท เรองวรยทธ ศกษาแนวทางการจดหาสวนสาธารณะ

ในพนทเขตชนในกรงเทพมหานคร ผลการศกษา พบวา พนทเขตชนในเขตกรงเทพมหานคร มปญหาเรองการขาดแคลนสวนสาธารณะอยมากประชาชนมความตองการใหมการจดสรางหรอพฒนาสวนสาธารณะเพ มมากข น ขนาดของสวนสาธารณะทสามารถจดหาและพฒนาไดเหมาะสม คอ สวนสาธารณะระดบทเดกเลน สวนสาธารณะระดบละแวกบาน และสวนสาธารณะระดบชมชน ขนาดของสวนดงกลาวสามารถจดสรางใหกระจายอยทวไป โดยมความสอดคลองกบพนทวางทมอยจรงในสภาพปจจบน และไมเกดปญหาตามมาทหลง เชนการเวนคนทดนเปนตน แนวทางอนทสามารถพจารณา ไดแก การขอความชวยเหลอจากหนวยงานของรฐบาลและเอกชนชวยพฒนาพนทวางทมอยตกแตงเปนสวนสาธารณะสำหรบการพกผอนหยอนใจของประชาชนโดยทวไป ตลอดจนสมาชกของหนวยงานแตละแหงนน

วชร นอยพทกษ ศกษาความคดเหนของประชาชนทมตอสงอำนวยความสะดวก การใหบรการ และรปแบบการใชประโยชน :ศกษากรณผมาใชสวนสาธารณะในกรงเทพมหานคร พบวา ผมาพกผอนสวนใหญมความเหนตอสงอำนวยความสะดวก การใหบรการมปรมาณเพยงพอ และมคณภาพเหมาะสมแลว ไดแก สนามหญา ถนน ทางเทาสวนหยอม สวนสงอำนวยความสะดวก การใหบรการทไมเพยงพอและคณภาพไมเหมาะสม ไดแก เอกสาร แผนพบ โทรศพท เปนตน สำหรบรปแบบการมาใชประโยชนพบวา การนงพกผอน การเดนเลน การชม

69สวนสาธารณะ

ทวทศน การอานหนงสอ การออกกำลงกาย เปนรปแบบการมาใชประโยชนทผเขามาพกผอนกระทำและรวมกจกรรมมากกวากจกรรมอนๆนอกจากน ผทมาพกผอนลกษณะสวนบคคลและลกษณะทางสงคมทแตกตางกน มผลตอความคดเหนดานปรมาณและคณภาพสงอำนวยความสะดวก การใหบรการและรปแบบการใชประโยชนแตกตางกน

สาลน ภวายน ศกษาขดความสามารถทางสงคมของสวนสาธารณะในเขตกรงเทพมหานคร : ศกษาเฉพาะกรณสวนลมพนโดยใชแบบสอบถามประกอบการสมภาษณแบบเจาะลก ทำการวเคราะหขอมลโดยการใชโปรแกรมสำเรจรป SPSS โดยใชสถต อตราสวนรอยละคาเฉลย คาเบยงเบนมาตรฐาน และทำการวเคราะหการผนแปรทางเดยวพบวา ระดบการศกษา รายได กจกรรมภายในสวนลมพนทตางกนมความพงพอใจตอสวนลมพนแตกตางกน

70 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

71สวนสาธารณะ

การวจย เรอง การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต: สวนสาธารณะ เปนการวจยเชงพรรณนา โดยศกษากรณตวอยางเพอศกษาสภาพปญหาการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวตประเภท สวนสาธารณะ เพอวเคราะหขอเสนอนโยบายและแผนสงเสรมการเรยนรทางสวนสาธารณะทมตอการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศยในประเทศไทย และเพอศกษามาตรฐานการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต ประเภทสวนสาธารณะ โดยมวธดำเนนการวจย เปน 3 ระยะ ดงน

ระยะท1 : ขนการสำรวจและศกษาการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต ประเภท สวนสาธารณะ มขนตอนการดำเนนงาน ดงน

1. ศกษา รวบรวมเอกสารตาง ๆ ทเกยวของ ไดแก กฎหมายระเบยบรวมทงขอกำหนดเกยวกบสวนสาธารณะ เอกสารสงพมพเผยแพรขอมลจากการคนควาทางอนเทอรเนต หนงสอ งานวจย และวทยานพนธของสถาบนตาง ๆ ทเกยวของกบสวนสาธารณะ

72 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

2. ประสานงานกบสำนกงานสวนสาธารณะ สำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานคร และสำนกงานเทศบาลในสวนภมภาคเพอสำรวจสวนสาธารณะทงในเขตกรงเทพมหานคร และสวนภมภาคและขอเสนอแนะในการเลอกสวนสาธารณะเพอนำมาเปนกรณศกษา

3. สรปรายชอสวนสาธารณะทเปนกรณศกษา ทสงกดกรงเทพมหานคร และเทศบาลจงหวด จำแนกตามภมภาค ทง 12 แหง ดงน

3.1 กรงเทพมหานคร ไดแก สวนลมพน สวนจตจกรสวนวชรเบญจทศ สวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ และสวนหลวง ร.๙

3.2 ภาคกลาง ไดแก สวนสราญรมย จงหวดประจวบครขนธ3.3 ภาคเหนอ ไดแก สวนลานนา ร.9 และสวนบวกหาด

จงหวดเชยงใหม3.4 ภาคตะวนออก ไดแก สวนศรเมอง จงหวดระยอง3.5 ภาคตะวนออกเฉยงเหนอ ไดแก สวนประตเมองและ

สวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร จงหวดขอนแกน3.6 ภาคใต ไดแก สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ

จงหวดสงขลา4. ดำเนนการ จดทำแบบสำรวจสภาพสวนสาธารณะและ

แบบสมภาษณการจดการเรยนรของสวนสาธารณะ โดยมรายละเอยดของการสรางเครองมอในการวจย ดงน

4.1 ศกษาแนวคด ทฤษฎ หลกการจดสวนสาธารณะตลอดจนระเบยบ และมาตรฐานของสวนสาธารณะ

4.2 จดทำแบบสำรวจและการสมภาษณดงกลาว โดยมประเดนรายละเอยด ดงน

73สวนสาธารณะ

1) แบบสำรวจสภาพสวนสาธารณะ มประเด นการสำรวจ ดงน

- องคประกอบในสวนสาธารณะ- สภาพแวดลอมของสวนสาธารณะ- ความปลอดภย- การดแลรกษา- กจกรรมทประชาชนนยม- การจดกจกรรมการศกษา

2) แบบสมภาษณการจดการเรยนรของสวนสาธารณะมประเดนการสมภาษณ ดงน

- นโยบายและแผนงานของหนวยงานทสงเสรมการเรยนรตลอดชวต

- กฎหมายทเกยวของกบหนวยงานในการสงเสรมการจดการเรยนรตลอดชวต

- หนวยงานทรบผดชอบ- มาตรฐานการเรยนร- การประเมนผลการเรยนร- การสนบสนนทรพยากรเพอการเรยนร- กลมผเรยน- กลมผสอน- กจกรรมสวนสาธารณะใหบรการแกประชาชน

ทงทสงเสรมการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศย

74 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

- หนวยงานอน ๆ ทสนบสนนการจดกจกรรม- บคลากร- อปกรณหรอกจกรรมภายในอาคาร- ลกษณะการใหบรการในสวนสาธารณะ- การวดและประเมนผลการดำเนนงาน- ปญหาของสวนสาธารณะ- ขอเสนอแนะ

5. ศกษาสภาพปญหาการจดการเรยนรตลอดชวต ขอเสนอเชงนโยบายและแผนสงเสรมการเรยนรตลอดชวต และมาตรฐานการเรยนรตลอดชวตของแหลงการเรยนร ประเภท สวนสาธารณะ ท เปนกรณศกษาทง 12 แหง โดยใชแบบสำรวจและแบบสมภาษณทไดทำขนสำรวจและสมภาษณ เจาหนาททเกยวของของสวนสาธารณะทง 12 แหงโดยกำหนดการสำรวจและสมภาษณ ในชวงเดอนเมษายน - กรกฎาคม2547

ระยะท 2 : ขนการวเคราะหและสงเคราะหการจดการเรยนรของแหลงการเรยนร ตลอดชวต ประเภท สวนสาธารณะมขนตอนการดำเนนงาน ดงน

1. วเคราะหขอมลสภาพปญหาการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต ประเภท สวนสาธารณะทง 12 แหง ทไดจากการสำรวจและสมภาษณ ในระยะท 1

2. วเคราะหขอเสนอเชงนโยบายและแผนสงเสรมการเรยนรตลอดชวต ของสวนสาธารณะทมตอการศกษาในระบบ การศกษา

75สวนสาธารณะ

นอกระบบ และการศกษาตามอธยาศย ทไดจากการคนควาเชงเอกสารและการสมภาษณ สวนสาธารณะทง 12 แหง ทดำเนนการในระยะท 1

3. วเคราะหเกณฑมาตรฐานการจดการเรยนรตลอดชวตของแหลงการเรยนรทางสวนสาธารณะทง 12 แหง ทไดจากการสมภาษณในระยะท 1

4. สงเคราะหขอมลจากกรณตวอยางในภาพรวม เกยวกบสวนสาธารณะกบการจดการศกษาตลอดชวต ทเชอมโยงกบการศกษาในระบบการศกษานอกระบบ การศกษาตามอธยาศย และขอเสนอเชงนโยบายและแผนสงเสรมการเรยนรตลอดชวตของสวนสาธารณะในการจดการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศยในประเทศไทย รวมทง เกณฑมาตรฐานการจดการเรยนรตลอดชวตของแหลงการเรยนรดานหองสมดประชาชน

5. นำเสนอผลการวเคราะหและสงเคราะห การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต ประเภท สวนสาธารณะ จากกรณศกษาทง12 แหง

ระยะท 3 : ข นการนำเสนอการจดการเรยนร ของแหลงการเรยนร ตลอดชวต ประเภท สวนสาธารณะ มข นตอนการดำเนนงาน ดงน

1. ประชมสมมนาเพอนำเสนอผลการวจยเกยวกบการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต ประเภท สวนสาธารณะ

2. จดทำรายงานการวจยและเผยแพรงานวจยเกยวกบการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต ประเภท สวนสาธารณะ

76 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

77สวนสาธารณะ

การจดสวนสาธารณะใหเปนแหลงการเรยนรตลอดชวตมความหลากหลายในแตละสวน คณะวจยไดศกษากรณศกษาสวนสาธารณะในทกภมภาคของประเทศ จำนวน 12 แหง

กรณศกษาท 1 : สวนหลวง ร.๙

สวนหลวง ร.๙ เปนสวนสาธารณะในเขตกรงเทพมหานครตงอยท ถนนสขมวท 103 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรงเทพมหานครมเนอทประมาณ 500 ไร มลกษณะเปนสวนสาธารณะขนาดใหญหรอสวนระดบเมอง เปดบรการทกวน ตงแตเวลา 05.00 - 18.00 น.ประชาชนเขามาใชบรการโดยเฉลยประมาณ 10,000 - 20,500 คนในวนธรรมดา และ 30,000 คน ในวนหยดราชการ การใหบรการของสวน พบวา ใหบรการทศนศกษาและศกษาดงาน 68 ครง/ปใหบรการเปนสถานทถายทำภาพยนตร 51 ครง/ป และกจกรรมอนๆ52 ครง/ป หนวยงานทรบผดชอบดแลสวนหลวง ร.๙ คอ สำนกงานสวนสาธารณะ สำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานคร

78 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

สวนหลวง ร.๙ สรางขนดวยความรวมมอรวมใจของกรงเทพมหานคร มลนธสวนหลวง ร.๙ องคกรภาครฐและเอกชน รวมถงปวงชนชาวไทยเพอนอมเกลาฯ ถวายพระบาทสมเดจพระเจาอยหว ในศภมงคลสมยเฉลมพระชนมพรรษา 5 รอบ ใน พ.ศ. 2530 โดยสรางบนทดนของกรงเทพมหานคร บรเวณหนองบอนทยงไมไดใชประโยชน แตมศกยภาพในการเปนพนทรบนำกอนระบายสแหลงธรรมชาต ซงเปนแนวทางการแกไขปญหานำทวมตามพระราชดำร โครงการเรมตงแตป พ.ศ. 2527ตามความมงหวงรวมกนทจะสรางสวนสาธารณะระดบนครใหเปนหนาตาของประเทศ และสรางพนทสเขยวเพอใหประชาชนไดมาเทยวพกผอนทดนผนนไมไดตอเน องกนเปนผนเดยว แตมหลายสบโฉนดและหลายแปลงปะปนในทดนเอกชน จงตองแลกทดนกบเอกชน และไดรบบรจาคเพม ทำใหมพนทรวมถง 500 ไร เหมาะสมกบการเปนสวนระดบนคร และการแปรสภาพจากพนทลม รกราง เตมไปดวยหลมบอและทงนา ดงหญาสงทวม กลายเปนสวนสาธารณะสมบรณแบบทงามสงาจบตาดงเนรมต แสดงถง พลงศรทธา ความสมานสามคค และความจงรกภกดตอองคพระประมขของชาต และเปนอนสรณแหงสายสมพนธอนลกซงระหวางพระมหากษตรย และราษฎรชาวไทย ผลงานยงใหญนจะสบทอดเปน มรดกลำคาสรนตอไป

โครงสรางหลกของสวนหลวง ร.๙ ไดรบการกำหนด ใหสอดคลองกบหลก 5 ประการ คอ เฉลมพระเกยรต สงเสรมวชาการรวบรวมพนธไม อนรกษส งมชวต และพกผอนหยอนใจ แฝงดวยการปลกฝงทศนคต การจดภมทศน ภายในสวนจงสอดคลองกบหลกดงกลาว ลกษณะของสวนระดบเมอง แบงเปน 6 บรเวณ

79สวนสาธารณะ

บรเวณท 1 อทยานมหาราช บรเวณเฉลมพระเกยรต 21 ไรมหอรชมงคล ซงเปนอาคาร 9 เหลยมศลปะไทยประยกต ตงอยกลางพนทลอมรอบ 3 ดานดวย “ตระพงแกว” มสวนราชพฤกษทเปนไมมงคลและสของดอกเปนสประจำวนพระบรมราชสมภพ แตงบรเวณดวยสระนำพ 3 สระ เพมความสงางาม

อทยานมหาราช

บรเวณท 2 สวนพฤษศาสตร สมบรณแบบ 150 ไร ตามหลกอนกรมวธานและนเวศวทยาแหงแรกของไทย แบงเปน 4 เกาะ มนำลอมรอบ มอาคารแสดงพนธไมในรมและพนธไมทะเลทราย สวนสมนไพรหองสมด หอพรรณไม และหองปฏบตการ

บรเวณสวนพฤกษศาสตรและหองสมด

80 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

บรเวณท 3 ตระพงแกว 40 ไร เปนทรบนำชานเมองตามแนวพระราชดำร ใชจดกจกรรมทางนำ บรการเชาเรอพาย และจกรยานนำ

บรเวณท 4 สวนรมณย 50 ไร เปนสวนเลยนแบบธรรมชาตทองถนแตละภาคของประเทศ จำลองปาเขา ลำธาร นำตก ตกแตงดวยหนธรรมชาตจากภมภาค เปนการนำความงามชนบทมาใหชมในเมอง

บรเวณท 5 สวนนำ 40 ไร จำลองธรรมชาตจากปาพรในจงหวดนราธวาส เปนแหลงอนรกษสตวนำ สรางธรรมชาตทเงยบสงบชมชน รมเยน

บรเวณท 6 สนามราษฎร 70 ไร เปนลานอเนกประสงคใชเปนสนามกฬา หรอจดกจกรรมตามเทศกาล มศนยกฬาเอกชนใหบรการและบรการเชาสถานทจดประชมสมมนา

นอกจากน มจดทนาสนใจในบรเวณสวน เชน1. สวนนานาชาต สวนขนาดเลกแสดงเอกลกษณการจด

ภมทศนของสวน 7 ชาต คอ จน ญปน สเปน องกฤษ ฝรงเศส อตาลและอเมรกา ไดรบความรวมมอจากสถานเอกอครราชทตแตละประเทศ

2. สวนเชงผา ตกแตงดวยหนขนาดตางๆ ประดบดวยกลมไมประดบ

3. สวนกำแพงหน ตกแตงจากหนสชมพในลกษณะเชงช นแทรกดวยไมดอกสวยงาม

4. สวนบวเบญจพรรณ รวบรวมบวหลากหลายพนธใหศกษา5. มมแมกโนเลย รวบพนธไมตระกล Magnolia ทมเสนหดวย

ความหอมของดอกไม

81สวนสาธารณะ

6. สวนไมเมองหนาวนอมเกลาฯ ถวายพอหลวง ในชวงวนท1-31ธนวาคม ทกป สวนสาธารณะของกรงเทพมหานครจะงดงามไปดวยการจดภมทศนแปลงไมดอกเมองหนาวสสนสะดดตา ทกปมลนธสวนหลวง ร.๙ รวมกบกรงเทพมหานคร ไดจดงาน “พรรณไมงามอรามสวนหลวง ร.๙” ในชวงประมาณวนท 1-10 มนาคม

ภายในสวนหลวง ร.๙

ภายในสวนหลวง ร.๙ มสภาพทวไป ดงนคอ มปายบอกชอสวนบรเวณประตทางเขา มแผนทหรอแผนผงแสดงตำแหนงตางๆ ของสวนสาธารณะ ปายบอกชอตนไม ปายชกชวนใหรกษาความสะอาดมถนนภายในทกวาง มสวนโคง และสดสวนตางๆ ตรงตามมาตรฐานทวไปมถงขยะ รวมทง มศนยใหคำแนะนำและใหบรการแกผทมาใชบรการ

อาคารและปายตางๆ ภายในสวน

82 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

นอกจากนน มยามรกษาการณคอยดแลอยตลอดเวลา มไฟฟาตดตามถนนเปนระยะ มแสงสวางเพยงพอ มประตทางเขาออกเพยงประตเดยว มปายบอกทางจราจร มรวกนบรเวณ แยกถนนและทางเดนเดดขาด มการสำรวจซอมแซมสถานท และอปกรณตางๆ มการตรวจตราสายไฟและปลกไฟ ตดแตงตนไมใหสวยงามอยเสมอ รวมทงมความสะอาด สวยงาม สนามหญาและสถานทตางๆ ไดรบการดแลอยางด

ในการน คณะวจยไดวเคราะหองคประกอบตางๆ ตามหลกการจดตงแหลงการเรยนรในสวนหลวง ร.๙ ดงตอไปน

นโยบายและแผนสวนหลวง ร.๙ เปนสวนสาธารณะทอยในความดแลรวมกน

ระหวางกรงเทพมหานครกบมลนธสวนหลวง ร.๙ นโยบายในการดแลใชนโยบายของกรงเทพมหานคร ดงนคอ

เปาหมายในการดำเนนงานดำเนนการจดหา รกษา บรหาร และพฒนาพนทสวนสาธารณะ

พนทสเขยว พนทโลงแจงและพนทนนทนาการของเมอง เพอประโยชนสงสดของคนกรงเทพฯ และผมาเยอน

แนวทางการดำเนนงานทเกยวของ ในสวนของการดำเนนงานเพอใหบรรลเปาหมายดงกลาว มหลายแนวทางดวยกน หากในสวนของการดำเนนงานทเกยวของกบการจดแหลงการเรยนร มดงน

ขอ 3) เพมคณคาและยกระดบคณภาพชวตของคนกรงเทพมหานคร ผานทางแหลงทรพยากรทอยในความรบผดชอบของสำนก

83สวนสาธารณะ

สวสดการสงคม โดยการเตรยมจดกจกรรมนนทนาการ การกฬาวฒนธรรม การสรางเสรมประสบการณชวต และการเรยนรทมคณภาพแกผใชบรการ รวมทงกำหนดใหสวนสาธารณะเปน “แหลงนนทนาการเปด” สำหรบประชาชนเพอใหไดใชประโยชนจากสวนสาธารณะอยางคมคามากทสด และจดใหเปน “หองเรยนธรรมชาต” เพอใชสำหรบเปนแหลงศกษาพฤกษศาสตรตามฤดกาลของเยาวชนและประชาชนทวไปเพอใหเกดความหลากหลายในการใชบรการของคนในเมอง

ขอ 5) จดใหมการดแล บำรงรกษา พฒนาสวนสาธารณะและแหลงนนทนาการทมอยเดม รวมทงสงอำนวยความสะดวกตางๆใหอยในสภาพทสมบรณทสด โดยจดใหเปนระบบ มตารางการบำรงรกษาทแนนอน เพอประโยชนและความพงพอใจในการใชบรการของประชาชน

กฎหมายทเกยวของพระราชบญญตกรงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ไดกำหนดอำนาจ

หนาท ของกรงเทพมหานครในสวนท เปนกฎหมายบงคบโดยตรงหรอเกยวของในบางสวนกบการดแลสวนสาธารณะ คอ การจดใหมและบำรงรกษาสถานทพกผอนหยอนใจ และการพฒนาและอนรกษสงแวดลอม

84 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

การดำเนนงานหนวยงานทรบผดชอบสวนหลวง ร.๙ ม 2 หนวยงาน ไดแก

สำนกงานสวนสาธารณะ สำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานครและมลนธสวนหลวง ร.๙ สำนกงานสวนสาธารณะ อยในความดแลของสำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานคร โดยไดแบงหนวยงานออกเปนฝายบรหารงานท วไป กล มงานวชาการและสวนตนไมกลมงานออกแบบสวน สวนสวนและตนไม 1 และ 2

ในสวนของบคลากร สวนหลวง ร.๙ มบคลากรดำเนนงานดงนคอ ขาราชการกรงเทพมหานคร จำนวน 24 อตรา และ ลกจางจำนวน 441 อตรา (ลกจางประจำ 327 อตรา ลกจางชวคราว 114อตรา)

มาตรฐานการเรยนรพฤตกรรมการใชสวนหลวง ร. ๙ ของประชาชน พบวา

ประชาชนเขามาพกผอน เลนกฬาหรอเขารวมกจกรรมตางๆ จำนวนมากพอสมควร ประชาชนเขามาใชบรการสวนหลวง ร.๙ อยางสมำเสมอและมความพงพอใจในการใชบรการดานตางๆ ทมในสวน

การประเมนผลการเรยนรการสอบถามความพงพอใจในการใชสวนหลวง ร.๙ โดยใช

วธการสอบถามดวยวาจาถงความพงพอใจผเขามาใชสวน และบางครงกจะใชแบบสอบถามประกอบกน สวนการฝกอบรมใหความรในเรองตางๆ ใชผลจากการฝกปฏบตจรงและการสงเกตพฤตกรรมของผเรยน

85สวนสาธารณะ

การสนบสนนทรพยากรการเรยนรการดำเนนการสวนหลวง ร.๙ ไดรบงบประมาณบางสวนจาก

สำนกงานสวนสาธารณะ และบางสวนไดรบจากมลนธสวนหลวง ร.๙

กจกรรมประชาชนสวนใหญทมาในสวนหลวง ร.๙ เขามาเพอพกผอน

หยอนใจเปนหลก กจกรรมทประชาชนมาใชบรการ ไดแก การพกผอนการนงเลน การอานหนงสอ การออกกำลงกาย การวง การเดน และการรวมกจกรรมกลม มการจดกจกรรมการออกกำลงกายเปนกลมโดยตงเปนชมรม เชน ชมรมโยคะ ชมรมแอโรบค เปนตน

นอกจากนน มการใชสวนหลวง ร.๙ เปนสถานทสำหรบทศนศกษา หรอใชเปนสถานทฝกงานของโรงเรยนและมหาวทยาลยโดยเฉพาะใชเปนสถานทฝกงานดานพชและสวน จากสถาบนตางๆ เชนมหาวทยาลยเกษตรศาสตร มหาวทยาลยมหดล เปนตน รวมทงใชเปนสถาบนฝกอบรม เกยวกบการดแลสวนและตนไม สำหรบประชาชนทวไปโดยสำนกงานสวนสาธารณะเปนผจดฝกอบรมเกยวกบการดแลบำรงรกษาตนไม วทยากรของสำนกงานเปนผใหความร การอบรมดงกลาวใชเวลาประมาณ 3 วน มผเขารบการอบรมประมาณ 40 คน หลกสตรการฝกอบรมมทงการอบรมในชนเรยน และการฝกงานในสถานทจรงหลงจากเสรจสนการฝกอบรม ผเขารบการฝกอบรมไดประกาศนยบตรรบรอง ในการฝกอบรมน พบวา ผเขารบการฝกอบรมพอใจการฝกอบรมดงกลาวเปนอยางยง นอกจากน สวนหลวง ร.๙ ใชเปนสถานทสำหรบหนวยงานทงในและตางประเทศ ทมความสนใจดานสวนและพชพนธไม

86 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

มาศกษาดงานอยางตอเนอง เชน ประเทศอสราเอล ประเทศองกฤษเปนตน

ผเรยนประชาชนทเขามาใชบรการ เพอการพกผอนในวนธรรมดา

ประมาณ 10,000 - 25,000 คน สวนวนหยดราชการประมาณ30,000 คน การจดฝกอบรมหลกสตรระยะสน ผเรยน คอ ประชาชนทวทกเพศทกวยตามจำนวนทเหมาะสม

ผสอนสวนหลวง ร.๙ จดการฝกอบรมเรองการดแลและบำรงรกษา

พนธไม การปลกตนไมประเภทตางๆ เปนตน ซงการฝกอบรมเชนนสวนหลวง ร.๙ เปนผจดการฝกอบรมเอง มเจาหนาทของสวนหลวง ร.๙เปนวทยากร

ปญหาทพบการดำเนนงานสวนหลวง ร. ๙ ทผานมา มปญหาบางประการ

คอ งบประมาณในการบำรงรกษาจำนวนไมเพยงพอ ขาดงบประมาณในการซอมแซมอปกรณทเสยหาย ดานบคลากร พบวา ปญหาดานสวสดการของลกจางไมเพยงพอ รวมทง ปญหาการประสานงานระหวางหนวยงาน เน องจากแตละสวนมกทำงานในสวนของสวนท ด แลไมมการเชอมโยงระหวางกนเทาทควร

87สวนสาธารณะ

ขอเสนอแนะเจาหนาทของสวนหลวง ร.๙ ใหขอคดเหนในดานความคมคา

ในการใชสวนหลวง ร. ๙ ของประชาชน โดยเหนวา การใชสวนหลวงร.๙ ยงไมคมคาเทาทควร ควรขยายการใชสวนหลวง ร. ๙ ออกไป เชนรวมมอกบชมชนมากขน เพอใหชมชนมาใชสวนหลวง ร. ๙ มากขนจดใหผเรยนในชมชนใกลเคยงมาทศนศกษา เปนตน

กรณศกษาท 2 : สวนลมพน

สวนลมพน ตงอยบนถนนพระรามท 4 แขวงวงใหม เขตปทมวนกรงเทพมหานคร มขนาดพ นท 360 ไร จดเปนสวนสาธารณะขนาดกลางหรอสวนสาธารณะระดบเขต เปดบรการทกวน ตงแตเวลา04.30 - 21.00 น. หนวยงานทรบผดชอบดแล คอ สำนกงานสวนสาธารณะ สำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานคร

บรรยากาศภายในสวนลมพน

88 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

สวนลมพนเปนสวนสาธารณะแหงแรกของกรงเทพมหานครเปนพระราชมรดกทพระบาทสมเดจพระมงกฎเกลาเจาอย หวทรงพระราชทานไวใหแกชาวพระนคร โดยมจดเรมตนใน พ.ศ. 2468 เมอทรงครองราชสมบตครบ 15 ป ประกอบกบเศรษฐกจตกตำหลงสงครามโลกครงท 1 จงทรงมพระราชดำรจดงานแสดงพพธภณฑสรรพสนคาและทรพยากรธรรมชาต ดงเชนประเทศตะวนตกทำไดผลมาแลวโดยกำหนดจดในฤดหนาวปลายป พ.ศ. 2468 และมพระราชดำรวาเมอเลกการจดงานแลว สถานทนนควรจดทำเปนสวนพฤกษศาสตรเพอใหประชาชนไดศกษาและใชพกผอน ทรงเลอกบรเวณทงศาลาแดงทดนสวนพระองคทเหลอจากการแบงเปนจฬาลงกรณมหาวทยาลยใหเปนทจดงาน ทรงสละพระราชทรพยเปนทนประเดมในการเตรยมสถานท ครงนน มการขดสระกวาง สรางเกาะลอยกลางนำ ตดถนนและสรางถาวรวตถ เชน หอนาฬกา ตกแบบกรก และทรงพระราชทานชอวา “สวนลมพน” หมายถง สถานทประสตแหงพระพทธเจา ณตำบลลมพน ว น ประเทศเนปาล แตด วยทรงเสดจสวรรคกอนหมายกำหนดเปดงานจงตองลมเลกงานไป

ตอมาในสมยพระบาทสมเดจพระปกเกลาเจาอยหว รชกาลท 7โครงการนไดรบการรอฟนอกครง โดยทรงเชาทดนดานใตของสวนลมพน90 ไร จดเปน “วนาเรงรมย” คลายสวนสนก และคาเชานำมาปรบปรงทดนสวนทเหลอเปดเปนสวนสาธารณะ นบแตนน สวนลมพนจงเปนสถานทใหความเพลดเพลนสนกสนานแกประชาชนมทงการละเลนแขงวาว วงวว ชงชา มาหมน โดยทรงพระราชทานทดนใหรฐบาลดแลและมพระกระแสรบสงใหใชเพอเปนสวนสาธารณะเทานน ตอมาในสมยสงครามโลกครงท 2 สวนลมพนเปนทตงคายของทหารญปน สวนแหง

89สวนสาธารณะ

นจงลดบทบาทลง จนสงครามเลกในป พ.ศ. 2495-2497 สวนถกใชเปนทจดงานฉลองรฐธรรมนญ และมการประกวดนางสาวสยามบรเวณเกาะลอย

สวนลมพนมลกษณะเปน “สวนอเนกประสงค” ทอำนวยความสะดวกและใหบรการดานตางๆ เปนสถานทพกผอนหยอนใจออกกำลงกาย เลนกฬา ฝกอาชพ หองสมดประชาชน แหลงนนทนาการพบปะสงสรรคและจดกจกรรมตางๆ สำหรบประชาชน ทกเพศ ทกวยรวมทงผพการมาใชบรการสวนสาธารณะ

ปจจบน มประชาชนเขามาใชบรการประมาณ 20,000 คนในวนธรรมดา และ 40,000 คนในวนหยดราชการ การบรการสถานทเพอจดกจกรรม พบวา สวนลมพนใหบรการสถานทเพอการศกษา63 ครง/ป เพอการกฬาและนนทนาการ 43 ครง/ป การถายทำภาพยนตร 63 ครง/ป และเพอทดสอบสมรรถภาพ 10 ครง/ป

การจดสภาพแวดลอมของสวนลมพนดานหนาสวน มปายบอกชอสวนลมพนบรเวณประตทางเขา

มถนนเพอใหประชาชนออกกำลงกายตอนเชาและเยน ลานตะวนยมเปนลานกจกรรมนนทนาการทออกแบบเพอคนพการ มสำนกงานสวนอยดานหนา สนามเดกเลน สนามหญา ตนไมยนตนใหรมเงาและความรมรนหลายชนด นอกจากนน มไมสกลปาลมอกหลายชนดสวนไผและสวนไมไทยโบราณ บรรยากาศรมรน ไมดอกไมประดบในสระนำ ปลาหลากหลายชนด อากาศบรสทธ ตามทางเดนมไฟถนนเปนระยะ มถงขยะ สขา ใหบรการ มร วก นรอบบรเวณสวน มท จอดรถจำนวนมาก มการรวมกลมของประชาชนในรปของชมรมตางๆเชน ชมรมนกวง และสถานททกรงเทพมหานครมาจดกจกรรม เชน

90 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ศนยผสงอาย ศนยสรางโอกาสเดก ศนยฝกอาชพ หองสมดประชาชนศนยเยาวชน เปนตน

ศนยสรางโอกาสเดก

หองสมดประชาชนกรงเทพมหานคร และชมรมผสงอาย

สวนลมพน มยามรกษาการณหนาประตเพอดแลความปลอดภยในสวน อาคารสถานท พบวา มความเรยบรอย เนองจากสวนลมพนมการดแลสำรวจซอมแซมสถานทและอปกรณตางๆ เชน สายไฟและปลกไฟ รวมทง ดแลตดแตงตนไมใหสวยงามอยเสมอ สนามหญาและสถานทตางๆ ไดรบการดแลเปนอยางด

91สวนสาธารณะ

นโยบายและแผนนโยบายของสวนลมพนตองการใหเปนสวนอเนกประสงค

ประกอบกจกรรมหลากหลาย ทงการพกผอน หยอนใจ การออกกำลงกายการฝกอาชพ การเรยนรจากหองสมด แหลงนนทนาการ พบปะสงสรรคโดยสวนลมพนไดยดแนวทางของสำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานครทตองการทำใหกรงเทพเปนเมองแหงความรมรน ประชากรมคณภาพชวตทด ครอบครวอบอน สงคม เอออาทร สมานฉนท

กฎหมายทเกยวของสวนลมพน ใชระเบยบบรหารตามพระราชบญญตระเบยบ

บรหารราชการกรงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 เชนเดยวกบสวนสาธารณะในเขตกรงเทพมหานครทกสวน

การดำเนนงานหนวยงานรบผดชอบสวนลมพน ไดแก สำนกงานสวนสาธารณะ

สำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานคร เปนผดแลและบำรงรกษาการบรหารสวนไดมอบหมายใหเจาหนาทสวนสาธารณะเปนผบรหารสวนลมพนมบคลากรดำเนนงาน ดงน เจาหนาทสวนสาธารณะทำหนาทหวหนาสวน รองหวหนาสวน เจาหนาท เกษตร และลกจาง

การประเมนผลการดำเนนงานสวนลมพน พบวา มการประเมนการดำเนนงานของสวนลมพนหลายวธ กลาวคอ หากตองการสอบถามความพงพอใจในการใชบรการ ใชการสอบถามดวยวาจาสวนการประเมนผลการปฏบตงานของลกจางประเมนโดยหวหนางานเฉลยปละ 1 ครง นอกจากนน สวนลมพนยงไดรบการตรวจสอบ

92 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

จากสำนกงานสวนสาธารณะ สำนกสวสดการสงคม เปนประจำทกป

มาตรฐานการเรยนรพฤตกรรมการใชสวนลมพนของประชาชน พบวา ประชาชน

เขามาพกผอน เลนกฬา หรอเขารวมกจกรรมตางๆ ของศนยในสวนลมพน เชน เขารวมเลนกฬาในศนยเยาวชน อบรมลลาศในสโมสรพลเมองอาวโส รวมหลกสตรดนก เขาฝกอาชพในศนยฝกอาชพกรงเทพฯฟงธรรมะในสวน ฟงดนตรในสวน และไดมการสำรวจความพงพอใจการใชสวนสาธารณะ และพบวา ประชาชนมความพงพอใจในบรการดานตางๆ ของสวนลมพนเปนอยางด

ศนยฝกอาชพกรงเทพมหานคร

การประเมนผลการเรยนรความพงพอใจการใชสวนลมพนใชวธการสอบถามความพงพอใจ

ของผมาใชสวนลมพน โดยการซกถามดวยวาจา สวนการฝกอบรมไดใหประกาศนยบตร เมอผานการฝกอบรมแลว ในสวนของการฝกอบรมมการประเมนผล 2 ลกษณะ คอ การประเมนภาคปฏบต ไดแก

93สวนสาธารณะ

การพจารณาผลงานจากการปฏบต หากผเขารบการฝกอบรมสามารถปฏบตไดครบตามวตถประสงคของการฝกอบรม นบวาผานการฝกอบรมนอกจากนมการประเมนความพงพอใจการฝกอบรม โดยมวตถประสงคเพอสอบถามความพงพอใจเกยวกบการเขารบการฝกอบรม เพอเปนขอมลนำไปปรบปรงการฝกอบรมในครงตอไป ดวยการใชแบบสอบถามถามผเขารบการฝกอบรมอกดวย

การสนบสนนทรพยากรในการเรยนรสวนลมพนไดรบการสนบสนนจากหนวยงานภายใน คอ ไดรบ

งบประมาณการดแลจากกรงเทพมหานคร และไดรบการสนบสนนจากหนวยงานภายนอก ในลกษณะของการสร างสถานท เช นสนามบาสเกตบอล สนามเดกเลน สวนเสรมสมรรถภาพทางรางกายการทำปายของสวน เปนตน

สถานททไดรบการสนบสนนจากหนวยงานภายนอก

94 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

กจกรรมกจกรรมทสวนลมพนไดใหบรการดานความรมหลายประการ

เชน ใชเปนสถานทสำหรบทศนศกษา โดยโรงเรยนตางๆ นำนกเรยนมาทศนศกษาพนธไมและนกชนดตางๆ ในสวน หรอประกอบกจกรรมการศกษาวชาตางๆ โดยใหนกเรยนศกษาสงเกตและทำรายงานเกยวกบพนธไมและนกชนดตางๆ เปนตน

ในสวนของกจกรรมกฬาในรม กจกรรมฝกวชาชพ กจกรรมลลาศของผสงอาย เปนการดำเนนงานโดยกองนนทนาการ สำนกพฒนาชมชนโดยสวนลมพนเปนผอำนวยความสะดวกดานสถานท

กจกรรมดนตรในสวน

ผเรยนประชาชนเขามาใชบรการสวนลมพน ในวนธรรมดา ประมาณ

20,000 คน สวนวนหยดราชการมผเขามาใชบรการ ประมาณ 40,000คน

95สวนสาธารณะ

ผสอนสวนลมพนไดจดอบรมเกยวกบการดนก โดยรวมมอกบบรษท

เทเลคอมเอเชย และเจาหนาทประจำสวนสาธารณะเปนวทยากรรวมกบบรษทดงกลาว

ปญหาทพบปญหาสวนลมพน มหลายประการ ดงน1. ปญหาความสะอาด กลาวคอ ประชาชนทมาใชบรการ

ไมชวยกนรกษาความสะอาด2. ปญหาขาดงบประมาณในการบำรงรกษา งบประมาณทไดรบ

มจำนวนไมเพยงพอในการบำรงรกษาและพฒนาสวนลมพน3. ปญหาเรองผมามวสมในสวนลมพน เนองจากพนทการดแล

กวางมาก หากแตมเจาหนาทจำนวนนอย จงทำใหดแลสวนลมพนไดไมทวถง และบางครงมวยรนมาจบกลมมวสม

4. บคลากรมจำนวนไมเพยงพอเมอเปรยบเทยบกบจำนวนพนทรวมทงเมอขาดคนไมสารถหาบคลากรมาทดแทนได

ขอเสนอแนะ1. สรางสวนลมพนใหม จ ดเดนเปนเอกลกษณของสวน

ควรใหมเอกลกษณในแตละสวน และเพมความหลากหลาย2. สงเสร มให สวนล มพ น เป นแหล งเร ยนร ตลอดช ว ต

ทงดานการออกกำลงกายเพอสขภาพและการศกษาดานธรรมชาตเปนตน

96 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

กรณศกษาท 3 : สวนจตจกร

สวนจตจกร ต งอย บนถนนกำแพงเพชร 1 แขวงลาดยาวเขตจตจกร กรงเทพมหานคร มพนททงหมด 190 ไร เปนสวนสาธารณะขนาดกลางหรอสวนสาธารณะระดบเขต เปดบรการทกวน ตงแตเวลา04.30 - 21.00 น. หนวยงานทดแลรบผดชอบ คอ สำนกงานสวนสาธารณะสำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานคร จำนวนประชาชนผมาใชบรการวนธรรมดา ประมาณ 7,000 คน วนหยดราชการ ประมาณ 30,000คน การใหบรการสถานทเพอจดกจกรรม พบวา สวนจตจกรใหบรการดานทศนศกษาและศกษาดงาน ประมาณ 10 ครง/ป ใหบรการสถานทเพอถายทำภาพยนตร ประมาณ 35 ครง/ป และกจกรรมอนๆ ประมาณ20 ครง/ป

สวนจตจกรเปดเปนทางการตงแตวนท 4 ธนวาคม 2523 โดยมจดเรมตนในป พ.ศ. 2518 ซงการรถไฟแหงประเทศไทยไดนอมเกลาฯถวายทดน 100 ไร เพอสรางสวนสาธารณะตามพระราชประสงคพระบาทสมเดจพระเจาอยหว เนองในวโรกาสเฉลมพระชนมพรรษาครบ4 รอบ ในวนท 5 ธนวาคม 2518 พระบาทสมเดจพระเจาอยหวทรงพระกรณาโปรดเกลาฯ พระราชทานนามของสวนแหงน ว า“สวนจตจกร” เมอวนท 8 มกราคม 2519

สวนจตจกรเกดจากความรวมแรงรวมใจของหนวยงาน พอคาประชาชนทงหลายทตระหนกถงคณคาของพนทสเขยว เพอการพกผอนและสงแวดลอม มอนสรณเปนประจกษพยานแหงความรวมมอในครงนนพนทตกแตงเพมความงามเปนสญลกษณของสวนสาธารณะเกาแก

97สวนสาธารณะ

คกรงเทพมหานคร ไดแก หอนาฬกา นาฬกาดอกไม หอประตมากรรมอาเซยน 6 ประเทศ

หอนาฬกา

การจดสภาพแวดลอมของสวนจตจกรดานหนาทางเขาสวนจตจกรมปายบอกชอสวนขนาดใหญ

เหนไดชด เมอเขาดานในจะเหนแผนผงแสดงสถานทตางๆ ภายในสวนจตจกรมปายบอกทางไปสถานทตางๆ มปายบอกชอสถานท และปายสญลกษณตางๆ เชน ถงขยะ สขา รานอาหาร ถนนภายในสวนมขนาดความกวาง เหมาะสำหรบการวง เดน ออกกำลงกาย มลานจอดรถไดจำนวนพอสมควร มอาคารสำนกงานของสวนเปนททำงานของเจาหนาท เกาอนงพก ถงขยะตามจดตางๆ เปนระยะ รานขายอาหารและหองสขาจะอยดานหนาและดานหลงของสวน เพอไมใหบดบงทศนยภาพภายในสวน สนามเดกเลน ลานกฬากลางแจงเหมาะกบการเตนแอโรบคและรำชกง เวทกลางแจง จดกจกรรมตางๆเชน ดนตรในสวน จดโดยกองนนทนาการ สำนกงานสวนสาธารณะ

98 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

เวทกลางแจง

สวนจตจกรไดชอวาเปนสวนแหงไมหอม มสวนไมในวรรณคดสวนสมนไพร มตนไมยนตนตามทางเดนใหรมครม เดนชมเปนระยะนอกจากพนธไมแลว ยงสามารถศกษาพนธปลาหลากหลายชนดทสะพานชมปลา สระนำกลางสวนสามารถผอนคลายดวยการพายเรอและปนจกรยานนำ

นอกจากมลานกฬากลางแจงแลว สวนจตจกรมสวนสขภาพเฉลมพระเกยรต 36 พรรษา พลตรหญงสมเดจพระเทพรตนราชสดาฯสยามบรมราชกมาร เพอเปนทออกกำลงกายตามฐานตางๆ มสวนจราจรเยาวชน ซงจดเสนทางจกรยาน ปายเครองหมายจราจร ใหเดกและเยาวชนไดเรยนรวนยการจราจรดวยความเพลดเพลน ขณะเดยวกน

สวนตนไมในวรรณคดไทย

99สวนสาธารณะ

ผใชบรการยงสามารถศกษาหาความร ความเพลดเพลนได ณ พพธภณฑรถไฟ โดยในอาคารหอเกยรตภมรถไฟ มการจดแสดงนทรรศการประวตศาสตรการเดนรถไฟไทยและยานยนต เปดบรการทกวนเสารและอาทตย เวลา 07.00-16.00 น.

ดานการรกษาความปลอดภย สวนจตจกรมยามรกษาการณอยตามจดตางๆ มหลอดไฟใหแสงสวางในคำคน มประตเขาออกไมมากมรวกนรอบบรเวณสวน มการตดแตงกงไมและแตงพมไมไมใหมดทบสำหรบหนวยพยาบาลแมจะไมม แตไดสงผปวยหรอบาดเจบไปยงโรงพยาบาลใกลเคยง เชน โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรยล เปนตน

ดานการดแลรกษาสวนจตจกร สวนจตจกรไดมการทำความสะอาดโดยการเกบขยะ กวาดถนน กวาดสนามอยเสมอ มการตดหญาตกแตงทรงพมของตนไม ใหปย รดนำ พรวนดน มปายเชญชวนใหประชาชนร จกรกษาความสะอาดและอนรกษสภาพทสวยงามของสวนจตจกร

กจกรรมทประชาชนนยมมาใชบรการ คอ การเดน-วงเพอออกกำลงกาย เปนสถานทเดนชมพนธไมตางๆ เพอการพกผอนหยอนใจ

นโยบายและแผนทเกยวของนโยบายของสวนจตจกรตองการใหสวนจตจกรนนเปนสถานท

เดนชมไมหอมชนดตางๆ การดำเนนงานนอยภายใตยทธศาสตรของสำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานคร ทมวสยทศนวา “เปนองคกรหลกในการสรางกรงเทพมหานครใหเปนเมองแหงความรมรน ประชากรมคณภาพชวตทด ครอบครวอบอน สงคมเอออาทร สมานฉนท”มพนธกจประการหนง คอ “สรางเมอง แหงความรมรน โดยเพมพนทสเขยว (Garden City)”

100 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

กฎหมายทเกยวของสวนจตจกรใชระเบยบบรหารตามพระราชบญญตระเบยบ

บรหารราชการกรงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และพระราชบญญตกำหนดแผนและขนตอนการกระจายอำนาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถนพ.ศ. 2542

การดำเนนงานหนวยงานทรบผดชอบสวนจตจกร ไดแก สำนกงานสวน

สาธารณะ สำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานคร เปนผดแลและบำรงรกษา โดยในสวนของการบรหารในสวน ไดมอบหมายใหเจาหนาทสวนสาธารณะ เปนผบรหารสวน สวนจตจกรมบคลากรดำเนนงานดงนคอ เจาหนาทสวนสาธารณะทำหนาทเปนหวหนาสวน และลกจาง

ดานการประเม นผลการดำเน นงานสวนจตจ กร พบวามการประเมนการดำเนนงานของสวนจตจกร หลายวธ กลาวคอถาตองการสอบถามความพงพอใจในการเขามาใชบรการ ไดใชการสอบถามดวยวาจา สวนการประเมนการปฏบต งานของลกจางไดประเมนโดยหวหนางาน เฉลยปละ 1 ครง นอกจากนน สวนจตจกรยงไดรบการตรวจสอบจากสำนกงานสวนสาธารณะ สำนกสวสดการสงคม เปนประจำทกป

มาตรฐานการเรยนรพฤตกรรมการใชสวนจตจกรของประชาชนสวนใหญ พบวา

ประชาชนมาทสวนจตจกรเพอพกผอน ออกกำลงกายดวยการเดน วงบรหารรางกาย มารวมกจกรรมตางๆ รวมท งเขามาชมพนธ ไม

101สวนสาธารณะ

ทสวนจตจกรไดทำปายชอและคณสมบตของตนไมไว มการสำรวจความพงพอใจการใชสวนสาธารณะ พบวา ประชาชนมความพงพอใจในการใชบรการดานตางๆ ของสวนจตจกร

การประเมนผลการเรยนรความพงพอใจการใชสวนจตจกรใชวธการสอบถามความ

พงพอใจของผเขามาใชสวนดวยการซกถามทางวาจา

การสนบสนนทรพยากรในการเรยนรสวนจตจกรไดรบการสนบสนนจากหนวยงานภายใน คอ

ไดรบงบประมาณการดแลจากกรงเทพมหานคร

กจกรรมกจกรรมทสวนจตจกรใหบรการดานความรมหลายประการ เชน

ใชเปนสถานท สำหรบทศนศกษา โดยโรงเรยนไดนำนกเรยนมาทศนศกษาพนธไมและนกชนดตางๆ หรอทำกจกรรมประกอบการศกษาในวชาตางๆ โดยผสอนใหผเรยนมาศกษาพนธไม มการสงเกตและทำรายงาน หรอมารวมทำกจกรรมท เก ยวของกบสถานท ต างๆภายในสวนจตจกร เชน นกศกษาจากมหาวทยาลยเกษตรศาสตรมหาวทยาลยกรงเทพ และมหาวทยาลยราชภฏจนทรเกษม มาถายภาพตนไมประกอบการเรยน เปนตน

นอกจากนน ใชเปนสถานทใหบรการกจกรรมตางๆ ทงการกฬาและนนทนาการ การถายภาพ การถายภาพยนตร การทำสารคดสำหรบหนวยงานภาครฐและเอกชน เชน บรษทเซนทรล รเทล

102 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

คอรเปอรเรชน จดกจกรรม Walk Rally สำหรบพนกงาน กรมสงกำลงบำรงทหารบก มาทดสอบสมรรถภาพกำลงพล นกศกษาจากมหาวทยาลยราชภฏสวนดสตขอถายทำวดทศนประกอบการเรยน นกศกษามหาวทยาลยรงสตขอถายทำภาพยนตรสนประกอบการเรยน เปนตน

ผเรยนประชาชนเขามาใชบรการในสวนจตจกร เพอพกผอนและ

การมาศกษาหาความร ในวนธรรมดา ประมาณ 7,000 คน วนหยดประมาณ 20,000 คน โดยไมจำกดอาย เพศ และวย

ผสอนสวนจตจกรไมมการจดการฝกอบรมเก ยวกบพนธ ไมหรอ

กจกรรมดานออกกำลงกาย ทำใหไมมวทยากร แตมเจาหนาทแนะนำใหความรแกผทมาศกษาเรยนรเกยวกบพนธไมตางๆ ตามตองการ

ปญหาทพบปญหาสวนจตจกร มหลายประการ ดงน1. ปญหาเรองความสะอาด ประชาชนทมาใชบรการ ไมชวยกน

รกษาความสะอาด2. ปญหาขาดงบประมาณการบำรงรกษา งบประมาณทไดม

จำนวนจำกดไมเพยงพอในการบำรง รกษาและพฒนาสวน3. ปญหาเรองคนมวสม เนองจากพนทการดแลกวางขวาง

หากมเจาหนาทจำนวนไมเพยงพอจง ทำใหไมสามารถดแลไดอยางทวถงและบางครงมวยรนมาจบกลมมวสมกน

103สวนสาธารณะ

4. บคลากรมไมเพยงพอเมอเทยบกบจำนวนพนท รวมทงเมอขาดคนไมสามารถหาบคลากรอนมาทดแทนได

5. ประชาชนบางคนชอบเดดและถอนตนไม และทำใหอปกรณชำรด เชน ปายตดตามทางตางๆ

ขอเสนอแนะ1. ควรเสรมสรางสวนจตจกรใหมจดเดนใหเปนเอกลกษณของ

ตนเอง ควรสรางจดสนใจใหประชาชนเขามาชมทสวนสาธารณะ ใหมเอกลกษณในแตละสวนและเพมความหลากหลายของกจกรรม

2. แบงสวน (Zone) การใหบรการในสวนจตจ กร เชนสวน การออกกำลงกาย สวนการใหความร และสวนการพกผอนปกนก เปนตน

104 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

กรณศกษาท 4 : สวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ

สวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ ตงอยบนถนนกำแพงเพชร 2แขวงลาดยาว เขตจตจกร กรงเทพมหานคร มพนททงหมด 140 ไรเปนสวนสาธารณะขนาดใหญหรอสวนระดบเขต หรอสวนสาธารณะในเมอง (District Park หรอ City Park ) เปดบรการทกวน ตงแตเวลา05.00น. - 18.30 น. หนวยงานทดแลรบผดชอบ คอ สำนกงานสวนสาธารณะ สำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานคร จำนวนประชาชนผมาใชบรการ วนธรรมดาประมาณ 2,000 - 5,000 คน วนหยดราชการประมาณ 5,000 - 10,000 คน การใหบรการ พบวา สวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ ใหบรการทศนศกษาและศกษาดงาน ประมาณ 16ครง/ป การถายทำภาพยนตร ประมาณ 4 ครง/ป และกจกรรมอนๆประมาณ 6 ครง/ป

105สวนสาธารณะ

บรรยากาศภายในสวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ

สวนสาธารณะแหงนเกดขนตามมตคณะรฐมนตรในป พ.ศ.2534 โดยมอบใหกระทรวงคมนาคมจดสรางบนทดนของการรถไฟแหงประเทศไทย ดานทศใตของสนามกอลฟรถไฟ เพอนอมเกลาฯถวายในวโรกาสมหามงคลเฉลมพระชนมพรรษาสมเดจพระนางเจาฯพระบรมราชนนาถ ครบ 5 รอบ ในวนท 12 สงหาคม พ.ศ. 2535ในสวนการหาทนสมทบ และทนในการดแลสวนระยะยาว มลนธสวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ เปนผรบไปดำเนนการ โดยไดรบการสนบสนนจากสวนราชการ รฐวสาหกจ ในสงกดกระทรวงคมนาคมและหนวยงานเอกชน ซงโครงการ ระยะท 1 พนท 140 ไร แลวเสรจและสงมอบใหกรงเทพมหานคร ดแลตงแตวนท 1 มนาคม พ.ศ. 2538 และมพธเปดเมอวนท 19 ธนวาคม 2539 สำหรบโครงการระยะท 2 มพนท 60 ไรกำลงดำเนนการตอไป

“สวนปา” คอ ลกษณะทกำหนดสำหรบสวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ เพอพฒนาใหเชอมโยงตอเนองทงลกษณะกายภาพและสนทรยสมผสกบสวนวชรเบญจทศและสวนจตจกรซงอยตดกน นำมาซงพนทสเขยวในเมองทกวางไพศาล คนธรรมชาตแกสงมชวต และสรางคณคา

106 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ตอสงแวดลอมในนามของ “อทยานการเรยนรจตจกร” โดยการนำเสนอแนวคดหลกในการเปน “สวนพฤกษศาสตร” ทสมบรณแหงหนงของประเทศ

การจดสภาพแวดลอมของสวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯดานหนาทางเขาสวน มปายบอกชอสวนขนาดใหญเหนไดชดเจน

เมอเขาดานในมแผนทและสถานทตางๆ ภายในสวน รวมทงมปายและลกศรบอกทางไปสถานทตางๆ ในสวน มปายบอกชอสถานทตางๆ เชนถงขยะ สขา รานอาหาร อาคารสำนกงาน ถนนภายในสวนมขนาดความกวางเหมาะสมสำหรบการเดนพกผอนหรอการวงออกกำลงกายมลานจอดรถกวางขวาง มอาคารสำนกงานของสวนทเปนททำงานของเจาหนาทและเปนศนยแนะนำและใหบรการ มเกาอนงพก ถงขยะเปนระยะ สวนรานขายอาหารและหองนำจะอยดานหลงของสวน เพอปองกนการบดบงทศนยภาพทสวยงามของสวน เนองจากสวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ มเปาหมายเปนสวนพฤกษศาสตร ดงนน สถานททเปนสนามเดกเลน เวทกลางแจง สนามกฬากลางแจงและสนามกฬาในรมจงไมม

ดงทกลาวมา เปาหมายของสวนแหงนตองการเปน “สวนปา”และ “สวนพฤกษศาสตร” ดงนน ภายในสวนจงประกอบไปดวยพนธพชในรปแบบตางๆ กลาวคอ

1. สวนพฤกษศาสตร กจกรรมหนงในอทยานการเรยนรจตจกร เปนแหลงรวบรวมพนธ พชทองถ น ไมในพระนาม เชนดอนญาควนสรกต ไมจากพระตำหนกตางๆ และไมจากตางประเทศท นาสนใจไวมากมาย นำเสนอแหลงความร ใหศกษาในรปแบบ

107สวนสาธารณะ

เสนทางธรรมชาตแวะชมตามจดตางๆ เชน สวนกลวยทรวมไวกวา 70ชนด ลานลนทม ทรวมดอกลนทมหลากส ลานอโศกแหลงชมนมของไมดอกยนตนท ลอช อถงความสวยงาม ลานเขมท มดอกละเอยดมสสนสดสวยตลอดป ลานชบาและลานปาลมซงมตนปาลมมากมายหลายชนด

สวนพฤกษศาสตร

2. ลานบว เปนลานพกผอนตกแตงดวยบอเปนรปดอกบวขนาดยกษ มพนธบวทงไทยและเทศ มกระถางโบราณเกาแกปลกบวชนดตางๆ

3. สวนยโรป เปนสวนแบบประดษฐดวยการนำไทรทองตดแตงลายบวกานขดอนวจตร สรางเสนนำสายตาเขาสลานบว เกดภาพเอกลกษณเปนอนหนงอนเดยวกน

108 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

สวนยโรป

4. สระนำ เปนจดเดนของสวนทสอความหมายเฉลมพระเกยรตดวยสระนำทคดเคยวเปนรปอกษร “ส” และ “S” ผสานกน สอถงพระนามาภไธยในสมเดจพระนางเจาฯ พระบรมราชนนาถ แนวขอบสระเลอกปลกพชพนธทสรางสสนเนนลกษณะอกษร “ส” ใหโดดเดนดวยสเหลองของดอกราชพฤกษ และ “S” เนนดวยสมวงของดอกอนทนลนำ

5. สวนไมมงคลพระราชทาน 76 จงหวด ตงอยบรเวณใกลพพธภณฑเดก กรงเทพมหานคร โดยจำลองแผนทประเทศไทยขนาดยอมไวในพนท 4.8 ไร ปลกไมมงคลพระราชทานประจำจงหวดทง 76 จงหวดตามตำแหนงภมภาคของแตละจงหวดคลองกบความเปนจรง พรอมตดปายแสดงช อวทยาศาสตร ช อสามญของตนไมและช อจงหวดทางเดนเปนการสมมตถนนสายหลก ไดแก ถนนพหลโยธน ถนนมตรภาพ ถนนเพชรเกษม ถนนสขมวท ทเชอมตอระหวางเหนอ อสานใตและตะวนออก เปนแหลงการเรยนรดานพนธพชและภมศาสตรไดเปนอยางดในเวลาเดยวกน

109สวนสาธารณะ

6. ยานดาโอะหรอตนเถาใบสทอง เปนไมหายากของไทยพชชนดใหมของโลก พบไดเฉพาะทนำตกบาโล ในอทยานแหงชาตเทอกเขาบโด-สไหงปาด จ.นราธวาส มปลกไวใหชมความมหศจรรยนนคอ ใบทมขนปลกคลมคลายกำมะหย จะเปลยนเปนสทองรงในเดอนสงหาคมถงกนยายนและเปลยนเปนสเงนในเดอนตลาคม

7. ยานลเภา เปนไมเถาเลอย จดเปนเฟรนเลอย พบตามปาสงโปรงเขตรอน เปนทมาของวตถดบสำหรบศลปหตถกรรมอนงดงามและเลองชอ

ดานการรกษาความปลอดภย สวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯมยามรกษาการณอยหนาประตและบางสวนไดปนจกรยานดแลความปลอดภยทวไปในสวน มหลอดไฟใหแสงสวางในเวลาเชามดและเวลาคำมประตเขาออกไมมาก ในเวลากลางคนเปดประตดานหนา มรวกนรอบบรเวณสวน ตดแตงกงไมและแตงพมไมไมใหมดทบ

ดานการดแลสวนสมเดจพระนางเจาสรกต ฯ ไดมการทำความสะอาดอยเสมอ ทงการเกบขยะ การกวาดถนนและกวาดสนามการตดหญา ตกแตงทรงพมของตนไม ใหปย รดนำ พรวนดน ปายเชญชวนใหประชาชนรกษาความสะอาด และอนรกษสภาพทสวยงามของสวน

กจกรรมทประชาชนนยมมาใชบรการทสวน คอ การเดนพกผอนออกกำลงกายโดยการวง รำไทเกก และเปนแหลงเรยนรของนกเรยนนสตนกศกษาและประชาชนทวไปในการศกษาพนธไมชนดตางๆ

110 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

นโยบายและแผนสวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ มเปาหมายพฒนาสวน ดงน1. เปนสวนพฤกษศาสตรทแสดงถงความงามของพนธไมใน

ธรรมชาต โดยสอดคลองกบการศกษา นนทนาการ ทางวชาการและการอนรกษระบบนเวศและสภาพแวดลอม

2. เปนสถานทรวบรวมพนธไมชนดตางๆ ทมอยทงในประเทศและตางประเทศ จดปลกใหสวยงาม รมรนเปนหมวดหมอยางผสมผสานตามอปนสยของพนธไมและตดปายชอพนธไม

3. เปนแหลงอนรกษพนธพชของประเทศไทย โดยเฉพาะไมประจำถน กลวยไมทมคาทางเศรษฐกจ ไมมงคล ไมหายาก และไมใกลสญพนธ

4. เปนแหลงรวบรวมพนธไมอนเกยวกบราชวงศ และพนธไมทมกลนหอมของไทยชนดตางๆ

ดอนญาควนสรกต

111สวนสาธารณะ

5. เปนสถานทสงเสรม เผยแพรความสวยงาม และคณคาของพนธพฤกษาชาตของไทย ใหเปนทรจกแกประชาชนทวโลก

6. เปนแหลงขอมลทางการศกษาและใหความรแกเยาวชนเพอใหเกดความหวงแหน และตระหนกถงคณคาของธรรมชาต

ปายนเทศอธบายคณสมบตของพนธไมตางๆ

เปาหมายเหลานสอดคลองกบยทธศาสตรของสำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานคร ทมวสยทศนวา “เปนองคกรหลกในการสรางกรงเทพมหานครใหเปนเมองแหงความรมรน ประชากรมคณภาพชวตทดครอบครวอบอน สงคมเอออาทร สมานฉนท” มพนธกจประการหนงคอ “สรางเมองแหงความรมรน โดยเพมพนทสเขยว (Garden City)”

กฎหมายทเกยวของสวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ ใชระเบยบบรหารตามพระราช

บญญตระเบยบบรหารราชการกรงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และพระราชบญญตกำหนดแผนและขนตอนการกระจายอำนาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถน พ.ศ. 2542 โดยขอทเกยวของกบการดำเนนงานของสวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ คอ การจดใหมและบำรงสถานท

112 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

พกผอนหยอนใจ และการพฒนาและอนรกษสงแวดลอม

การดำเนนงานหนวยงานทรบผดชอบสวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ ไดแก

สำนกงานสวนสาธารณะ สำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานครเปนผดแลและบำรงรกษา ในสวนของการบรหารในสวน ไดมอบหมายใหเจาหนาทสวนสาธารณะ เปนผบรหารสวน สวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ มบคลากรดำเนนงาน คอ เจาหนาทสวนสาธารณะทำหนาทเปนหวหนาและลกจาง

ดานการประเมนผลดานการดำเนนงานสวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ พบวา มการประเมนการดำเนนงานของสวนหลายวธ กลาวคอหากตองการสอบถามความพงพอใจในการเขามาใชบรการ ไดใชการสอบถามทางวาจา สวนการประเมนการปฏบตงานของลกจางไดประเมนโดยหวหนางาน เฉลยปละ 1 ครง นอกจากนน สวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ ไดรบการตรวจสอบจากสำนกงานสวนสาธารณะสำนกสวสดการสงคม ดวย

มาตรฐานการเรยนรพฤตกรรมการใชสวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ ของประชาชน

พบวา สวนใหญประชาชนไดเขามา พกผอน ออกกำลงกายดวยการเดนวง รำไทเกก หรอขอใชสถานท ทำกจกรรมตางๆ รวมทงเขามาชมและศกษาพนธ ไมท สวนสมเดจพระนางเจาสรกต ฯ ไดทำปายช อและคณสมบตของตนไม มการสำรวจความพงพอใจในการใชสวนสาธารณะพบวา ประชาชนมความพงพอใจในการใชบรการดานตางๆ ในสวน

113สวนสาธารณะ

สมเดจพระนางเจาสรกตฯ เปนอยางด

การประเมนผลการเรยนรความพงพอใจในการใชสวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ ไดใช

วธการสอบถามความพงพอใจของผเขามาใชสวน โดยการซกถามทางวาจา

การสนบสนนทรพยากรในการเรยนรสวนสมเดจพระนางเจาสรกต ฯ ไดรบการสนบสนนจาก

หนวยงานภายใน คอ ไดรบงบประมาณการดแลจากกรงเทพมหานครและการสนบสนนจากหนวยงานภายนอก ในลกษณะของการไดรบงบประมาณจากมลนธสวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ

กจกรรมกจกรรมทสวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ ใหบรการดานความร

มหลายประการ เชน ใชเปนสถานททศนศกษา โดยโรงเรยนและมหาวทยาลยตางๆ ไดนำนกเรยน นสตนกศกษา เจาหนาท มาทศนศกษาเพอศกษาพนธไมและนกชนดตางๆ หรอทำกจกรรมประกอบการศกษาในวชาตางๆ โดยผสอนใหนกเรยนศกษาพนธไม สงเกตและทำรายงาน

ผเรยนประชาชนเขามาใชบรการในวนธรรมดา ประมาณ 2,000 -

5,000 คน สวนวนหยดราชการ ประมาณ 5,000 - 10,000 คนโดยไมจำกดอาย เพศและวย เพอมาพกผอนและศกษาหาความร

114 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ผสอนสวนสมเดจพระนางเจาสรกต ฯ ไมมการจดการฝกอบรม

เกยวกบพนธไม ไมมวทยากรประจำ แตมเจาหนาทคอยแนะนำใหความรแกผทมาศกษาดงานหรอศกษาเรยนรเกยวกบพนธไมตางๆ

ปญหาทพบปญหาสวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ มหลายประการ ดงน1. ปญหาขาดงบประมาณการบำรงรกษา งบประมาณทไดม

จำนวนจำกดไมเพยงพอตอการบำรง รกษาและพฒนาสวน2. ปญหาเรองคนมวสม เนองจากพนทการดแลกวางหากแตม

เจาหนาทจำนวนจำกด จงทำใหดแลอยางไมทวถง บางครงมวยรนจบกลมมวสมกนภายในสวน

3. จำนวนบคลากรทมไมเพยงพอเมอเปรยบเทยบกบจำนวนพนท รวมทงเมอขาดแคลนบคลากร ไมสามารถหาบคลากรมาทดแทนไดทนทวงท

ขอเสนอแนะ1. ควรสรางสวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ ใหมจดเดนเปน

เอกลกษณของตนเอง จากการสมภาษณ ไดเสนอแนะขอคดเหนเกยวกบการสรางจดสนใจในสวนสมเดจพระนางเจาสรกตใหประชาชน เพอใหมเอกลกษณในแตละสวนและเพมความหลากหลาย

2. ควรมบคลากรเฉพาะ เชน วทยากรเรองพฤกษศาสตร เปนตน3. ควรมความพรอมดานสาธารณปโภค เชน ปายนเทศตางๆ

เปนตน

115สวนสาธารณะ

กรณศกษาท 5 : สวนวชรเบญจทศ

สวนวชรเบญจทศ (สวนรถไฟ) ตงอยบนถนนกำแพงเพชร 3แขวงลาดยาว เขตจตจกร กรงเทพมหานคร มพนททงหมด 375 ไรเปนสวนสาธารณะขนาดกลางหรอสวนสาธารณะระดบเขต เปดบรการทกวนตงแตเวลา 05.00 - 21.00 น. หนวยงานทดแลรบผดชอบ คอสำนกงานสวนสาธารณะ สำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานครจำนวนประชาชนผมาใชบรการ วนธรรมดาประมาณ 2,000- 5,000 คนวนหยดราชการ ประมาณ 5,000 - 10,000 คน

การตระหนกถงความสำคญของการพฒนาสภาพแวดลอมในลกษณะของการเพมพนทสเขยวในเมอง เพอยกระดบมาตรฐานคณภาพชวตของชาวกรงเทพมหานครใหทดเทยมมหานครใหญในภมภาคเปนทมาของมตคณะรฐมนตร เมอวนท 2 มกราคม 2534 และวนท29 มกราคม 2534 สมย พลเอกชาตชาย ชณหะวณ ดำรงตำแหนงนายกรฐมนตร ใหจดสรางสวนสาธารณะบนพนทสนามกอลฟรถไฟทดนของการรถไฟแหงประเทศไทย สวนแรก 140 ไร ใหสรางเปนสวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ สวนทเหลอ 375 ไร กรงเทพมหานครรบมอบทดนจากกระทรวงคมนาคม เมอ 5 พฤศจกายน 2541 และจายคาชดเชยใหการรถไฟฯ จำนวน 555 ลานบาท และเรมเขาปรบปรงพนทสนามกอลฟเดม เมอวนท 23 เมษายน 2542 ตอมา เพอเปนการ เฉลมพระเกยรตและเพอความเปนสรมงคล เนองในวโรกาสทสมเดจพระบรมโอรสาธราชฯ สยามมกฎราชกมาร ทรงมพระชนมายครบ 50 พรรษาในวนท 28 กรกฎาคม 2545 กรงเทพมหานครไดขอพระราชทานชอใหกบสวนรถไฟ ไดพระราชทานนามใหมใหวา “สวนวชรเบญจทศ”

116 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

บรรยากาศของสวนวชรเบญจทศ

สวนสาธารณะแหงนถกสรางในแนวคด “สวนแหงครอบครว”ดงนน จงมกจกรรมหลากหลายทดงดดความสนใจของสมาชกทกวยในครอบครว แทรกตามจดตางๆ ในพนทเปดโลง กวางใหญ เขยวขจสดชน นมนวล สบายตา ใหความรสกอสระ

มมกจกรรมตางๆภายในสวนวชรเบญจทศ

การจดสภาพแวดลอมของสวนวชรเบญจทศดานหนาสวนมปายบอกชอสวนวชรเบญจทศบรเวณประตทางเขา

ภายในสวนมถนนกวางเพอใหประชาชนไดมาออกกำลงกายดวยการเดนวงหรอปนจกรยาน ไดรบความสะดวก และยงมลานกฬา เพอใชเลนกฬา

117สวนสาธารณะ

นานาชนด ศนยนนทนาการทมสระวายนำ กจกรรมทประชาชนมาใชบรการ ไดแก การพกผอน และออกกำลงกาย เชน วง เดนปนจกรยาน มสำนกงานสวนอยทางดานใน สนามหญากวางใหญทใชเปนสถานทจดกจกรรม เชน คายนกกจกรรม ณ สวนแหงน มบงนำทตดตงนำพทสงทสดในประเทศไทย พงนำสงถง 72 เมตร นอกจากนเปนทตงของอทยานผเสอและแมลงกรงเทพมหานคร เปนอาคารรปโดมมกรงผเสอทมผเสอในสภาพเปนอยจรงทนบพนตว ตามทางเดนมไฟถนนเปนระยะ มถงขยะ สขาใหบรการไว มรวกนรอบๆบรเวณสวน และมทจอดรถจำนวนมาก

อทยานผเสอและแมลง

ในสวนของการรกษาความปลอดภย มยามรกษาการณหนาประตยามจะคอยดแลความปลอดภยทวไปในสวน ในดานอาคารสถานทพบวา มความเรยบรอยเนองจากทางสวนมการดแลสำรวจซอมแซมสถานทและอปกรณตางๆ เชน สายไฟและปลกไฟใหเรยบรอยอยเสมอรวมทง ดแลตดแตงตนไมในสวนใหสวยงาม สนามหญาและสถานทตางๆ ไดรบการดแลอยางด

118 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

นโยบายและแผนนโยบายของสวนวช รเบญจทศ ยดถอตามแนวทางของ

สำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานคร ยทธศาสตรทตองการใหกรงเทพมหานคร เปนเมองแหงความรมรน ประชากรมคณภาพชวตทดครอบครวอบอน สงคมเอออาทร สมานฉนท ซงสอดคลองกบแนวคดของทางสวนทตองการใหสวนแหงนเปน “สวนแหงครอบครว” ทำใหสวนสาธารณะแหงนเปนสวนแหงการทำกจกรรมรวมกนในครอบครวมกจกรรมและสถานททหลากหลายททำใหครอบครวมาใชเวลาอยรวมกน

กฎหมายทเกยวของสวนวชรเบญจทศใชระเบยบบรหารตามพระราชบญญตระเบยบ

บรหารราชการกรงเทพมหานคร พ.ศ.2528 และพระราชบญญตกำหนดแผนและขนตอนการกระจายอำนาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถนพ.ศ. 2542 โดยขอทเกยวของกบการดำเนนงานของสวน คอ การจดใหมและบำรงสถานทพกผอนหยอนใจ และการพฒนาและอนรกษสงแวดลอม

การดำเนนงานหนวยงานหนวยงานทรบผดชอบสวนวชรเบญจทศ ไดแก สำนกงาน

สวนสาธารณะ สำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานคร เปนผดแลและบำรงรกษา โดยในสวนของการบรหารในสวน ไดมอบหมายใหเจาหนาทสวนสาธารณะเปนผบรหารสวน สวนวชรเบญจทศมบคลากรดำเนนงาน คอ เจาหนาทสวนสาธารณะทำหนาทเปนหวหนาสวนและลกจาง

119สวนสาธารณะ

ดานการประเมนผลดานการดำเนนงานสวนวชรเบญจทศพบวา มการประเมนการดำเนนงานของสวนหลายวธ กลาวคอ ถาตองการสอบถามความพงพอใจในการเขามาใชบรการ ไดใชการสอบถามทางวาจา สวนการประเมนการปฏบตงานของลกจาง ไดประเมนโดยหวหนางาน เฉลยปละ 1 ครง นอกจากนน สวนวชรเบญจทศมการตรวจสอบจากสำนกงานสวนสาธารณะ สำนกสวสดการสงคมเปนประจำทกป

มาตรฐานการเรยนรพฤตกรรมการใชสวนวชรเบญจทศของประชาชน พบวา

สวนใหญประชาชนเขามาพกผอน เลนกฬา หรอ ทำกจกรรมตางๆ เชนเขาคายพกแรม การปกนก ดนกและผเสอ มการสำรวจความพงพอใจในการใชสวนสาธารณะ พบวาประชาชนมความพงพอใจในการใชบรการดานตางๆ ของในสวนวชรเบญจทศ เปนอยางยง

การประเมนผลการเรยนรความพงพอใจในการใชสวนวชรเบญจทศไดใชวธการสอบถาม

ความพงพอใจของผ เขามาใชสวน โดยการซกถามทางวาจา สวนการฝกอบรม ไดใหประกาศนยบตรเม อผานการฝกอบรมแลวโดยมการประเมนผล 2 ลกษณะ คอ การประเมนภาคปฏบต ไดแกการวดผลงานจากการปฏบต และมการประเมนความพงพอใจในการฝกอบรม โดยการใชแบบสอบถาม

120 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

การสนบสนนทรพยากรในการเรยนรสวนวชรเบญจทศไดรบการสนบสนนจากหนวยงานภายใน คอ

ไดรบงบประมาณการดแลจากกรงเทพมหานคร และการสนบสนนจากหนวยงานภายนอก ซงเปนบรษทเอกชน ในลกษณะของการจดกจกรรมรวมกน

กจกรรมกจกรรมทสวนวชรเบญจทศใหบรการความรมหลายประการ

เชน ใชเปนสถานททศนศกษา โดยโรงเรยนนำนกเรยนมาทศนศกษาเพอศกษาเกยวกบนกและผเสอชนดตางๆ หรอทำกจกรรมประกอบการศกษาในวชาตางๆ โดยผสอนใหผเรยนมาศกษาชนดของนกและผเสอ ดวยการสงเกตและทำรายงาน

ศนยเยาวชนวชรเบญจทศ

ครอบครวพาเดกมาทำกจกรรมในสวนวขรเบญจทศ เชนปนจกรยาน เดน วง วายนำ เขาคายพกแรม อบรม ความรเกยวกบกฎวนยจราจร และเลนกฬา เชน ฟตบอล สตรทบอล เปตองนอกจากน เยยมชมการดำเนนงานของสวน

121สวนสาธารณะ

เมองจราจรจำลอง

นอกจากนน สวนวชรเบญจทศใชเปนสถานทจดกจกรรมในวนสำคญ เชน วนเดก วนลอยกระทง หรอหนวยงานภายนอกไดขอใชสถานทเพอจดกจกรรมตางๆ เชน กลมสมพนธ เดนวงการกศลแขงกฬา ถายทำภาพยนตร ละคร โฆษณา สารคด มวสควดโอหองสมดเคลอนท ดนตรในสวน การตรวจสขภาพ งานแถลงขาวตางๆงานฉลองสมรส เปนตน

บานหนงสอชมชนสวนรถไฟ

122 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ผเรยนประชาชนเขามาใชบรการทสวนวชรเบญจทศเพอการพกผอน

สวนใหญมาเปนครอบครว ในวนธรรมดา ประมาณ 2,000 -5,000 คนสวนวนหยดราชการ ประมาณ 5,000- 10,000 คน และเขารวมกจกรรมทสวนวชรเบญจทศจด ไดแก เดกและเยาวชน

ผสอนสวนวชรเบญจทศจดกจกรรมคายพกแรม การอบรมกฎจราจร

และการอบรมดนกและผเสอรวมกบหนวยงาน โดยเจาหนาทประจำสวนสาธารณะเปนวทยากรรวมกบวทยกรจากหนวยงานตางๆ เชนกองนนทนาการ กรงเทพมหานคร บรษทโตโยตาประเทศไทย จำกดและ บรษท AIS จำกด เปนตน

ปญหาทพบสวนวชรเบญจทศประสบปญหาหลายประการ ดงน1. ปญหาขาดงบประมาณการบำรงรกษา เนองจากงบประมาณ

ทไดรบมจำนวนจำกดจงไมสามารถบำรงรกษาและพฒนาสวนไดเตมท2. ปญหาคนม วสม เน องจากพ นท การดแลกวาง หากม

เจาหนาทจำกดจงทำใหดแลไมทวถง และบางครงมวยรนจบกลมมวสมในสวน

3. บคลากรมจำกดเมอเปรยบเทยบกบจำนวนพนท เมอขาดบคลากรจงไมสามารถหาบคลากรมาแทนไดทนทวงท

123สวนสาธารณะ

ขอเสนอแนะ1. สรางสวนวชรเบญจทศใหมจดเดนเปนเอกลกษณของ

ตนเอง เสนอแนะขอคดเหนเกยวกบการสรางจดสนใจในสวนสาธารณะใหประชาชน เพอใหมเอกลกษณในแตละสวน และเพมความหลากหลาย

2. ควรจดกจกรรมทหลากหลาย เพอผใชบรการทมความหลากหลาย เชน กฬา การพกผอนหยอนใจ กจกรรมตางๆ การอยรวมกน

3. ควรแบงโซนจดกจกรรมประเภทตางๆ เชน โซนกจกรรมครอบครว โซนการศกษาธรรมชาต สงแวดลอม โซนกจกรรมเดกและเยาวชน บานหนงสอ เปนตน

กรณศกษาท 6 : สวนลานนา ร.9

สวนลานนา ร.9 ตงอยบรเวณหนองฮอ ตำบลชางเผอกอำเภอเมอง จงหวดเชยงใหม มพนททงหมดประมาณ 159 ไรสรางขนเมอ พ.ศ. 2530 บนทดนของกองทพภาคท 3 ในวโรกาสทพระบาทสมเดจพระเจาอยหวทรงเจรญพระชนมพรรษาครบ 60 พรรษาประชาชนใน พนท 17 จงหวดภาคเหนอไดสรางสวนนขนมา โดยใชชอวาสวนลานนา ร.9 เพอใหประชาชนไดพกผอนหยอนใจ และใชประกอบพธการสำคญ ในจงหวดเชยงใหม

124 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

สวนลานนา ร.9 มสภาพทวไปเปนสวนสาธารณะ มสนามหญาไมดอก ไมประดบ ไมดอกยนตน มสระนำ มนำตกดานหลงนาฬกาดอกไม มเวทแสดงกลางแจง และมสนามฟตบอลขนาดมาตรฐานสวนสขภาพเปนทออกกำลงกาย รวมทงสระนำ เปนพนดนอยประมาณรอยละ 60 เปดบรการทกวน ตงแตเวลา 05.00-18.00 น.

ภายในสวนลานนา ร. 9

กจกรรมทประชาชนมาใชบรการในสวนสาธารณะสวนลานนาร.9 มทงกจกรรมเดยวและกจกรรมกลม กจกรรมเดยว ไดแกการพกผอน นงเลน อานหนงสอ และการออกกำลงกาย เชน วง เดนกจกรรมกลม โดยการจดกจกรรมออกกำลงกายเปนกลม ตงเปนชมรมเฉพาะกจ เชน ชมรมโยคะ ชมรมแอโรบค เปนตน

สภาพแวดลอมโดยทวไปของสวนลานนา ร.9ดานหนาสวนลานนา ร.9 มปายบอกชอสวนสาธารณะบรเวณ

ประตทางเขา มแผนทหรอแผนผงแสดงตำแหนงตางๆ ของสวนสาธารณะปายชกชวนใหรกษาความสะอาด ถนนภายในกวาง โดยมสวนโคงและ

125สวนสาธารณะ

สดสวนตางๆ ของสวนตรงตามมาตรฐานทวไป แยกถนนและทางเดนเดดขาด ทางเดนมไฟถนนเปนระยะ มถงขยะ สขา ใหบรการไวมรวกนรอบบรเวณสวน อยางไรกตาม สวนนมปญหาเกยวกบปายชอบอกสถานทตางๆ ปายสวนใหญไดสญหาย ไมไดนำปายมาปกทดแทนเนองจากขาดงบประมาณการซอมแซม

ดานการรกษาความปลอดภย สวนลานนา ร. 9 มยามรกษาการณหนาประต มประตทางเขาออกเพยงประตเดยว และยามคอยเดนดแลความปลอดภยทวไปในสวน ในดานอาคารสถานท พบวามความเรยบรอย เนองจากสวนไดมการดแล สำรวจ ซอมแซมสถานทและอปกรณตางๆ เชน สายไฟและปลกไฟ ใหเรยบรอยอยเสมอ รวมทงดแลตดแตงตนไมในสวนใหสวยงาม สนามหญาและสถานทตางๆไดรบการดแลเปนอยางด

นโยบายและแผนสวนลานนา ร.9 เปนสวนสาธารณะทอยในความดแลของ

เทศบาลนครเชยงใหม มนโยบายการดแลสวนสาธารณะโดยเนนดานการดแลรกษาความสะอาด การจดตนไมใหมหลากส เพอใหเกดความสวยงาม และพฒนาใหเปนแหลงทองเทยว

กฎหมายทเกยวของสวนลานนา ร.9 ใชระเบยบบรหาร ตามพระราชบญญตเทศบาล

พ.ศ. 2496

126 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

การดำเนนงานหนวยงานท ร บผดชอบสวนลานนา ร.9 ไดแก เทศบาล

นครเชยงใหม มโครงสรางการบรหารงาน คอ หนวยงานหลก ไดแกเทศบาลนครเชยงใหมเปนผดแลและบำรงรกษา การบรหารในแตละสวนไดมอบหมายใหเจาหนาทสวนสาธารณะเปนผบรหารสวน สวนบคลากรมบคลากรดำเนนงาน ดงนคอ เจาหนาทสวนสาธารณะ จำนวน 1 คนและลกจางจำนวน 21 คน

ดานการประเมนผลการดำเนนงานสวนลานนา ร. 9 พบวาการประเมนผลการดำเนนงานของสวนลานนา ร. 9 มการประเมนผล2 สวน คอ การประเมนผลความพงพอใจการใชสวนของประชาชนดวยการสมภาษณ หรอบางครงประชาชนมาใหขอมลแกเจาหนาทสวนโดยตรง และการประเมนประสทธภาพในการปฏบตงานของเจาหนาทดวยการใชวธการประเมนผลจากหวหนางาน

นอกจากนน ยงมการประเมนผลจากภายนอกหนวยงานโดยคณะกรรมการทไดรบการแตงตง ประกอบดวย สาธารณสขจงหวด1 คน ครโรงเรยนเทศบาล 1 คน เปนกรรมการกลางทมาประเมนรวมทงเจาหนาทจากสำนกการชาง และสำนกปลดเทศบาล เปนตน

มาตรฐานการเรยนรพฤตกรรมการใชสวนของประชาชน สวนใหญเขามาพกผอน

เลนกฬา หรอจดกจกรรมตางๆ รวมทงเขามาชมพนธ ไมท ทางสวนลานนา ร. 9 ไดจดทำปายชอและคณสมบตของตนไมไว พบวาประชาชนเขามาใชบรการอยางสมำเสมอ ประชาชนมความพงพอใจบรการดานตางๆ ของสวนลานนา ร. 9

127สวนสาธารณะ

การประเมนผลการเรยนรการสอบถามความพงพอใจการใชสวนลานนา ร. 9 ไดใชวธการ

สอบถามความพงพอใจของผมาใชสวน โดยการสมภาษณ ประกอบการใชแบบสอบถามเปนครงคราว นอกจากนน สวนลานนา ร. 9 ยงเปนสถาบนฝกอบรมเกยวกบการดแลสวนและตนไมสำหรบประชาชนทวไปมเจาหนาท ของสำนกงานสวนสาธารณะเปนวทยากร โดยมการประเมนผล 2 ลกษณะ คอ การประเมนภาคปฏบต ไดแก การวดผลงานจากการปฏบต หากผฝกอบรมสามารถปฏบตไดครบตามวตถประสงคของการอบรม นบวา ผานการฝกอบรม และไดประกาศนยบตร สวนการประเมนความพงพอใจในการฝกอบรม ใชแบบสอบถาม

การสนบสนนทรพยากรในการเรยนรสวนลานนา ร. 9 ไดรบการสนบสนนจากหนวยงานภาครฐ

ในลกษณะของงบประมาณ และมหนวยงานภายนอกสนบสนนการดำเนนงานของสวนสาธารณะ โดยสนบสนนในลกษณะของการสรางอาคารสถานท เชน ธนาคารแหงประเทศไทยไดสรางอาคารอเนกประสงค บรษทนาฬกาบรจาคนาฬกาพลงแสงอาทตย เปนตน

กจกรรมกจกรรมทสวนลานนา ร. 9 ใหบรการความรมหลายประการ เชน1. ทศนศกษา โรงเรยนไดนำนกเรยนมาทศนศกษาเกยวกบ

พนธไม หรอทำกจกรรมประกอบการศกษาในวชาตางๆ โดยผสอนใหนกเรยนมาศกษาพนธไม หรอเปนสถานทฝกงาน ใชเปนสถานทฝกงานทางดานพชและสวน โดยมสถาบนตางๆ เชน วทยาลย

128 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

เกษตรกรรมจากจงหวดลำปาง วทยาลยเกษตรกรรมสายใหญ จงหวดนครศรธรรมราช สงนกศกษามาฝกงาน เปนตน

2. การฝกอบรมสำหรบงานทเกยวกบการดแลสวนและตนไมสำหรบประชาชนทวไป สำนกงานสวนสาธารณะเปนผจดฝกอบรมเกยวกบเรองการดแลตนไม การดแลสวน โดยมวทยากรของสำนกงานเปนผใหความร หลกสตรการฝกอบรมประกอบดวยการอบรมในชนเรยนและการฝกงานในสถานทจรง นอกจากน ยงมการใหคำแนะนำกบหนวยงานภายนอกอกดวย

3. การศกษาดงานจากหนวยงานภายในประเทศและตางประเทศทมความสนใจดานสวนและพชพนธไม ในแตละปมผสนใจเยยมชมและดงานเปนจำนวนมาก และประการสดทายคอเปนแหลงการเรยนรสำหรบประชาชนทตองการมาหาความรเกยวกบพนธไมตางๆ

4. เปนสถานทจดกจกรรมในวนสำคญ เชน วนลานนาพฤกษชาต ซงเปนวนทจดเกยวกบพนธไมตางๆ วนเดก เปนตนจดโดยเทศบาล หรอหนวยงานภายนอก เชน การจดงานลานนากาชาดเปนตน

พพธภณฑชาวเขา

129สวนสาธารณะ

ผเรยนประชาชนเขามาใชบรการ เพ อการพกผอนในวนธรรมดา

ประมาณ 1,000 - 2,000 คน วนหยดราชการ ประมาณ 3,000 คนถาเปนการจดฝกอบรมหลกสตรระยะสน ผเรยน คอ ประชาชน ทกเพศทกวย ทมความสนใจ

ผสอนสวนลานนา ร.9 ไดจดฝกอบรมเกยวกบเรองการดแลพนธไม

และการปลกตนไมประเภทตางๆ การฝกอบรมดงกลาว สวนลานนาร. 9 เปนผจดฝกอบรม และเจาหนาทของสวนลานนา ร. 9 เปนวทยากรใหความร

ปญหาทพบสวนลานนา ร.9 มปญหาดงน1. ปญหาอปกรณชำรด ประชาชนผใชสวนทำชำรด เสยหาย เชน

ปายตามทางชำรด เปนตน2. ปญหาเรองความสะอาด ประชาชนไมชวยกนรกษาความ

สะอาด3. ปญหาการขาดงบประมาณในการบำรงรกษา งบประมาณท

ไดรบมจำนวนไมเพยงพอในการบำรงรกษาและพฒนาสวน4. ปญหาเรองผมวสมในตอนกลางคน เนองจากพนทในการ

ดแลกวาง แตมเจาหนาทจำนวนนอย ทำใหดแลสวนลานนา ร. 9ไมทวถงและบางครงมวยรนมาจบกลมมวสม

130 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

5. ปญหาบคลากรมจำนวนไมเพยงพอ ไมสามารถหาบคลากรมาทดแทนได

6. ปญหาขโมยสงของในสวน เชน ลำโพง เปนตน

ขอเสนอแนะจากการศกษาปญหาของสวนลานนา ร.9 วธการแกปญหา ดงน1. ภาครฐ ควรจดหางบประมาณในการจดสวนหยอมและ

ปหญาใหทวถง รวมทงสรางรวถาวรใหทวทกดาน เพอใหเจาหนาทสามารถดแลสวนลานนา ร. 9 ไดอยางรดกมมากขนและเปนการสรางความปลอดภยแกประชาชน

2. เปดโอกาสใหเพมจำนวนเจาหนาทไดตามความจำเปนในกรณททางสวนลานนา ร. 9 มกจกรรมทตองใชเจาหนาทมากกวาจำนวนปกต ควรใหมการจางลกจางชวคราว เพอใหมเจาหนาทเพยงพอในเวลานน

3. การเปลยนผบรหารบอย ทำใหการกอสรางไมตอเนอง ดงนนผบรหารควรสงมอบงานกอนการยาย เพอใหงานเกดความตอเนอง

4. จดทำคลองสงนำจากคลองชลประทาน เพอใหมนำหมนเวยนตลอดเวลา ไมใหเกดนำขงอยในสระ เกดการเนาเหมน สามารถจดระบบนำในการใชสอยใหด

5. มยามรกษาการณ ตลอดกลางวนและกลางคน เพอสรางความปลอดภย แตปญหาคอขาดงบประมาณในการจาง ดงนนจงควรจดงบประมาณเพอจางเจาหนาทใหเพยงพอ

6. ปลกไมดอกไมประดบใหมากขน เพอเพมความสวยงามและดงดดใหนกทองเทยวเขามาเยยมชม

131สวนสาธารณะ

กรณศกษาท 7 : สวนบวกหาด

สวนบวกหาด มพนททงหมดประมาณ 12 ไร 3 งาน 29ตารางวา เดมเปนทของราชพสด ซงมลกษณะเปนหนองนำเกาทงไวโดยไมไดใชประโยชนอะไร ตอมาเทศบาลนครเชยงใหมไดขอทางราชพสดมาจดเปนสวนสาธารณะ โดยเทศบาลเปนผดำเนนการและจดการใชงบประมาณทำการปรบปรงมาประมาณ 30 ป

สภาพแวดลอมโดยทวไป พบวา ดานหนาสวนบวกหาด มปายบอกชอบรเวณประตทางเขา เมอเขาไปภายในสวนบวกหาด มถนนกวางประมาณ 3 เมตร เพอใหประชาชนไดออกกำลงตอนเชาและตอนเยนไดรบความสะดวก มลานอเนกประสงคเพอใชรำมวยจนและเลนกฬานานาชนด กจกรรมทประชาชนมาใชบรการ ไดแก การพกผอน นงเลนการอานหนงสอ และการออกกำลงกาย เชน วง เดน มสำนกงานสวนอยทางดานหนา มสนามหญาปดวยหญานวลนอย มตนไมยนตนทใหรมเงาและความรมรนหลายชนด เชน อนทนลนำ แสก แค พกลมะพราว และอโศกอนเดย เปนตน นอกจากนน มไมสกลปาลมอกมากมายหลายชนด สภาพสวนทวไปมบรรยากาศรมรนตลอดวนมไม ดอกไมประดบท สวยงาม สระนำมปลาหลากหลายชนด

132 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

มอากาศบรสทธ ตามทางเดนมไฟถนนเปนระยะ มถงขยะ สขาใหบรการไว มรวกนรอบๆ บรเวณสวนและทจอดรถจำนวนมาก

ภายในสวนบวกหาด

ในสวนของการรกษาความปลอดภย สวนบวกหาดมยามรกษาการณหนาประต ยามไดคอยเดนดแลความปลอดภยทวไปในสวนในดานอาคารสถานท พบวา มความเรยบรอย เนองจากสวนบวกหาดมการดแลสำรวจซอมแซมสถานทและอปกรณตางๆ เชน สายไฟและปลกไฟ ใหเรยบรอยอยเสมอ รวมทงดแลตดแตงตนไมในสวนใหสวยงามสนามหญาและสถานทตางๆ ไดรบการดแลอยางด

สวนบวกหาดเปดใหบรการเวลา 6.00 น. ปดเวลา 22.00 น.ในแตละวนมประชาชนใชบรการประมาณ 150 คน ถง 200 คนสวนมากเนนการออกกำลงกาย

นโยบายและแผนนโยบายในการดแลสวนบวกหาดแหงนไดยดถอตามแนวทาง

ของเทศบาลนครเชยงใหม และเนนในดานการดแลรกษาความสะอาดการจดตนไมใหมหลากส เพอใหเกดความสวยงาม

133สวนสาธารณะ

กฎหมายทเกยวของสวนบวกหาดไดใชระเบยบบรหารตามพระราชบญญตเทศบาล

พ.ศ. 2496

การดำเนนงานหนวยงานทรบผดชอบสวนบวกหาด ไดแก เทศบาลนครเชยงใหม

การบรหารสวนไดมอบหมายใหเจาหนาทสวนสาธารณะ เปนผบรหารสวน สวนบวกหาดมบคลากรดำเนนงาน คอ เจาหนาทสวนสาธารณะจำนวน 1 คน และลกจางจำนวน 7 คน

สวนการประเมนผลการดำเนนงานสวนบวกหาด พบวามการประเมนการดำเนนงานของสวนบวกหาดดวยกนหลายวธ กลาวคอการประเมนผลความพงพอใจการใชบรการ ดวยการสอบถามทางวาจาสวนการประเมนการปฏบตงานของลกจาง ทำการประเมนโดยหวหนางาน โดยเฉลยปละ 1 ครง นอกจากนน สวนบวกหาดไดรบการตรวจสอบจากหนวยงานภายนอก โดยคณะกรรมการจากภายนอกหนวยงานเปนผประเมนการดำเนนการ เชน ธนาคารแหงประเทศไทย กรมประชาสงเคราะห มหาวทยาลยเชยงใหม เปนตน

มาตรฐานการเรยนรพฤตกรรมการใชสวนของประชาชน สวนใหญประชาชนไดเขา

มาพกผอน เลนกฬา หรอจดกจกรรมตางๆ รวมทงเขามาชมพนธไมประชาชนเขามาใชบรการอยางสมำเสมอ และมความพงพอใจในการใชบรการในสวนบวกหาด

134 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

การประเมนผลการเรยนรการสอบถามความพงพอใจการใชสวนบวกหาด ไดใชวธการ

สอบถามความพงพอใจของผ มาใชสวน โดยการซกถามทางวาจาประกอบการใชแบบสอบถาม เปนครงคราว

สวนการฝกอบรม มการประเมนผลการฝกอบรม 2 ลกษณะคอการประเมนภาคปฏบต ไดแก การวดผลงานจากการปฏบต หากผเขารบการฝกอบรมสามารถปฏบตไดครบตามวตถประสงคของการอบรมนบวา ผานการฝกอบรม และไดรบประกาศนยบตร สวนการประเมนความพงพอใจในการฝกอบรม ไดใชวธการสอบถามความพงพอใจเพอใชเปนขอมลทจะนำไปปรบปรงการฝกอบรมตอไป ประกอบกบใชแบบสอบถาม ถามผเขารบการฝกอบรม

การสนบสนนทรพยากรในการเรยนรสวนบวกหาดไดรบการสนบสนนจากหนวยงานภายใน โดยไดรบ

งบประมาณดแล และไดรบการสนบสนนจากหนวยงานภายนอกในลกษณะของการสรางอาคารสถานท เชน ธนาคารแหงประเทศไทยไดสรางอาคารอเนกประสงคให สมาคมยวชนแหงชาต ไดนำรปปนมาวางในสวนบวกหาด เพอประดบตกแตงใหสวยงาม เปนตน

กจกรรมสวนบวกหาดจดกจกรรมตางๆ ดงน1. ทศนศกษา โรงเรยนไดนำนกเรยนมาทศนศกษาเกยวกบ

พนธไม หรอทำกจกรรมประกอบการศกษาในวชาตางๆ โดยผสอน

135สวนสาธารณะ

ใหนกเรยนมาศกษาพนธ ไม สวนประชาชนเขามารวมกจกรรมการออกกำลงกาย เชน รำมวยจน รำกระบอง เตนแอโรบค เปนตน

2. ฝกงาน เปนสถานทฝกงานดานพชและสวน โดยมสถาบนตางๆ เชน วทยาลยเกษตรกรรมจากจงหวดลำปาง วทยาลยเกษตรกรรมสายใหญ จงหวดนครศรธรรมราช สงนกศกษามาฝกงาน เปนตน

3. จดกจกรรมในวนสำคญ เชน มหกรรมไมดอกไมประดบเปนวนทจดเกยวกบพนธไมตางๆ งานวนเดก และงานดนตรในสวนเปนตน จดโดยเทศบาลหรอหนวยงานภายนอกเปนผจดในบางโอกาส

ลานกฬาและการพกผอนของประชาชน

ผเรยนประชาชนเขามาในสวนบวกหาดเพอพกผอน ในวนธรรมดา

ประมาณ 100 - 150 คน สวนวนหยดราชการ ประมาณ 200 คนในสวนของการฝกอบรม ผรวมกจกรรมคอประชาชนทสนใจ โดยไมจำกดอาย เพศและวย

136 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ผสอนสวนบวกหาดไดจดฝกอบรมเกยวกบเร องการดแลพนธไม

และการปลกตนไมประเภทตางๆ การฝกอบรมดงกลาว สวนบวกหาดเปนผจดฝกอบรมและเจาหนาประจำสวนบวกหาดเปนวทยากรใหความร

ปญหาทพบปญหาของสวนบวกหาด มดงน1. ปญหาเกยวกบผใชบรการนำสตวเลยงเขามาบกรกแปลงไม

ทำใหแปลงไมเสยหาย2. ปญหาเรองความสะอาด ประชาชนไมชวยกนรกษาความ

สะอาด3. ปญหาขาดงบประมาณในการบำรงรกษา งบประมาณทไดรบ

มจำนวนไมเพยงพอในการบำรงรกษาและพฒนาสวน4. ปญหาเรองผมวสมในตอนกลางคน เนองจากพนทในการ

ดแลกวาง แตมเจาหนาทจำนวนนอย จงทำใหดแลสวนบวกหาดไดไมทวถง บางครงมวยรนมาจบกลมมวสม

5. ปญหาบคลากรมจำนวนไมเพยงพอ รวมทงเมอขาดคนกยงไมสามารถหามาทดแทนได

137สวนสาธารณะ

ขอเสนอแนะการสรางสวนบวกหาดใหมจดเดนเปนเอกลกษณของตนเอง

เปนการสรางจดสนใจในสวนบวกหาดแกประชาชน เพอใหมเอกลกษณในสวนบวกหาด เชยงใหมมสวนสาธารณะหลายแหง จงควรจดสวนใหมจดเดน เชน การทำใหเปนสวนปาลมทงสวน เพอใหเกดจดเดนจงใจใหประชาชนเขามาเทยวสวนมากยงขนและเปนแหลงการเรยนรเกยวกบพนธไมประเภทปาลมไดดวย

กรณศกษาท 8 : สวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร

บงแกนนคร เปนบงธรรมชาตขนาดใหญ กลางเมองขอนแกนมพนทประมาณ 600 ไร ตงอยในเขตเทศบาลขอนแกน ระหวางบานเมองเกา บานโนนทนและบานตม มลกษณะเปนแหลงนำธรรมชาตภายในบงมปลายสก ปลานล ปลาใน มนำตลอดป บงนเปนบงทไดรบการพฒนาบรเวณใหเปนสวนสาธารณะ พนทโดยรอบมการปรบปรงตกแตงใหเปนสวนสขภาพ เปนสถานทพกผอนหยอนใจ และทำกจกรรมนนทนาการของชาวเมอง ทามกลางบรรยากาศเยนสบาย ประดบประดาดวยประตมากรรมรปตางๆ แตละมมยงมสงกอสรางทางดานศลปะและวฒนธรรม มรปป นเก ยวกบการดำรงชวตและศลปะอสาน เชนคนเปาแคนขควาย ลอเกวยน กงกายกษ นกแรงกำลงกนง คางคก กบเตา และอ น ๆ อกมากมาย นอกจากน ยงมสนามเดกเลนและรานอาหารเปดบรการหลายประเภท ทสำคญยงเปนทประดษฐานอนสาวรย “เจาเพยเมองแพน” ผกอตงเมองขอนแกน

138 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ภายในสวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร

ในบงแกนนคร มสถานทสำคญอกแหงหนง คอ พพธภณฑชาวบาน เปนสถานทแสดงนทรรศการเกยวกบจงหวดขอนแกน เชนประวตความเปนมาของจงหวด การตงถนฐาน ทอยอาศยแบบพนเมองหรอบคคลสำคญทสรางชอเสยงใหกบจงหวด เปนตน ซงการสรางพพธภณฑนมวตถประสงคใหผทเขามาศกษา โดยเฉพาะอยางยงชาวขอนแกน ไดเขาใจถงความเปนมา สภาพชวต วฒนธรรม ความเปนอยตลอดจนสงอนๆ ทเกยวของ ทำใหเกดความตระหนกและความภมใจในทองถน

ภายในพพธภณฑชาวบาน

139สวนสาธารณะ

กจกรรมทประชาชนมาใชบรการ มทงกจกรรมเดยวและกจกรรมกลม กจกรรมเดยว ไดแก การพกผอน นงเลน การอานหนงสอและการออกกำลงกาย เชน วง เดน สวนกจกรรมกลม ไดแก การจดกจกรรมออกกำลงกายเปนกล ม โดยต งเปนชมรมเฉพาะกจ เชนชมรมแอโรบค เปนตน

สภาพแวดลอมทวไปของสวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนครสวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร มสภาพการดแลรกษา

ดงนคอ มปายบอกชอสวนสาธารณะบรเวณประตทางเขา มแผนทหรอแผนผงแสดงตำแหนงตางๆ ของสวนสาธารณะ ภายในสวนมปายชกชวนใหรกษาความสะอาดตดอยทวไป ถนนภายใน สวนทมความกวางสวนโคงและสดสวนตางๆ ตรงตามมาตรฐานทวไป แยกถนนและทางเดนเดดขาด มถงขยะใหบรการแกผทเขามาใชบรการ นอกจากนน มไฟฟาตดตามถนนเปนระยะ ทำใหมแสงสวางเพยงพอ มประตทางเขาออกเพยงประตเดยวและมรวกนบรเวณโดยรอบ

ในสวนของเจาหนาท ทางสวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนครไดจดใหมยามรกษาการณดแลความเรยบรอยภายในสวน มเจาพนกงานดแลตนไมคอยตดแตงตนไมใหสวยงามอย เสมอ สนามหญาและสถานทตางๆ ไดรบการดแลอยางด มเจาหนาทคอยดแลดานการรกษาความสะอาด เชน กวาดหญา ดแลหองนำ ตลอดจนมเจาพนกงานท มหนาท ในการสำรวจซอมแซมสถานท และอปกรณตางๆ เชนสายไฟและปลกไฟใหอยในสภาพเรยบรอย ใชงานไดอยเสมอ

140 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

นโยบายและแผนสวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร เปนสวนสาธารณะทอย

ในความดแลของเทศบาลนครขอนแกน มจดประสงคสรางขนเพอใชเปนสวนพกผอนของประชาชน และมนโยบายการบรหารงาน ดงน

1. จดสรางพนทสเขยว 1 คน ตอ 4 ตารางเมตร2. ใหชมชนมสวนรวมในการบรหาร3. ประเพณ วฒนธรรม ตองฟนฟ ดแลใหเปนธรรม4. ผดอยโอกาส ผสงอาย เดกและคนพการ ตองไดรบการดแล5. สมพนธบานวด โรงเรยน และชมชนจากการพฒนาทผานมา คณะผบรหารไดดำเนนการตามนโยบาย

อยางสบเนองตลอดมา และดำเนนการ ดงน1. พฒนาแหลงทองเทยวภายในเขตเทศบาล (City Tour)

โดยปรบปรงสภาพภมทศน อนรกษโบราณสถาน และแสดงประวตวฒนธรรมทองถน ไดแก การปรบปรงสภาพภมทศน ศาลหลกเมอง(เมองเกา) และจดตงพพธภณฑเมอง ณ บรเวณสวน 200 ป บงแกนนคร

2. พฒนาสถานทพกผอนหยอนใจ พนทสเขยวเพอเปนปอดของเมอง ไดแก การปรบปรงบงทงสราง บงแกนนคร บงหนองใหญบงหนองแวง สวนสาธารณะประตเมอง สวนเจ.ซ. บงหนองยาวและบงหนองบอน

กฎหมายทเกยวของสวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร ไดใชระเบยบบรหาร

ตามพระราชบญญตเทศบาล พ.ศ. 2496

141สวนสาธารณะ

การดำเนนงานหนวยงานทรบผดชอบสวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร

ไดแก เทศบาลนครขอนแกน มโครงสรางการบรหารงาน ดงนคอหนวยงานหลก คอ เทศบาลนครขอนแกนเปนผดแลและบำรงรกษาการบรหารในแตละสวน การดแลรกษาไดแบงหนวยงานในสงกดสำนกงานจงหวด เปนผดแลตามงานทแตละฝายรบผดชอบ โดยไมมผรบผดชอบสวนสาธารณะโดยตรง

การดำเนนงานสวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร นอกจากเจาหนาทของหนวยงานแลว สวนหนงยงมการใหชมชนเขามามสวนรวมในการดแลดวย มการวาจางคนในชมชนใกลเคยงมาเปนพนกงานรายเดอน เชน พนกงานรกษาความสะอาด ยามรกษาการณ ทงนเพอสรางรายไดใหแกประชาชน ขณะเดยวกน เปนการสรางจตสำนกดานความเปนเจาของของสวนสาธารณะแหงนใหแกคนในชมชนดวย

สวนการประเมนผลดานการดำเนนงานสวนสาธารณะ มดงนคอ การประเมนผลการใหบรการ โดยการสมภาษณประชาชนทมาใชบรการ และบางครงประชาชนไดมาใหขอมลโดยตรงแกเจาหนาท มฝายวชาการและแผนเปนผประเมนการจดกจกรรมของสวน เพอประเมนความสนใจและการเขารวมกจกรรมของประชาชน หากกจกรรมใดไมบรรลวตถประสงคจะยบกจกรรมนนและปรบเพมกจกรรมใหมแทนวธการนกจะทำใหมกจกรรมทนาสนใจและคมคากบการจดกจกรรมตอไป

การประเมนผลอกประการหนงคอ การประเมนประสทธภาพการปฏบตงานของพนกงาน ไดใชวธการประเมนการปฏบตงานจากหวหนางาน ซงเปนการประเมนผลตามปกต

142 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

มาตรฐานการเรยนรพฤตกรรมการใชสวนของประชาชน พบวา สวนใหญแลว

ประชาชนไดเขามาเพอพกผอน เลนกฬา หรอจดกจกรรมตางๆ จำนวนพอสมควร รวมทง ไดเขาชมพนธไมตางๆ ทสวนสาธารณะ 200 ปบงแกนนครไดทำปายชอและคณสมบตของพนธไม ประชาชนมาใชบรการอยางสมำเสมอ สวนใหญมความพงพอใจการใชบรการในสวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร

การประเมนผลการเรยนรการสอบถามความพงพอใจของการใชสวนสาธารณะ 200 ป

บงแกนนคร โดยการสมภาษณ และการใชแบบสอบถาม สวนใหญมความพงพอใจ

การสนบสนนทรพยากรในการเรยนรหนวยงานภาครฐไดจดสรรงบประมาณ เพอดำเนนการจด

การเรยนร รวมทงหนวยงานภายนอกไดสนบสนนการดำเนนงานของสวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร ในลกษณะของรางวลหรอเงนเชน การสนบสนนรางวลเมอจดประกวดตางๆ เปนตน

กจกรรมกจกรรมทสวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนครใหบรการดาน

ความรมหลายประการ เชน1. ทศนศกษา โรงเรยนนำนกเรยนมาทศนศกษา เพอศกษา

พนธไม หรอทำกจกรรมประกอบการศกษาในวชาตางๆ โดยผสอน

143สวนสาธารณะ

ใหนกเรยนมาศกษาพนธไมเพอทำการสงเกตและทำรายงาน2. การศกษาดงานของหนวยงานในประเทศและตางประเทศ

ทมความสนใจดานสวนและพชพนธไม ซงในแตละปมผทสนใจขอเยยมชมและดงานเปนจำนวนมาก

3. กจกรรมการศกษาแกผทมาเทยวสวนสาธารณะ 200 ปบงแกนนคร ดวย เชน กจกรรมวาดรปสำหรบเดกๆ เปนตน

4. กจกรรมในวนสำคญ สวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนครใชเปนสถานทจดงานประจำปของจงหวดขอนแกน งานประจำปดงกลาวมกจกรรม ดงน งานวนดอกคนเสยงแคน จดขนในเดอนเมษายนบรเวณบงแกนนคร เพอฟนฟงานบญสงกรานตของภาคอสาน เรมดวยการทำบญตกบาตรตอนเชา สรงนำพระ และพธรดนำดำหว ภายในงานไดจดการแสดงนาฏศลปพนบาน ขบวนเกวยนบปผชาต ประกวดอาหารอสาน แขงเรอในบงแกนนคร ประกวดกลองยาว การแสดงบนเวทและออกรานจำหนายสนคาพนเมอง เปนตน หรองานสงกรานตอสาน“เทศกาลดอกคน-เสยงแคน และถนนขาวเหนยว” ไดจดขนระหวางวนท8-15 เมษายนของทกป กจกรรมในงานมมากมาย เรมตงแตการทำบญตกบาตร สรงนำพระพทธรป รดนำดำหวขอพรผ ส งอายมหกรรมอาหาร-ของดเมองขอนแกน การประกวดเกวยนบปผชาตชงถวยพระราชทานสมเดจพระเทพรตนราชสดาฯ สยามบรมราชกมารการประกวดธดาดอกคน ประกวดหมากหงตำลำซง การแขงขนมวยทะเลและมหรสพตางๆ มากมาย เปนตน

ผเรยนประชาชนทเขามาพกผอนในวนธรรมดา ประมาณ 300 - 500

คน สวนในวนหยดราชการ ประมาณไมตำกวา 500 คน

144 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ผสอนฝายการศกษาไดจดเจาหนาทไปเปนวทยากร หากมการประสาน

ของความรวมมอ

ปญหาทพบไมม

ขอเสนอแนะสวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร ควรจดแหลงการเรยนรใน

ลกษณะของหองสมดเคลอนทภายในสวนสาธารณะ 200 ปฯ เพอใหประชาชนทมาพกผอนไดรบความรดวย

กรณศกษาท 9: สวนประตเมอง

สวนประตเมอง เปนสวนสาธารณะทตงอยบรเวณอำเภอเมองจงหวดขอนแกน มเนอทประมาณ 10 ไร 2 ตารางวา อยในความดแลของเทศบาลนครขอนแกน เปดทกวนตงแตเวลา 05.00-18.00 น. มจดประสงคสรางเพอเปนสวนพกผอนของประชาชน ภายในสวนจดเปนสวนพนธไมตางๆ อยางสวยงาม

การดแลของสวนประตเมอง ดานหนาสวน ไดมปายบอกชอสวนประตเมองบรเวณประตทางเขามแผนท หรอแผนผงแสดงตำแหนงตางๆ ของสวนประตเมอง มปายชกชวนรกษาความสะอาดถนนภายในมความกวาง สวนโคงของสวนและสดสวนตางๆ ของสวนประตเมอง ตรงตามมาตรฐานทวไป แยกถนนและทางเดนเดดขาด

145สวนสาธารณะ

ตามทางเดนมไฟถนนเปนระยะ มถงขยะ สขา ใหบรการไว มรวกนรอบบรเวณสวน ในสวนของการรกษาความปลอดภย มยามรกษาการณหนาประต ซงมประตทางเขาออกเพยงประตเดยว และยามคอยเดนดแลความปลอดภยทวไปในสวน ในดานอาคารสถานท พบวา มความเรยบรอยเนองจากสวนมการดแล สำรวจ ซอมแซมสถานทและอปกรณตางๆ เชนสายไฟและปลกไฟใหเรยบรอยอยเสมอ รวมทง ดแลตดแตงตนไมในสวนใหสวยงาม สนามหญาและสถานทตางๆ ไดรบการดแลเปนอยางด

บรรยากาศภายในสวนประตเมอง

นโยบายและแผนสวนประตเมองเปนสวนทอยในความดแลของเทศบาลนคร

ขอนแกน สรางขนเพอเปนสวนพกผอนหยอนใจ ภายในสวนประตเมองจดเปนสวนพนธไมตางๆ โดยการจดตกแตงสวนไดใหภาคเอกชน คอสวนนงนช จงหวดชลบร มารบเหมาตกแตง

นโยบายการบรหารงาน มเทศบาลนครขอนแกนเปนผดแลสวนมนโยบายการดแล ดงน

146 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

1. จดสรางพนทสเขยว 1 คน ตอ 4 ตารางเมตร2. ใหชมชนมสวนรวมในการบรหารงาน3. ประเพณ วฒนธรรม ตองฟนฟ ดแลใหเปนธรรม4. ผดอยโอกาส ผสงอาย เดกและคนพการ ตองไดรบการดแล5. สมพนธบาน วด โรงเรยน และชมชนจากแนวทางการพฒนาดงกลาว เทศบาลนครขอนแกน นำมา

พฒนาสวนสาธารณะ คอ1. พฒนาแหลงทองเทยวภายในเขตเทศบาล (City Tour) โดย

ปรบปรงสภาพภมทศน อนรกษโบราณสถาน และแสดงประวตวฒนธรรมทองถน ไดแก การปรบปรงสภาพภมทศนศาลหลกเมอง (เมองเกา)และจดตงพพธภณฑเมอง ณ บรเวณสวน 200 ป บงแกนนคร

2. พฒนาเปนสถานทพกผอนหยอนใจ เพอเปนปอดของเมองโดยการปรบปรงบงทงสราง บงแกนนคร บงหนองใหญ บงหนองแวงสวนสาธารณะประตเมอง สวนเจ.ซ. บงหนองยาว และบงหนองบอนโดยมการพฒนาอยางตอเนอง

นอกจากน น การพฒนาสวนประตเมองมนโยบายเฉพาะเพอดแลสวนสาธารณะแหงน โดยเนนการดแลรกษาความสะอาดการจดตนไมใหมหลากส เพอใหเกดความสวยงาม

กฎหมายทเกยวของสวนประตเมองไดใชระเบยบบรหารตามพระราชบญญตเทศบาล

พ.ศ. 2496

147สวนสาธารณะ

การดำเนนงานหนวยงานหนวยงานรบผดชอบสวนประตเมอง ไดแก สำนกการชาง

เทศบาลนครขอนแกน มโครงสรางการบรหารงานคอ หนวยงานหลกไดแก เทศบาลนครขอนแกน เปนผดแลและบำรงรกษา ในสวนของการบรหารแตละดาน ไดแบงหนวยงานดแลตามงานทแตละฝายรบผดชอบ เชน สำนกการชาง รบผดชอบดานการดแลรกษาพนท เชนดานปลกและรกษาตนไม รกษาความสะอาด ดแลดานไฟฟา และประปาสำนกการศกษาจะดแลดานการจดกจกรรมในสวน ฝายวชาการและแผนทำหนาทประเมนผลการทำงานและการจดกจกรรมในสวน เปนตน

การดำเนนงานสวนประตเมอง นอกจากมเจาหนาทของหนวยงานแลว ยงไดใหชมชนเขามามสวนรวมในการดแลดวย เชนพนกงานรกษาความสะอาด ยามรกษาการณ ไดมการวาจางคนในชมชนใกลเคยงเปนพนกงานรายเดอน ทงน เพอสรางรายไดใหแกประชาชนและในขณะเดยวกนเปนการสรางความเปนเจาของสวนประตเมองใหแกคนในชมชนดวย

สวนการประเมนผลดานการดำเนนงานสวนประตเมอง สรปไดวามการประเมนผลการดำเนนงาน 2 ลกษณะ คอ การประเมนผลการใหบรการ และการประเมนผลงานของเจาหนาท การประเมนผลการใหบรการ เจาหนาทของสวนประตเมองไดประเมนผล โดยการสมภาษณและตอบแบบสอบถามประชาชนทใชบรการสวนประตเมอง หรอในบางครงประชาชนไดใหขอมลแกเจาหนาทโดยตรง

สำหรบการประเมนผลการจดกจกรรมในสวน ไดมฝายวชาการและแผนเปนผประเมนการจดกจกรรมในสวนประตเมอง เพอประเมนความสนใจและการเขารวมกจกรรมของประชาชน หากกจกรรมใดไมผาน

148 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

การประเมนกจะถอดกจกรรมนนออกและเพมกจกรรมใหมเขาไปและมการประเมนเชนเดยวกน วธการนกจะทำใหมกจกรรมทนาสนใจและคมคากบการจดกจกรรมตอไป

การประเมนผลอกประการหนงคอ การประเมนประสทธภาพการปฏบตงานของพนกงาน โดยไดใชวธการประเมนการปฏบตงานจากหวหนางาน ซงเปนการประเมนผลตามปกต

มาตรฐานการเรยนรพฤตกรรมการใชสวนประตเมองของประชาชน พบวา ประชาชน

ไดเขามาพกผอน เลนกฬา หรอจดกจกรรมตางๆ รวมทง ชมพนธไมตางๆ โดยสวนประตเมองไดจดทำปายชอตนไมตดไว เพอใหประชาชนเขามาศกษาความร ประชาชนไดเขามาใชบรการอยางสมำเสมอ และจากการสำรวจความพอใจในการใชสวนประตเมอง พบวา ประชาชนมความพงพอใจการใชบรการในสวนเปนอยางด

การประเมนผลการเรยนรการสอบถามความพงพอใจในการใชสวนประตเมอง ใชการ

สมภาษณ และแบบสอบถามความคดเหน เพอเปนขอมลทนำไปปรบปรงใหสามารถตอบสนองความตองการของ ผใชสวนตอไป

การสนบสนนทรพยากรในการเรยนรสำนกการชาง เทศบาลนครขอนแกน จดสรรงบประมาณ

เพอใชในการดำเนนงาน นอกจากนน มหนวยงานภายนอกไดสนบสนน

149สวนสาธารณะ

การดำเนนงานของสวนสาธารณะ ในลกษณะของรางวลหรอเงน เชนการสนบสนนรางวลเมอมการจดประกวดตางๆ เปนตน

กจกรรมกจกรรมทสวนประตเมองใหบรการความรมหลายประการ เชน

ใชเปนสถานททศนศกษา โรงเรยนนำนกเรยนมาทศนศกษา เพอศกษาพนธไมตางๆ หรอทำกจกรรมประกอบการศกษาในวชาตางๆนอกจากนนกเปนกจกรรมการออกกำลงกาย เชน การเตนแอโรบคเปนตน

ลานกจกรรมของสวนประตเมอง

ผเรยนสวนประตเมองมประชาชน ทกเพศ ทกวย ทเขามาพกผอนและ

รวมกจกรรมตางๆ ในสวนประตเมองในวนธรรมดา ประมาณ 100 - 200คน สวนในวนหยดราชการ ประมาณ 300 คน

150 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ผสอนการจดกจกรรมในสวนประตเมอง เปนการจดโดยบคคล

ภายนอก เชน การสอนเตนแอโรบค โดยตดตอขอใชสถานทและจดหาวทยากรมาเอง สวนประตเมองเปนผอำนวยความสะดวกในการจดสถานท ดานไฟฟา เปนตน

กจกรรมทสวนประตเมองเปนผดำเนนการ คอ การจดหาวทยากรใหความรและคำแนะนำเกยวกบการดแลตนไมแกประชาชนผสนใจ

ปญหาทพบปญหาในการจดกจกรรมการศกษาตามอธยาศยแทบจะไมม

เนองจากมการดแลในแตละสวนโดยหนวยงานทรบผดชอบอยางทวถงสวนปญหาทพบจากภายนอก ไดแก ปญหาการมาทศนศกษาของนกเรยน โดยพบวา สวนใหญเปนการชมแบบไมมการใหความรเสรมจงเปนการเดนผานเทานน

ขอเสนอแนะสวนประตเมอง ควรประสานงานกบสถานศกษาเพอจดสงคร

หรอวทยากรมาอธบาย โดยสวนประตเมองเปนผอำนวยความสะดวกในการเดนทาง เชน จดรถใหกรณทไมมรถพามา เปนตน การแกไขปญหาดงกลาว จะชวยใหการศกษาแกเดก นกเรยนทเขามาชมไดประโยชน นอกเหนอจากจะไดความเพลดเพลนยงไดรบความรดวยซงนบวาเปนจดมงหมายสำคญของการจดการศกษาตามอธยาศย

151สวนสาธารณะ

กรณศกษาท 10 : สวนสราญรมย

สวนสราญรมย เป นสวนสาธารณะของเทศบาลเม องประจวบครขนธ ตงอยดานหนาททำการเทศบาลเมองประจวบครขนธมพนทขนานไปกบหาดของอาวประจวบครขนธ มเนอท 12 ไร จดเปนสวนสาธารณะเปดขนาดเลก

สวนสราญรมย

สวนสราญรมยต งอย ในเขตเทศบาลเมอง หนาสำนกงานเทศบาลเมองประจวบครขนธ เปนสวนสาธารณะขนาดเลกททอดยาวขนานไปกบหาดของอาวประจวบครขนธ เปนสวนสาธารณะเปดทมรวลอมรอบ ประชาชนสามารถไปใชบรการของสวนแหงนไดตลอดเวลาสวนแหงนเปนสวนสาธารณะทมบรรยากาศทด เนองจากมลมทะเลพดอยตลอดเวลา

สวนแหงนมปายชอสวนหนหนาออกทะเล ภายในสวนมตนไมขนาดเลก เปนไมแนวเตยและมตนไมสงบาง เพอใหเกดรมเงา มสนามหญาทมความสวยงาม เปนระเบยบเรยบรอย มมาหนตงไวเปนระยะ

152 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

มทางเดนปดวยอฐซงสามารถใชเปนลวงได มการตกแตงสถานทใหดสวยงามดวยรปปนสตวตางๆ มศาลาไทยเพอใชพกผอนในสวน มลานแอโรบคอยขางสวน

สวนสราญรมยแหงนมความปลอดภย และมความสะดวกในการเดนทางมาใชบรการเพอพกผอน เนองจากเปนสวนเปด อยใกลถนนมเสาไฟฟาใหแสงสวางเพยงพอ มการตรวจตราความเรยบรอยจากตำรวจมสถานตำรวจใกลกบสวน มรานขายของ และรานขายอาหาร ไวใหบรการแกประชาชนผทมาพกผอน

ภายในบรเวณสวนสราญรมย

นอกจากสวนสราญรมยใชเปนทพกผอนหยอนใจแลว ยงใหความรตามอธยาศยดวย ภายในสวนมแผนทจงหวดประจวบครขนธและขอมลแหลงทองเทยวจงหวดทสำคญ มแทนประวตเกาะหลกและแผนปายใหความรเกยวกบอาวประจวบฯ รวมทงมรปปนของตวละครเร อง ตามองลายและเขานมสาว ทเปนนทานพนบานของจงหวดประจวบครขนธอกดวย

153สวนสาธารณะ

นโยบายและแผนนโยบายการจ ดสวนส บเน องจากเทศบาลม โครงการ

“ประจวบครขนธ บานฉนเมองนาอย” เปนโครงการเกยวกบเมองนาอยชมชนนาอย สวนแหงนเปดใหบรการแกประชาชนทอาศยอยในทองถนและผมาจากตางถน เพอใชเปนสถานทพกผอนและทำกจกรรมตางๆของประชาชน โรงเรยนและของหนวยงานอน เทศบาลไดใชสวนแหงนเปนสถานทจดกจกรรมในเทศกาลตางๆ งานประเพณทองถน และเปนทตอนรบแขกบานแขกเมอง เปนตน

กฎหมายทเกยวของสวนสราญรมยไดใชระเบยบบรหารตามพระราชบญญต

เทศบาล พ.ศ. 2496 โดยมการดำเนนการดานสวนสาธารณะเชนเดยวกบสวนตางๆ

การดำเนนงานสวนสราญรมย อยในความรบผดชอบดแลของกองชาง งาน

สวนสาธารณะ เทศบาลเมองประจวบครขนธ จงหวดประจวบครขนธในการดแลจดการสวนสาธารณะ กองชาง งานสวนสาธารณะมเจาหนาทท งหมดจำนวน 8 คน ตองแบงเจาหนาท ออกไปดแลแตละสวนในจงหวดประจวบคร ข นธมสวนสาธารณะอย หลายแหง ดงน นเจาหนาทผมหนาทรบผดชอบสวนสราญรมยแหงน มจำนวน 2 คน”

การจดกจกรรมในสวนสราญรมย เปนหนาทของหนวยงานตางๆทสงกดเทศบาล กลาวคอ กองการศกษา เปนผรบผดชอบการจดกจกรรมประเพณตางๆ ของเทศบาล และกองอนามย เปนผรบผดชอบ

154 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

จดกจกรรมกฬาและการออกกำลงกาย สวนกองชาง งานสวนสาธารณะเปนผรบผดชอบการดแลรกษาสวนและตนไมในสวนเทานน

สวนการประเมนผลการจดการสวนสราญรมยน น มการประเมนผลการดำเนนงานการใหบรการโดยการสอบถามดวยวาจาเกยวกบความพงพอใจการใชสวน ความพงพอใจการเขารวมกจกรรมตางๆ ทเทศบาลเปนผจดขน รวมทง มการรบฟงประชาพจารณจากประชาชนในชมชนเกยวกบการดำเนนการ ใหบรการสวนสราญรมยและรบฟงคำวจารณของผมาใชสวนสราญรมย ในการประเมนผลการปฏบตงาน เจาหนาทสวนไดรบการประเมนผลการปฏบตงานจากหวหนางานอยางสมำเสมอ

มาตรฐานการเรยนรมาตรฐานการเรยนรของการจดสวนสราญรมย คอ การท

ประชาชนมาใชสวนเพอทำกจกรรมตางๆ ตามความตองการพกผอนหยอนใจ และรวมกจกรรมทเทศบาลหรอหนวยงานทงภาครฐ เอกชนและกลมบคคลไดจดขน เพอเปนการพฒนาประชาชนทางรางกายอารมณ สงคม และสตปญญา เปนการสงเสรมการเรยนรตามอธยาศย

การประเมนผลการจดการเรยนรการประเมนผลการเรยนรและการจดกจกรรมตางๆ ใหแก

ผใชบรการ พบวา ลกษณะของกจกรรมทจดนนเปนกจกรรมศลปะประเพณ กฬา ซงเปนกจกรรมสงเสรมการศกษาตามอธยาศย ดงนน

155สวนสาธารณะ

การประเมนผลกจกรรมไดประเมนโดยการสอบถามความพงพอใจการรบฟงคำวจารณของผมาใชสวนสราญรมย และในการดำเนนการของสวนสราญรมยมการทำประชาพจารณจากประชาชนในชมชน

การสนบสนนทรพยากรการเรยนรกองชาง งานสวนสาธารณะ ไดรบการสนบสนนงบประมาณ

จากเทศบาลเมองประจวบครขนธในการดำเนนการจดกจกรรมและดำเนนการของสวนสราญรมย

นอกจากน มหนวยงานภายนอกไดมาสนบสนนการใหความรโดยการจดทำปายแสดงขอมลท เปนประโยชนในการเรยนร ตามอธยาศยของประชาชน กลาวคอ การทองเทยวแหงประเทศไทยเปนผจดทำแผนทของจงหวดประจวบครขนธ และจดทำปายใหขอมลแหลงทองเทยวตางๆ ในจงหวดประจวบครขนธ เปนตน

กจกรรมกจกรรมทใหบรการแกประชาชนนนมหลายกจกรรมดวยกน เชน1. ใชเปนสถานทพกผอนหยอนใจของประชาชน และทำกจกรรม

รวมกนในครอบครว2. เออเฟอสถานทใหกบชมรมตางๆ เชน จดกจกรรมแอโรบค

ตอนเชา และทำกจกรรมศลปะ วาดรป ระบายส เปนตน

156 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ลานประสงคสขภาพ

3. เออเฟอสถานทแกโรงเรยนในเขตเทศบาลนำเดกมาเรยนรนอกหองเรยน และทำกจกรรมในสวนสราญรมย

4. เปนสถานทจดงานประเพณตามเทศกาลตางๆ5. จดทำแทนประวตเกาะหลกแสดงประวตศาสตรของจงหวด

ประจวบครขนธ

แทนประวตเกาะหลก6. จดทำรปปนของตวละครพนบาน เรอง ตามองลายและ

เขานมสาว ซงครใชประกอบการเรยนการสอนได

157สวนสาธารณะ

รปปนตวละครพนบานของจงหวดประจวบครขนธ

7. จดทำปายใหความรเกยวกบอาวประจวบ แกประชาชนทมาใชบรการสวน

8. เออเฟอสถานทแกการทองเทยวแหงประเทศไทยในจดทำปายแผนทของจงหวดประจวบครขนธ และแหลงทองเทยวตางๆ ในจงหวดน

ปายแผนทจงหวดประจวบครขนธและแหลงทองเทยวของจงหวดประจวบครขนธ

158 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ผเรยนสวนสราญรมยไดใหบรการแกประชาชนทกเพศ ทกวย ทตองการ

มาพกผอน และทำกจกรรมทจดขนในสวนตามอธยาศย เจาหนาทกลาววา“ทนเปนทพกผอนของชาวบานทกกลม ทกวย จะมารวมกนทน ใครใครมากมา”

ผสอนกองชาง งานสวนสาธารณะ มหนาทดแลสวนเทานน การจด

กจกรรม เปนหนาทของกองการศกษาเปนผจด เชน งานประเพณตางๆและกองอนามยของเทศบาลเมอง เปนผจดกจกรรมออกกำลงกายใหแกประชาชน อกทงชมรมตางๆ และกลมบคคลไดรวมกนจดกจกรรมใหแกประชาชน

ปญหาทพบปญหาของสวนสราญรมย พบวา มปญหาดานตางๆ ดงน1. ประชาชนขาดจตสำนกในการชวยกนรกษาความสะอาด

มการทงขยะเปนประจำและไมชวยกนรกษาสวน2. ตนไมในสวนตายและเสยหายเมอถงฤดมรสมและประสบ

ปญหานำเคม3. งบประมาณในการดแลสวนไมเพยงพอ4. จำนวนเจาหนาท มจำกด กลาวคอ กองชาง งานสวน

สาธารณะมเจาหนาท สวน 8 คน ตองแบงเจาหนาท ออกไปดแลแตละสวนสาธารณะหลายแหง เจาหนาททดแลสวนสราญรมยนมเพยง2 คน จงไมเพยงพอตอการทำงาน

159สวนสาธารณะ

ขอเสนอแนะ1. กรณผใชบรการสวนทงขยะและขาดจตสำนกในการชวยกน

รกษาความสะอาดนน เจาหนาทไดพยายามประชาสมพนธและดแลเกบขยะ อกทงยงดแลรกษาตนไมใหมสภาพสมบรณ

2. กรณปญหาตนไมตายเนองจากภยธรรมชาต ควรเลอกตนไมทสามารถทนทานตอปญหาได เชน เลอกตนไมทเปนหว ไดแก พลบพลงและวาน

3. กรณทงบประมาณและจำนวนเจาหนาทรบผดชอบดแลสวนมจำกด ตองคำนงถงงบประมาณของเทศบาลทจดสรรให เนองจากงบประมาณทไดรบ ตองนำไปบรหารใหครอบคลมทงเมอง มใชนำไปใชเฉพาะบางสวนเทานน

กรณศกษาท 11 : สวนศรเมอง

สวนศรเมอง หรอทชาวระยองนยมเรยกวา เกาะกลาง ตงอยกลางเมอง ดานหลงศาลากลางจงหวดระยองหลงเดม มเนอทประมาณ70 ไร เปนสวนสาธารณะในเมอง (City Park หรอ Municipal Park)ซงมพนทกวางในเมอง มสภาพธรรมชาตหรอจดการตกแตงขนเพอการพกผอนหยอนใจของประชาชนในจงหวดระยอง รมเยนดวยพนธไมประเภทสวนปาและคบว ภายในสวนมหอพระพทธองครส ซงเปนอาคารทรงไทย หลงคาจตรมข เปนท ประดษฐานของพระพทธะองครสซงถอวาเปนพระพทธรปคบานคเมองของจงหวดระยอง

160 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

สวนศรเมอง

การจดสภาพแวดลอมของสวนศรเมองสวนศรเมอง มปายบอกชอสวนบรเวณทางเขา มแผนผงหรอ

แผนทแสดงขอบเขตและตำแหนงของสวนสาธารณะ เพอใหผมาใชบรการสามารถทราบจดทจะไป ถนนภายในสวนมขนาดความกวางพอสมควรเหมาะกบการออกกำลงกายดวยการวงหรอเดน มทจอดรถ ไมมศนยแนะนำและใหบรการเฉพาะ แตมอาคารอำนวยการของสวน ทำหนาทในการใหบรการประชาชน มสนามเดกเลนใหเดกไดมาทำกจกรรมมเวทกลางแจงเพอจดงานตางๆ เชน การแสดงหนงตะลง การจดงานประเพณตางๆ สนามกฬากลางแจง ทงทเปนสนามฟตบอล สนามบาสเกตบอล ลานเตนแอโรบค รำมวยจน รำกระบกระบอง สนามกฬาในรม สำหรบเลนกฬาแบดมนตน ลลาศและโยคะ เปนตนเกาอนงพกอย สมำเสมอตามจดตางๆ ถงขยะและหองนำใหบรการรานอาหารและรานขายสนคา เปนตน

สวนศรเมองไมมสวนสมนไพร แตลกษณะพนธไมเปนตนไมยนตน ใหรมเงาและความรมรน เชน ตนตะแบก เปนตน มสวนสขภาพสำหรบออกกำลงกาย สวนดอกไมและคนำซงปลกบวอย

161สวนสาธารณะ

รปปนตวละครในวรรณคดของจงหวดระยอง

ในสวนศรเมองสวนหนงเปนทตงของหองสมดเทศบาลนครระยอง ใหบรการประชาชนในจงหวดในการยม-คนหนงสอ เพออานและนำไปใชประโยชนอนๆ เปนสถานทในการจดกจกรรมทางการศกษานอกระบบโรงเรยน เชน การสอนวชาชพ เปนตน

หองสมดเทศบาลนครระยอง

ดานความปลอดภย มยามรกษาการณทงในสวนกลางวนและกลางคน ในชวงกลางคนมหนวยปองกนบรรเทาสาธารณะภยมาดแลมแสงสวางในเวลากลางคน แยกถนนและทางเดนตางหาก มการตด

162 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ตนไมทมกงแหงหรอแตงพมไมไมใหมดทบ ไมมหนวยพยาบาล ถามการปวยหรอบาดเจบจะพาไปโรงพยาบาลระยอง สวนศรเมองไมมรวกนเนองจากเปนสวนเปด

การดแลรกษาสวน มการเกบขยะ กวาดถนนอยเสมอ มการตดหญา ตดทรงพมของตนไม มการรดนำพรวนดนตนไม มการซอมแซมวสดอปกรณ เชน ซอมแซมเกาอและปาย มปายชกชวนใหประชาชนรกษาความสะอาด

สวนศรเมองเปดใหบรการตงแต 05.30 - 23.00 น. เนองจากเปนสวนเปด จงใหบรการถง 23.00 น.

นโยบายและแผนนโยบายในการดแลสวนแหงน ยดถอตามแนวทางของเทศบาล

นครระยอง ทตองการทำใหสวนศรเมองเปนสถานทพกผอนหยอนใจเปนทออกกำลงกายเพ อสขภาพของประชาชน โดยเจาหนาท ของสวนศรเมอง นอกจากทำหนาทดแลสถานทแลว ตองเนนความสะดวกในการใชพนทของสวนสำหรบประชาชน

กฎหมายทเกยวของสวนศรเมองใชระเบยบบรหารตามพระราชบญญตเทศบาล

พ.ศ. 2496 โดยมการดำเนนการดานสวนสาธารณะเชนเดยวกบสวนตางๆ

163สวนสาธารณะ

การดำเนนงานหนวยงานรบผดชอบสวนศรเมอง ไดแก เทศบาลนครระยอง

เปนผดแลและบำรงรกษา การบรหารในแตละสวน ไดมอบหมายใหเจาหนาทสวนสาธารณะเปนผบรหารสวน สวนศรเมองมบคลากรดำเนนงานดงน คอ หวหนาพนกงานสวนสาธารณะ จำนวน 1 คนและลกจางจำนวน 3 คน

สวนการประเมนผลการดำเนนงาน มการประเมนการดำเนนงานของสวนหลายวธดวยกน คอ การประเมนความพงพอใจการใชบรการดวยการสอบถามทางวาจา สวนการประเมนการปฏบตงานของลกจางประเมนโดยหวหนางาน โดยเฉลยปละ 1 ครง สวนการประเมนผลภายนอก ยงไมมการประเมน

มาตรฐานการเรยนรพฤตกรรมการใชสวนของประชาชน สวนใหญประชาชนไดเขา

มาพกผอน เลนกฬา หรอจดกจกรรมตางๆ รวมทงเขามาชมพนธไมทสวนศรเมองไดจดทำปายชอและคณสมบตของตนไมไว และจากการสมภาษณ พบวา ประชาชนเขามาใชบรการอยางสมำเสมอ รวมทงการสำรวจความพงพอใจการใชสวนศรเมอง พบวา ประชาชนมความพงพอใจในการใชบรการดานตางๆ ของสวนศรเมอง

การประเมนผลการเรยนรการสอบถามความพงพอใจในการใชสวนศรเมองไดใชวธการ

สอบถามความพงพอใจของผเขามาใชสวน โดยการซกถามทางวาจา

164 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

การสนบสนนทรพยากรในการเรยนรสวนศรเมองไดรบการสนบสนนจากหนวยงานภายใน โดยไดรบ

งบประมาณในการดแลจากเทศบาลนครระยอง และไดรบการสนบสนนจากหนวยงานภายนอก

กจกรรมทสวนศรเมองใหบรการกจกรรมทสวนศรเมองใหบรการความรมหลายประการ เชน

ใชเปนสถานททศนศกษา โรงเรยนนำนกเรยนมาทศนศกษาเกยวกบพนธไมหรอทำกจกรรมประกอบการศกษาในวชาตางๆ โดยผสอนใหนกเรยนมาศกษาพนธไม

นอกจากนน ยงใชเปนสถานทจดกจกรรมในวนสำคญและงานตามประเพณ เชน งานวนเดก เทศกาลปใหม วนสงกรานต วนสำคญทางศาสนา เปนตน จดโดยเทศบาล หรอหนวยงานภายนอก

ศนยเยาวชนและทออกกำลงกายในสวน

165สวนสาธารณะ

ผเรยนประชาชนเขามาใชบรการ เพอพกผอนในวนธรรมดามประมาณ

100 - 200 คน และวนหยด ประมาณ 300 - 400 คน โดยไมจำกดอาย เพศ และวย

ผสอนสวนศรเมองไมมการจดฝกอบรมเกยวกบพนธไม จงไมมม

วทยากร แตมเจาหนาทคอยแนะนำพนธไม หากมนกเรยนมาทศนศกษาในสวนศรเมอง

ปญหาทพบปญหาทสวนศรเมองพบมหลายประการ ดงน1. ปญหาความสะอาด ประชาชนทเขามาใชบรการ ไมชวยกน

รกษาความสะอาด2. ขาดงบประมาณการบำรงรกษา งบประมาณทไดมจำนวน

จำกดไมเพยงพอในการบำรง รกษาและพฒนาสวน3. ปญหาเรองผมวสมในเวลากลางคน เนองจากพนทการดแล

กวาง หากมเจาหนาทจำกด จงทำใหดแลไมทวถง บางครงมกลมวยรนมวสมกน

ขอเสนอแนะ1. ควรสรางสวนศรเมองใหมจดเดนเปนเอกลกษณของตนเอง

มจดสนใจใหประชาชนเขามาชมทสวนศรเมอง เพอใหมเอกลกษณในแตละสวนและเพมความหลากหลาย

166 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

2. ควรทำประชาพจารณ เมอมการดำเนนการใดใดทจะเปลยนแปลงสภาพของสวนศรเมอง เนองจากงบประมาณสวนหนงนำมาบำรงรกษาสวนศรเมองไดรบจากภาษของประชาชนในทองถน

กรณศกษาท12 : สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ

สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ เปนสวนสาธารณะอยในความดแลของเทศบาลนครหาดใหญ ตงอย บนถนนกาญจนวณชทางทศตะวนออกของถนน กม.ท 23-24 สายสงขลา-หาดใหญ หม 6ต.คอหงส อ.หาดใหญ จ.สงขลา ปจจบนมเนอทประมาณ 974 ไร ถอวาเปนสวนสาธารณะขนาดใหญ มลกษณะเปนสวนสาธารณะแบบ MunicipalPark เปดใหประชาชนไดใชบรการพกผอนไดตลอดวนและไมอนญาตใหพกแรม ภายในสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ นอกจากเปนสวนปาตามธรรมชาต บางสวนเปนปาปลกใหมและมสวนดอกไมเพอความสวยงามและเปนทพกผอนหยอนใจ ภายในสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญมสงศกดสทธคเมองหาดใหญประดษฐานอยหลายแหง อาท พระบรมราชานสาวรยรชกาลท 5 ทาวมหาพรหมพระโพธสตวกวนอมและพระพทธมงคลมหาราช กอสรางขนเพอยดเหนยวจตใจ เปนทเคารพสกการะทงชาวไทยและตางประเทศ

167สวนสาธารณะ

การจดสภาพแวดลอมของสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญมปายบอกชอบรเวณประต

ทางเขาทวไป มปายขนาดใหญทสลกตดกบเขอนบรเวณบงนำขนาดใหญบรเวณทางเขามแผนทหรอแผนผงแสดงขอบเขตและตำแหนงของสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ เพอใหผมาใชบรการทราบไดวาในสวนมสถานทอะไรบางทจะเดนทางไปได นอกจากน ยงมปายบอกเสนทางไปสถานทตางๆ ในสวน ถนนภายในสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญมขนาดกวางเหมาะกบการปนจกรยานเสอภเขา มบงนำขนาดใหญเพอใชในการทำกจกรรมปนจกรยานนำ

สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญมกองอำนวยการทเปนทงสถานททำงานของเจาหนาทและเปนศนยแนะนำและใหบรการประชาชนทมาใชบรการในสวนมสนามเดกเลนใหเดกๆ ไดทำกจกรรม มลานใหบรการจดคายลกเสอ สวนจราจร เพอใหเดกและเยาวชนฝกปฏบตตามกฎจราจร มหอสมดและหอจดหมายเหตทใหประชาชนมาใชบรการหาความรตางๆ ได โดยทงสองสวนน กรมศลปากรมาขอใชสถานทของสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ

สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญโดยสวนใหญ เปนปาเปนตนไมยนตนใหรมเงาและความรมรน มสวนสขภาพ มสวนดอกไมและสวนหน มการตกแตงตนไมอยเสมอ มคอกสตวและสวนนกทตอนรบประชาชนทกคนมาศกษาเรยนร ตามทางเดนมไฟสำหรบใหแสงสวางในเวลากลางคนเปนระยะ มถงขยะ มหองสขาสำหรบคนทวไปและคนพการใหบรการ มร วก นแสดงอาณาเขตของสวน และมท จอดรถจำนวนมาก

168 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ภายในสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ

ในสวนของการรกษาความปลอดภย มยามรกษาการณหนาประตและยามปนจกรยานหรอเดนดแลความปลอดภยในสวนตลอด 24ชวโมง มประตทางเขาออกไมมาก

สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ เปดใหบรการตงแตเวลา05.30 น. ปดเวลา 21.00 น. ในแตละวน มประชาชนมาใชบรการ 500-1,000 คน ทงชาวไทยและตางประเทศ

นโยบายและแผนทเกยวของนโยบายในการดแลสวนสาธารณะแหงน ไดยดถอตามแนวทาง

ของเทศบาลนครหาดใหญ ทตองการทำใหในสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญมจดทองเทยวหลายแหงทสามารถเดนทางเช อมตอของสถานททองเทยวจดตางๆ ในสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญเชน สวนนก สวนสตว พระบรมราชานสาวรยรชกาลท 5 ทาวมหาพรหมพระโพธสตวกวนอม พระพทธมงคลมหาราช เปนตน

169สวนสาธารณะ

กฎหมายทเกยวของสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญใชระเบยบบรหารตาม

พระราชบญญตเทศบาล พ.ศ. 2496 โดยมการดำเนนการดานสวนสาธารณะเชนเดยวกบสวนตางๆ

การดำเนนงานหนวยงานทรบผดชอบสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ

ไดแก เทศบาลนครหาดใหญ โดยการบรหารในแตละสวน ไดมอบหมายใหเจาหนาทสวนสาธารณะเปนผบรหารสวน สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญมบคลากรดำเนนงานดงน คอ หวหนาพนกงานสวนสาธารณะและเจาหนาทสวนสาธารณะ

ดานการประเมนผลการดำเนนงานสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ พบวา มการประเมนการดำเนนงานของสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญดวยกนหลายวธ กลาวคอ การประเมนความพงพอใจการใชบรการดวยการสอบถามทางวาจา สวนการประเมนการปฏบตงานของลกจาง ทำการประเมนโดยหวหนางานโดยเฉลยปละ1 ครง นอกจากนน สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญไดรบการตรวจสอบจากหนวยงานภายนอก เชน ศนยอนามยสงแวดลอมเขต 12สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ ไดรบรางวลสวนสาธารณะนารนรมยจากมหาวทยาลยสงขลานครนทร

มาตรฐานการเรยนรพฤตกรรมการใชสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญของ

ประชาชน พบวา สวนใหญประชาชนไดเขามาพกผอน เลนกฬา

170 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

หรอรวมกจกรรมตางๆ รวมทง การชมสวนสตว สวนนก และสกการะสงศกดสทธในสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ ประชาชนเขามาใชบรการอยางสมำเสมอ และมความพงพอใจในการใชบรการดานตางๆของสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ

การประเมนผลการเรยนรการสอบถามความพงพอใจในการใชสวนสาธารณะเทศบาล

นครหาดใหญไดใชวธการสอบถามความพงพอใจของผ มาใชสวนโดยการสอบถามทางวาจาประกอบการใชแบบสอบถามเปนครงคราว

การฝกอบรม มการประเมนผล 2 ลกษณะ คอ การประเมนภาคปฏบต ไดแก การวดผลงานจากการปฏบต หากผฝกอบรมสามารถปฏบตไดครบตามวตถประสงคของการอบรม นบวาผานการอบรมและไดรบประกาศนยบตร สวนการประเมนความพงพอใจในการฝกอบรมจดทำโดยใชแบบสอบถามผเขารบการฝกอบรมและสอบถามความพงพอใจเกยวกบการเขารบการอบรมดวยวาจา และใชเปนขอมลทนำปรบปรงหลกสตรการฝกอบรมตอไป

การสนบสนนทรพยากรในการเรยนรสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ ไดรบการสนบสนนจาก

หนวยงานภายใน โดยไดรบงบประมาณการดแลจากเทศบาลนครหาดใหญ และไดรบความรวมมอจากหนวยงานภายนอกในการดำเนนกจกรรมการศกษา เชน กรมศลปากรไดขอความ รวมมอสรางหอจดหมายเหตและหอสมดเพอเปนแหลงการเรยนรของประชาชนภายใน

171สวนสาธารณะ

สวนสาธาณะ และไดรวมมอกบบรษทฮอนดา ประเทศไทย จำกดในการจดกจกรรมหลกสตรกฎจราจรการขบรถใหกบเดกและเยาวชนโดยบรษท ฮอนดา ประเทศไทย เปนผจดวทยากรใหความร

หอสมดแหงชาตเฉลมพระเกยรต ฯภายในสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ

ปายแสดงตารางเวลาเรยนและถนนทใชเรยนในหลกสตรการขบรถ

กจกรรมกจกรรมทสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญใหบรการ

ความรมหลายประการ เชน เปนสถานททศนศกษา โรงเรยนไดนำ

172 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

นกเรยนมาทศนศกษา เพอศกษาเกยวกบสตวหรอทำกจกรรมประกอบการศกษาในวชาตางๆ ผสอนใหนกเรยนมาศกษาสตวในสวนสตวและสวนนก มวทยากรของสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญใหความรเปนสถานทจดคายลกเสอ และสงนกเรยนมาทำกจกรรมเรยนรเรองกฎจราจร อกทงพานกเรยนระดบอนบาลมาทำกจกรรมในสนามเดกเลนเพอเสรมพฒนาการดานรางกายของเดก

สวนนกเทศบาลนครหาดใหญ

นอกจากน ใชเปนสถานทจดกจกรรมในวนสำคญและงานตามประเพณ เชน วนเดก วนสงกรานต วนปใหม วนสำคญทางศาสนาเปนตน กจกรรมดงกลาวจดโดยเทศบาลหรอหนวยงานภายนอกเปนบางโอกาส รวมทง ใชเปนสถานทท ประชาชนมาสกการะบชาสงศกดสทธ เชน พระบรมราชานสาวรย รชกาลท5 ทาวมหาพรหมพระโพธสตวกวนอม พระพทธมงคลมหาราช เปนตน

173สวนสาธารณะ

สถานทสกการะบชาสงศกดสทธของสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ

ผเรยนสวนสาธาณะเทศบาลนครหาดใหญมประชาชนทกเพศ ทกวย

เขามาใชบรการในวนธรรมดา ประมาณ 500 - 1,000 คน วนหยดราชการประมาณ 1,500 คน ในสวนของผเขารบการฝกอบรม คอ เดกและเยาวชน

ผสอนสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ ไดเปนวทยากรในเรอง

การดแลการปลกตนไมและการดแลสตว โดยการฝกอบรมดงกลาวสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญเปนผจด

ปญหาทพบปญหาสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ มหลายประการ

ดงน

174 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

1. ปญหาดานบคลากร มจำนวนจำกดไมเพยงพอกบงานและสภาพพนท

2. ปญหาเรองความสะอาด ประชาชนทเขามาใชบรการไมชวยรกษาความสะอาด

3. ขาดงบประมาณในการบำรงรกษา งบประมาณทไดมจำนวนไมเพยงพอในการบำรงรกษาและพฒนาสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ

4. ปญหาเรองผมวสมในเวลากลางคน เนองจากพนทการดแลกวาง มเจาหนาทจำกด ทำใหดแลไมทวถง บางครงมวยรนจบกลมมวสมกน

5. ปญหาอปกรณชำรด ประชาชนผเขามาใชทำชำรด เสยหายเชน ปายตดตามทางตางๆ

ขอเสนอแนะ1. ทำใหสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญเปนแหลง

ทองเทยวทมความหลากหลาย และมระบบทเชอมโยงกนทกจดของสถานททองเทยว โดยใชระบบรถราง

2. ทำใหสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญเปนศนยเพาะเนอเยอพนธไม

3. เปนเครอขายรวมกบสถาบนการศกษาในจงหวดสงขลาหรอทอนๆเพอใหสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญเปนหองทดลองทางพนธพช

4. สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญควรแบงโซน เปนโซนกจกรรมและโซนสวนพกผอน

175สวนสาธารณะ

การศกษาวจย เปนการวจยเชงพรรณนา เพอศกษาการจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต : สวนสาธารณะ คณะวจยไดศกษาขอมลจากบคลากรของสวนสาธารณะ จำนวน 12 แหง ไดแกสวนหลวง ร.๙ สวนลมพน สวนจตจกร สวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯสวนวชรเบญจทศ สวนลานนา ร.9 สวนบวกหาด สวนสาธารณะ 200 ปบงแกนนคร สวนประตเมอง สวนสราญรมย สวนศรเมอง และสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ แลวนำผลการศกษามาสรป ดงตอไปน

สรปผลการวจย

ตอนท 1 สรปวเคราะหกรณศกษา1. การจดสวนสาธารณะใหเปนแหลงใหการศกษาตามอธยาศยและ

เปนแหลงพกผอนหยอนใจของประชาชนทวไปการจดสวนสาธารณะ สวนใหญจากกรณศกษาจำนวน 12 แหง

พบวา สวนสาธารณะเปนแหลงใหการศกษาตามอธยาศยและเปนแหลงพกผอนหยอนใจของประชาชนทวไป ไดแก

สวนหลวง ร.๙ สวนสาธารณะประกอบดวยสวนพฤกษศาสตรสวนรมณย ฯลฯ ประดบและตกแตงดวยพนธ ไมหลายประเภท

176 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

และพนธไมหายากในประเทศไทย รวมทงเปนทรวมการจดสวนทมความสวยงามเลยนแบบตางประเทศ เชน สวนองกฤษ ทจดเลยนแบบการจดสวนทเปนเอกลกษณของประเทศองกฤษ เปนตน ดงนน ประชาชนทสนใจสามารถหาความรในเรองดงกลาวได

สวนลมพน สวนสาธารณะในเขตเมอง ประดบและตกแตงดวยพนธไมหลายประเภททงในและตางประเทศ รวมทงพนธไมหายากประชาชนทสนใจเกยวกบพนธไมสามารถหาความร รวมทง ดนกหลากหลายชนด และผทเขามาเพอพกผอนสามารถไดความรในเรองดงกลาวเชนกน

สวนจตจกร สวนสาธารณะในเขตเมอง ประดบและตกแตงดวยพนธไมหลายประเภท โดยเฉพาะพนธไมหอม ดงนน ประชาชนทสนใจเกยวกบพนธไมจะสามารถมาหาความร รวมทง ผทเขามาเพอพกผอนจะสามารถไดความรในเรองดงกลาวเชนกน

สวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ สวนสาธารณะในเขตเมองใชเปนสถานททำกจกรรมตางๆ ทงดานกฬาและนนทนาการ ถายภาพยนตรละครและสารคด และถายรปเพอทำเอกสารตางๆ ใหกบหนวยงานทงภาครฐและเอกชน รวมทง เปนสถานททประชาชนไดเรยนรเกยวกบพนธไมตางๆ โดยเฉพาะพนธไมหายาก พนธไมทเกยวของกบสมเดจพระนางเจาพระบรมราชนนาถ

สวนวชรเบญจทศ สวนสาธารณะในเขตเมอง ซงมลานหญากวางใหญ สามารถจดกจกรรมไดอยางหลากหลายตามความสนใจของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนทมาเปนครอบครว ทงการออกกำลงกายการเลนกฬา การศกษาสงแวดลอมตามธรรมชาต โดยเฉพาะพนธนกและผเสอ

177สวนสาธารณะ

สวนลานนา ร.9 สวนสาธารณะท ประกอบดวยพนธ ไมหลายประเภท เปนแหลงการเรยนรสำหรบประชาชนทตองการมาหาความรเกยวกบพนธไมตางๆ

สวนบวกหาด สวนสาธารณะในเขตเมอง ซ งประดบและตกแตงดวยพนธไมหลายประเภท โดยเฉพาะไมเมองหนาว ดงนนประชาชนทสนใจเกยวกบพนธไมจะสามารถมาหาความรไดโดยตรงและผมาเพอพกผอนกสามารถไดรบความรในเรองดงกลาวไดเชนกน

สวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร สวนสาธารณะท ประกอบดวยพนธไมหลายประเภท เปนแหลงการเรยนรสำหรบประชาชนทตองการหาความรเกยวกบพนธไมตางๆ นอกจากนนภายในสวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร มพพธภณฑโฮมนมงตงอย แสดงถงประวตความเปนมาและขอมลของจงหวดของแกนทนาสนใจ ประชาชนทสนใจกสามารถหาความรในเรองดงกลาวได

สวนประตเมอง สวนสาธารณะทจดกจกรรมและการพกผอนของประชาชนในชมชน มลานกวางใหญ ทำใหสามารถจดกจกรรมไดอยางหลากหลายตามความสนใจของประชาชน

สวนสราญรมย สวนสาธารณะทจดกจกรรมและการพกผอนของประชาชนในชมชน มการจดทำแทนประวตเกาะหลกแสดงประวตศาสตรของจงหวดประจวบครขนธ จดทำรปปนเกยวกบนทานพนบานของประจวบครขนธ ใหความเออเฟอสถานทใหแกการทองเทยวแหงประเทศไทย จดทำแผนทจงหวดและแหลงทองเทยวเพอใหความรแกผมาใชบรการ และจดทำปายใหความรเกยวกบอาวประจวบฯ

178 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

สวนศรเมอง สวนสาธารณะทจดกจกรรมและการพกผอนของประชาชนในชมชน จดทำรปปนเกยวกบนทานในวรรณคด คอ พระอภยมณและปลกพนธไมหลายประเภท เปนแหลงการเรยนรสำหรบประชาชนทตองการหาความรเกยวกบพนธไมตางๆ

สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ สวนสาธารณะในเขตเมอง ใชเปนแหลงพกผอนของประชาชน ทใหความรหลากหลายรวมทงธรรมชาตดวย ประชาชนทสนใจเกยวกบสตวโดยเฉพาะนกสามารถมาหาความร รวมทงผทเขามาเพอพกผอนสามารถไดรบความรในเรองดงกลาวไดเชนกน นอกจากน มสถานทใหความรดานศาสนามสถานทประดษฐานพระพทธรปและเจาแมกวนอม

2. การจดสวนสาธารณะเปนแหลงวทยาการใหนกเรยน นกศกษาไดแสวงหาความรเพมเตม

สวนหลวง ร.๙ จดสวนใหเปนแหลงวทยาการใหนกเรยนนกศกษาไดแสวงหาความรเพมเตม ใชเปนททศนศกษาเพอศกษาพนธไมตางๆ ของผเรยนตงแตระดบกอนประถมศกษา จนถงระดบอดมศกษา นอกจากน เปนสถานทสำหรบการฝกงานดานพชและสวนของนกศกษาสถาบนตางๆ เชน มหาวทยาลยเกษตรศาสตรมหาวทยาลยมหดล เปนตน

สวนลมพน จดกจกรรมทสงเสรมการศกษาในระบบโรงเรยนสวนใหญเปนการพานกเรยนระดบอนบาล ระดบประถมศกษา และระดบมธยมศกษา มาศกษาพนธไมและนกชนดตาบๆ นอกจากน นกศกษาระดบอดมศกษาเขามาศกษาพนธไมและชนดของนก เพอใชประกอบการเรยนการสอน

179สวนสาธารณะ

สวนจตจกร กจกรรมทสงเสรมการศกษาในระบบโรงเรยนสวนใหญเปนการพานกเรยนมาทศนศกษาเพอศกษาพนธไมตางๆมทงนกเรยนในระดบอนบาล ระดบประถมศกษา ระดบมธยมศกษาและระดบอดมศกษา มาศกษาหาความรดวยตนเอง เพอนำไปใชประกอบการเรยนการสอน

สวนสมเดจพระนางเจาสรกตฯ ใหบรการทางความรมหลายประการ เชน โรงเรยนและมหาวทยาลยนำนกเรยน นสตนกศกษาเจาหนาท มาศกษาเกยวกบพนธไมและศกษานกชนดตางๆ หรอทำกจกรรมประกอบการศกษาในวชาตางๆ เชน นกเรยนมาศกษาพนธไม และทำรายงาน เชน โรงเรยนอนบาลปรางทพย โรงเรยนแยมสอาด โรงเรยนวดฉตรแกวจงกลณ โรงเรยนไผทอดมศกษาสถานรบเลยงเดกและพฒนาเดกศศภา คณะสถาปตยกรรมศาสตรและคณะวทยาศาสตร จฬาลงกรณมหาวทยาลย คณะวทยาศาสตรมหาวทยาลยมหดล มหาวทยาลยราชภฏบานสมเดจเจาพระยามหาวทยาลยหอการคาไทย กรมบญชาการตำรวจนครบาล เปนตน

สวนวชรเบญจทศ ใหบรการทางความร สวนใหญเปนการพานกเรยนมาศกษาพนธนกและผเสอชนดตางๆ มทงนกเรยนในระดบอนบาล ระดบประถมศกษา และระดบมธยมศกษา นอกจากนนกศกษาระดบอดมศกษา มาศกษาพนธนกและผเสอ เพอนำไปใชประกอบการเรยนการสอน

สวนลานนา ร.9 เปนทจดทศนศกษาโดยโรงเรยนตางๆไดนำนกเรยนมาทศนศกษาพนธไมตางๆ และทำกจกรรมประกอบการศกษาในวชาตางๆ โดยผสอนใหนกเรยนมาศกษาพนธไมดวยการสงเกตและสรปเปนรายงาน และใชเปนสถานทฝกงานดานพนธพช

180 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

และสวนจากสถาบนตางๆ เชน วทยาลยเกษตรกรรมจากจงหวดลำปางสวนบวกหาด เปนสถานททศนศกษาพนธ ไมตางๆ ของ

นกเรยนระดบประถมศกษาและมธยมศกษา และใชเปนสถานทฝกงานทางดานพชและสวนของนสต นกศกษาจากสถาบนตางๆ เชน วทยาลยเกษตรกรรม จงหวดลำปาง วทยาลยเกษตรกรรมสายใหญ จงหวดนครศรธรรมราช เปนตน

สวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร เปนสถานททศนศกษาโดยโรงเรยนตางๆ นำนกเรยนมาทศนศกษาพนธไม และทำกจกรรมประกอบการเรยนในวชาตางๆ โดยผสอนใหนกเรยนมาสงเกตและทำรายงานเกยวกบพนธไม

สวนประตเมอง ใหบรการความรหลายประการ เชน ใชเปนสถานทจดทศนศกษา โรงเรยนนำนกเรยนมาทศนศกษาเกยวกบพนธไมหรอทำกจกรรมประกอบการศกษาในวชาตางๆ

สวนสราญรมย ใชเปนสถานทจดกจกรรมนอกหองเรยนของโรงเรยน เชน การทศนศกษาของนกเรยนและคร

สวนศรเมอง จดกจกรรมการฝกอบรมการดแลสวนและตนไมมการรบนสต นกศกษามาฝกงานในดานการดแลสวนและตนไม โดยวทยากรของสำนกงานสวนสาธารณะเปนผใหความร หลกสตรการฝกอบรมมทงการอบรมในชนเรยน และการฝกงานในสถานทจรงสวนศรเมองจดสงเจาหนาทไปเปนวทยากรใหความรดานตนไมหรอการดแลพนธไม ขนกบสถาบนทตดตอขอความรวมมอ นอกจากนนใชเปนสถานทสำหรบศกษาดงานของหนวยงานทงในและตางประเทศทสนใจดานสวนและพชพนธไมเขามาศกษาดงานอยางตอเนอง

181สวนสาธารณะ

สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ ใชเปนสถานทจดกจกรรมทศนศกษา ทำกจกรรมเพอศกษาสตว เขาคายลกเสอ เรยนรเรองกฎจราจรของโรงเรยนตางๆ ใหกบนกเรยนในระดบประถมศกษาและมธยมศกษา นอกจากน เปนสถานทฝกงานทางดานพชสวนและสตวของนกศกษาสถาบนตางๆ เชน วทยาลยเกษตรกรรมจงหวดสงขลามหาวทยาลยสงขลานครนทร มหาวทยาลยราชภฏสงขลา มหาวทยาลยทกษณ เปนตน

3. การจดสวนสาธารณะเปนศนยกลางการจดกจกรรมทางวชาการนนทนาการ ศลปวฒนธรรม และงานประเพณในเทศกาลตางๆ

สวนสาธารณะบางแหงไดจดใหเปนศนยการจดกจกรรมของชมชน อาท

สวนลานนา ร. 9 ใชเปนสถานทจดกจกรรมในวนสำคญ เชนวนลานนาพฤกษชาต กลาวคอ เปนวนทจดเกยวกบพนธไมตางๆหรองานวนเดก เปนตน จดโดยเทศบาล หรอหนวยงานภายนอก

สวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร ใชเปนสถานทจดกจกรรมในวนสำคญ เชน วนเดก วนสงกรานต เปนตน งานดงกลาวจดโดยเทศบาล หรอหนวยงานภายนอก

สวนประตเมอง มการจดกจกรรมการออกกำลงกาย เชนการเตนแอโรบค เปนตน

สวนสราญรมย ใชเปนทจดกจกรรมในวนสำคญ และกจกรรมของชมชน งานดงกลาวจดโดยเทศบาลหรอหนวยงานภายนอก

182 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

สวนศรเมอง ใชเปนสถานทจดกจกรรมวนสำคญทางประเพณเชน วนสงกรานต วนขนปใหม เปนตน

สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ ใชเปนสถานทจดงานในเทศกาลสำคญ เชน วนสงกรานต วนปใหม วนลอยกระทงงานกาชาด งานดานวฒนธรรมภาคใต รวมทงเปนสถานทในการออกกำลงกายในรปแบบตางๆ เชน เดน วง และปนจกรยาน เปนตน

ทกสวนสาธารณะในตางจงหวดเปนสถานท จ ดกจกรรมนนทนาการ ศลปวฒนธรรมและประเพณ บางสวนสาธารณะทมกจกรรมทางวชาการ โดยเปนทตงของหนวยงานบางหนวยงาน เชน

สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ เป นท ต งของหอจดหมายเหตแหงชาตและหอสมดแหงชาต ทำใหเปนสถานท จดงานวชาการของสวนสาธารณะไปในตว

สวนศรเมอง จงหวดระยอง เปนทตงของหองสมดเทศบาลมหนวยงานการศกษาของเทศบาลตงอย

สวนสาธารณะในกรงเทพมหานคร สวนใหญเปนสวนสาธารณะทเปนศนยกลางของชมชน จดกจกรรมดานนนทนาการเปนสวนใหญ เชนสวนลมพน สวนวชรเบญจทศ สวนจตจกร สวนสมเดจพระนางเจาสรกต ฯ และ สวนหลวง ร.๙ เปนตน อยางไรกตาม สวนลมพนเปนแหลงกจกรรมทางการศกษา เพราะมหนวยงานของกรงเทพมหานครเชน หองสมดประชาชนกรงเทพมหานคร สวนลมพน ศนยสรางโอกาสเดก ศนยฝกอาชพ และศนยเยาวชน เปนตน

183สวนสาธารณะ

4. การจดสวนสาธารณะเปนศนยกลางการจดกจกรรมการศกษาตอเนอง การฝกอบรม การประชมสมมนาทางวชาการของหนวยงานทงในและตางประเทศ

สวนหลวง ร.๙ เปนสถาบนจดฝกอบรมสำหรบงานทเกยวกบการดแลสวนและตนไมสำหรบประชาชนทวไป จดโดยสำนกงานสวนสาธารณะ วทยากรจากสำนกงานสวนสาธารณะเปนผใหความรหลกสตรการฝกอบรมมทงการอบรมในชนเรยน และการฝกงานในสถานทจรง หลงจากเสรจสนการฝกอบรมแลว จะไดรบประกาศนยบตรรบรอง ซงผเขารบการอบรมสวนใหญมความพอใจหลกสตรดงกลาวเปนอยางยง นอกจากน สวนหลวง ร. ๙ เปนสถานทสำหรบศกษาดงานจากหนวยงานทงในประเทศและตางประเทศทมความสนใจดานสวนและพชพนธไมมาศกษาดงานอยางตอเนองตลอดป เชน ประเทศอสราเอล และประเทศองกฤษ เปนตน

สวนลมพน การจดกจกรรมดนก โดยสวนลมพนรวมกบบรษทเทเลคอมเอเชย ในการจดหลกสตรดนก สำหรบเดก เยาวชนและประชาชนท วไป มวทยากรของสำนกงานสวนสาธารณะเปนผ ใหความรรวมกบเจาหนาทของบรษทเทเลคอมเอเชย หลกสตรมท งการอบรมในชนเรยน และการดนกในสถานทจรง นอกจากนนยงเปนสถานทสำหรบดงานจากหนวยงานทงในและตางประเทศทสนใจดานสวนและพชพนธไมมาศกษาดงานตลอดป นบไดวามการจดกจกรรมการเรยนรทสงเสรมการศกษานอกระบบไดหลากหลาย

สวนวชรเบญจทศ จดกจกรรมดนก การดผเสอ การอบรมเรองกฎจราจร และการเขาคายพกแรม โดยรวมมอกบหนวยงานของกรงเทพมหานคร และหนวยงานเอกชน การจดหลกสตรสำหรบเดก

184 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

และเยาวชน มวทยากรของสำนกงานสวนสาธารณะเปนผใหความรรวมกบเจาหนาทของหนวยงานนนๆ โดยหลกสตรมทงการอบรมในชนเรยน และการปฏบตจรง

สวนลานนา ร.9 เปนสถาบนฝกอบรมสำหรบงานเกยวกบการดแลสวนและตนไม เปดสำหรบประชาชนทวไป จดโดยสำนกงานสวนสาธารณะ มวทยากรของสำนกงานสวนสาธารณะเปนผใหความรและหลกสตรการฝกอบรมไดเนนการฝกปฏบต จร งเปนสำคญนอกจากนนสวนลานนา ร. 9 ไดจดสงเจาหนาทไปเปนวทยากรใหความรทางตนไม หรอการดแลพนธ ไม ข นกบสถาบนจะตดตอขอความรวมมอใหเปนวทยากร นอกจากนนยงเปนสถานทสำหรบศกษาดงานโดยเปนสถานทท หนวยงานทงในและตางประเทศทสนใจดานสวนและพชพนธไมมาศกษาดงานอยางตอเนอง

สวนบวกหาด จดกจกรรมการฝกอบรม เปนสถาบนฝกงานดานการดแลสวนและตนไมสำหรบประชาชนทวไป มวทยากรของสำนกงานสวนสาธารณะเปนผใหความร หลกสตรการฝกอบรมมทงการฝกอบรมในชนเรยน และการฝกงานในสถานทจรง นอกจากนนสวนบวกหาดไดสงเจาหนาทไปเปนวทยากรใหความรทางตนไมหรอการดแลพนธไมแกหนวยงานภายนอก ขนกบวาสถาบนใดทตดตอขอวทยากรมา นอกจากน น ใชเปนสถานท สำหรบศกษาดงานโดยใชเปนสถานททหนวยงานทงในและตางประเทศทมความสนใจดานสวนและพชพนธไมมาศกษาดงานอยางตอเนอง

สวนสาธารณะ 200 ป บงแกนนคร จดกจกรรมตางๆ เชนการสอนวาดรปใหแกเดก นอกจากน น สวนสาธารณะ 200 ปบงแกนนคร สงเจาหนาทไปเปนวทยากรใหความรดานตนไมหรอ

185สวนสาธารณะ

การดแลพนธไม โดยขนกบสถาบนทจะตดตอขอวทยากรมาใหความรอกทงเปนสถานทสำหรบการศกษาดงาน โดยเปนสถานททหนวยงานทงในและตางประเทศทสนใจดานสวนและพชพนธไมมาศกษาดงานอยางตอเนอง

สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ จดการฝกอบรมเรองกฎจราจร โดยรวมมอกบบรษท ฮอนดา ประเทศไทย จำกด สำหรบเดกและเยาวชน โดยวทยากรจากเทศบาลนครหาดใหญและบรษทฮอนดาเปนผ ใหความร หลกสตรการฝกอบรมมท งการอบรมในชนเรยนและการฝกงานปฏบตในสถานทจำลอง นอกจากนนสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญไดสงเจาหนาทไปเปนวทยากรใหความรดานตนไมและสตวโดยเฉพาะนก ขนกบสถาบนทตดตอขอความรวมมอนอกจากนนยงเปนสถานทสำหรบการศกษาดงาน โดยหนวยงานทงในและตางประเทศทสนใจดานสวนปาและสตว มาศกษาดงานอยางตอเนอง

ตอนท 2 สรปตามวตถประสงคการวจย

1. สภาพปญหาการจดแหลงการเรยนรของสวนสาธารณะ1. ดานการจดการเรยนร

1.1 ดานวทยากร สวนสาธารณะขาดวทยากรใหความรโดยตรง ขาดความตระหนกวา สวนสาธารณะสามารถเปนแหลงการเรยนรของประชาชนได ขาดทกษะการถายทอดความรในรปแบบตางๆ ทงการบรรยาย และการใชสอ

1.2 ดานงบประมาณ สวนสาธารณะไมมการจดงบประมาณเพอสนบสนนการจดการเรยนร มแตงบประมาณดานการดแลสวนสาธารณะเปนสำคญ

186 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

1.3 ดานการจดกจกรรม สวนสาธารณะไมมการจดกจกรรมการเรยนรโดยตรง แตเปดโอกาสใหหนวยงานหรอบคคลภายนอกเขามาจดกจกรรม เชน สำนกพฒนาชมชน กรงเทพมหานคร จดกจกรรมฝกอาชพ หนวยงานเอกชนจดกจกรรม Walk Rally หนวยงานราชการจดการทดสอบสมรรถภาพของกำลงพล เปนตน ปญหาในการจดกจกรรม พบวา กจกรรมการเรยนรท จดยงขาดความหลากหลายจงทำใหประชาชนไมไดเขามาหาความรมากนก ปญหาการถายทอดความรใหแกผเรยน ปญหาทศนศกษาของนกเรยน พบวา สวนใหญครไมไดเพมเตมความรใหแกเดก เปนเพยงการดผาน หากมการใหความรแกนกเรยนเพมเตมกจะทำใหการทศนศกษามประโยชนยงขนนกเรยนไดรบความรกวางขวางและลกซงขน

2. ดานบคลากรจำนวนบคลากรทมอยไมเพยงพอ เมอเปรยบเทยบกบจำนวน

พนทของสวนสาธารณะ รวมทงเมอขาดบคลากรกไมสามารถหามาทดแทนได ลกจางไมมสวสดการเพยงพอ บางครงมปญหาขาดการประสานงานทดระหวางหนวยงาน จงทำใหงานลาชา

3. ดานสภาพแวดลอมทวไป3.1 ความสะอาด ประชาชนทมาใชบรการไมชวยรกษาความ

สะอาด ประชาชนนำอาหารมารบประทานในสวนแลวไมทงขยะตามถงขยะท จดให จงเปนภาระของเจาหนาท ในการทำความสะอาดในขณะทเจาหนาทมจำนวนนอยเมอเปรยบเทยบกบพนทสวนสาธารณะทตองดแล ปญหาคนมวสมในสวนสาธารณะ การดแลไมทวถงของเจาหนาท และการรวมกลมของวยรนหรอประชาชนบางกลม ซงมพฤตกรรมไมเหมาะสม

187สวนสาธารณะ

3.2 อปกรณชำรด อปกรณของสวนสาธารณะบางแหงชำรดเนองจากประชาชนทำชำรดเสยหาย เชน ปายตดตามทางเดนตางๆเปนตน

3.3 งบประมาณในการบำรงรกษา งบประมาณทไดมจำนวนจำกดจงไมเพยงพอตอการบำรงรกษาและพฒนาสวนสาธารณะไดอยางเตมท

2. ขอเสนอเชงนโยบายสงเสรมการเรยนรของสวนสาธารณะทมตอการศกษาในระบบ นอกระบบ และการศกษาตามอธยาศย

นโยบายการจดสวนสาธารณะของกรงเทพมหานคร คอ1. เพมคณคาและยกระดบคณภาพชวตของคนกรงเทพมหานคร

ผานแหลงการเรยนรตลอดชวตในสวนสาธารณะโดยการสรางเสรมประสบการณชวต และการเรยนรทมคณภาพแกประชาชนผใชบรการโดยจดเปนแหลงนนทนาการเปดสำหรบประชาชน เพอใหไดใชประโยชนจากสวนสาธารณะอยางคมคามากทสด

2. เปน “หองเรยนธรรมชาต” สำหรบเปนแหลงศกษาพฤกษศาสตรตามฤดกาลของเยาวชนและประชาชนทวไป เพอใหเกดความหลากหลายในการใชบรการของประชาชน

3. ดแล บำรงรกษา พฒนาสวนสาธารณะ รวมทงสงอำนวยความสะดวกตางๆ ใหอยในสภาพทสมบรณ เพอประโยชนและความพงพอใจในการใชบรการของประชาชน

สวนสาธารณะในเขตตางจงหวด มไดมนโยบายสงเสรมการเรยนรในสวนสาธารณะ เพอการศกษาในระบบและการศกษานอกระบบ แตเนนการศกษาตามอธยาศยมากกวา โดยเฉพาะดาน

188 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

การพกผอนหยอนใจ ซงนโยบายดงกลาว เปนนโยบายหลกในการจดสวนสาธารณะ

นโยบายการสงเสรมการเรยนร ของสวนสาธารณะท มตอการสงเสรมการศกษา 3 รปแบบ ควรมลกษณะดงน

1. จดสวนสาธารณะใหเปนแหลงการเรยนร ตามอธยาศยและเปนแหลงพกผอนหยอนใจของประชาชนทกเพศ ทกวย ไดมโอกาสเพมพนความร เพอพฒนาคณภาพชวตอยางกวางขวางและตอเนอง

2. จดสวนสาธารณะใหเปนแหลงวทยาการสำหรบนกเรยนนกศกษา ในการแสวงหาความรเพมเตม เปนการเสรมการศกษาในระบบใหสมบรณยงขน โดยเฉพาะในดานพนธไมและพนธนกชนดตางๆ

3. จดสวนสาธารณะใหเปนศนยกลางของชมชนในการจดกจกรรมทางวชาการทเก ยวของกบพนธพชและพนธนก กจกรรมนนทนาการ เชน การออกกำลงกาย กจกรรมทางศลปวฒนธรรมของชมชน และงานประเพณในเทศกาลตางๆ

4. จดสวนสาธารณะใหเปนศนยกลางการจดกจกรรมดานการศกษาตอเนอง การฝกอบรมและการประชมสมมนาทางวชาการของหนวยงานทงในและตางประเทศ

3. มาตรฐานการจดการเรยนรของสวนสาธารณะมาตรฐานการจดการเรยนรของสวนสาธารณะมองคประกอบ

ดงน1. จดใหมกจกรรมทสงเสรมการเรยนรตามอธยาศยและเปน

แหลงพกผอนหยอนใจ เพอใหประชาชนไดมโอกาสเพมพนความรเพอพฒนาคณภาพชวตอยางกวางขวางและตอเนอง ดงน

189สวนสาธารณะ

1) ใหประชาชนรจกการใชเวลาวางใหเปนประโยชน รกการออกกำลงกาย การนนทนาการตางๆ ดวยการจดกจกรรมการใชเวลาวางเพอสขภาพ มความสนกสนาน เพลดเพลนอยางหลากหลายในสวนสาธารณะ เชน การเตนแอโรบค การฝกโยคะ การขจกรยาน การพายเรอการวง การทำกจกรรมศลปะในสวน เปนตน

2) สงเสรมการจดนทรรศการความรในสวนสาธารณะ เชนพพธภณฑทองถน หรอการจดนทรรศการใหความรเกยวกบพนธไมตางๆในสวนสาธารณะ เปนตน นอกจากน ควรจดแผนพบแสดงแผนทของสวนสาธารณะ ตลอดจนชอพนธไมตางๆ ทมอย เพอใหความรแกผสนใจสามารถศกษาไดดวยตนเอง

3) สงเสรมการใหบรการขอมลขาวสารเกยวกบพฤกษศาสตรแกประชาชนทสนใจ โดยจดเปนศนยขอมลขาวสารประจำสวนสาธารณะทประชาชนทกคนสามารถเขาไปศกษา หาความรไดดวยตนเองตลอดเวลาและจดขอมลสารสนเทศบรการดวยระบบออนไลนทประชาชนสามารถเขาถงไดจากทกหนทกแหง โดยไมจำเปนตองมาเขารบบรการจากสวนสาธารณะ อกทงประชาชนสามารถแสดงความคดเหนเกยวกบการพฒนาสวนสาธารณะในชมชนของตนไดดวยตนเองอกดวย

2. จดใหสวนสาธารณะเปนแหลงวทยาการสำหรบนกเรยนนกศกษาในการแสวงหาความรเพมเตม เพอเปนการเสรมการศกษาในระบบใหสมบรณยงขน โดยการประสานงานกบโรงเรยน มหาวทยาลยและสถาบนการศกษาตางๆ ทมอยในชมชน สงเสรมการจดการศกษาในระบบโรงเรยน เชน การพานกเรยนมาทศนศกษา ภายใตจดมงหมายทชดเจนของการศกษา การรบนสตนกศกษาฝกงานในสวนสาธารณะการจดมคคเทศกประจำสวนสาธารณะเพออธบาย ชแจงพนธไมตางๆ

190 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ทมอยในสวนสาธารณะ เปนตน3. จดใหมกจกรรมทเกยวของกบชมชนในสวนสาธารณะโดย

จดสวนสาธารณะใหเปนศนยกลางของชมชนในการจดกจกรรมตางๆทงทางศลปวฒนธรรมของชมชน ประเพณในเทศกาลตางๆ ของชมชนกจกรรมทางวชาการและกจกรรมนนทนาการ

4. จดกจกรรมทม งการศกษาตอเนอง เปนการสงเสรมจดการศกษานอกระบบโรงเรยน เชน การสมมนาเกยวกบพนธพชพนธไมทงในระดบประเทศและระหวางประเทศ การฝกอบรมระยะสนใหแกประชาชนทมาใชสวนสาธารณะ เชน การฝกอบรมการจดสวน การฝกอบรมการดแลการปลกตนไม การกำจดขยะตามธรรมชาต เปนตน และการฝกอบรมอนๆ ตามความตองการของชมชน เชน การฝกอบรมอาชพโดยประสานงานกบหนวยงานทรบผดชอบโดยตรง

5. จดกจกรรมทางการศกษาทสนองความแตกตางระหวางบคคลเนองจากประชาชนทเขามาใชบรการในสวนสาธารณะมความหลากหลายดานอาย เพศ อาชพ พนฐานทางเศรษฐกจ และสงคม

6. พฒนาใหสวนสาธารณะเปนศนยกลางความรวมมอของชมชนและองคกรตางๆ ในชมชน ควรสงเสรมใหประชาชนมสวนรวมในการพฒนาสวนสาธารณะของตนเอง โดยดงศกยภาพของชมชน องคกรธรกจเอกชนตางๆ เขามารวมสนบสนนใหความชวยเหลอ ไมวาจะเปนงบประมาณ วสด อปกรณ วทยากร เปนตน เพอพฒนาสวนสาธารณะใหเปนศนยกลางของกจกรรมการเรยนรทกรปแบบของชมชนอยางแทจรง

7. สงเสรมเครอขายทางสวนสาธารณะ เพอเชอมโยงใหเปนแหลงการเรยนรตลอดชวตอยางแทจรง ควรประสานกบสวนสาธารณะและเครอขายอนๆ ทมอยในชมชน เพอขอความรวมมอทกดาน โดย

191สวนสาธารณะ

มงเนนการพฒนาสวนสาธารณะใหมความเปนเอกลกษณของตนเอง เชนเอกลกษณประจำทองถนของตน วฒนธรรมเอกลกษณประจำทองถนหรอพนธไมทนำมาทำสนคา OTOP ของทองถน เปนตน

8. จดบรรยากาศทเออตอการเรยนร โดยมการพฒนาสถานทของสวนสาธารณะใหมความหลากหลาย แตตองใหความสำคญกบพนทสเขยวมากทสด โดยเกณฑขนตำของพนททควรมในสวนสาธารณะมดงน

- บรเวณพนทสเขยว- บรเวณหองฝกอบรมและหองฝกปฏบต- บรเวณบรการกจกรรมพเศษ- บรเวณสงสรรคนนทนาการ- บรเวณนทรรศการ- บรเวณทจอดรถ- บรเวณอาคารสอการศกษา- บรเวณกำจดของเสย

9. จดอบรมและพฒนาบคลากรในสวนสาธารณะใหมความเขาใจและสามารถจดกจกรรมการเรยนรอยางมประสทธภาพ

10. จดระบบการประเมนผลการดำเนนกจกรรมการเรยนรของสวนสาธารณะโดยประชาชน

11. จดการวจยเพอพฒนากจกรรมการเรยนรและนวตกรรมสงเสรมสวนสาธารณะในฐานะเปนแหลงการเรยนรในชมชนอยางสมำเสมอและตอเนอง

192 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

อภปรายผล

1. นโยบายของการจดสวนสาธารณะในเขตกรงเทพมหานครคอ

1) เพอสรางสงแวดลอมทดแกกรงเทพมหานคร2) เพอใหประชาชนในกรงเทพมหานครไดรบความเปน

ธรรมดานสวสดการสงคมอยางทวถงและหลากหลาย นำไปสครอบครวทอบอน เอออาทร

3) เพอสรางความตระหนกในคณคาของศลปวฒนธรรมประเพณ และภมปญญาทองถนของประชาชน

4) เพ อใชกจกรรมกฬา นนทนาการ ศลปวฒนธรรมประเพณ ลดปญหาทางสงคมของกรงเทพมหานคร

นโยบายดงกลาว มความสอดคลองกบแนวคดของอทยานการศกษา ทมวตถประสงคในการจดตงเพอ

1) เปนแหลงใหการศกษาตามอธยาศยและเปนแหลงพกผอนหยอนใจของประชาชนทวไป

2) เปนแหลงวทยาการใหนกเรยนนกศกษาไดแสวงหาความรเพมเตม

3) เปนศนยกลางของชมชนในการจดกจกรรมทางวชาการนนทนาการ ศลปวฒนธรรมและงานประเพณในเทศกาลตางๆ

4) เปนศนยกลางจดกจกรรมการศกษาตอเนอง การฝกอบรม และการประชมสมมนาวชาการของหนวยงานทงในและระหวางประเทศ

193สวนสาธารณะ

สวนสาธารณะตองมขอคำนงในการจดกจกรรมถายทอดความร3 ประเดน คอ

1) มงจดกจกรรมเพอสนองความแตกตางระหวางบคคลโดยใชวธการเรยนรดวยตนเองจากสอการศกษา เพอพฒนามนษยตามเอกภาพของแตละบคคล เนองจากประชาชนทเขามาใชบรการในสวนสาธารณะมความหลากหลาย ทงผสงอายจนถงเดก ทงผหญงและผชายแตละคนมอาชพ พนฐานทางเศรษฐกจและสถานะในสงคมทแตกตางกนสวนสาธารณะจะตองคำนงเสมอวา การจดการศกษาของสวนสาธารณะเปนการจดการศกษามวลชน ในรปแบบการศกษาตลอดชวตทตองสนองตอบความแตกตางระหวางบคคล

2) มงจดกจกรรมศกษาอยางตอเนอง เปนการจดกจกรรมทสงเสรมการศกษานอกระบบ เพอสนองตอบการพฒนากำลงคนหรอพฒนาบคลากรตามความตองการของผเรยนเอง รวมทงชมชนและสงคม

3) มงใหผใชบรการสวนสาธารณะไดรบการศกษาทรนรมยโดยจดกจกรรมทเหมาะสมกบพฤตกรรมการเรยนรของกลมเปาหมายเพอใหกลมเปาหมายไดรบประสบการณ 2 ประการ คอ

- ไดรบการศกษา ฝกอบรมดวยการลงมอปฏบตดวยตนเอง

- ไดมความสำเรจเปนระยะ จากการเขารวมกจกรรมหลกสตรระยะสน

2. นโยบายการจดสวนสาธารณะใหเปนแหลงการเรยนรตลอดชวตทมงเสนอใหมการบรการดานระบบเทคโนโลยสารสนเทศและการสอสารและสรางเครอขายสวนสาธารณะเพอเชอมโยงแหลงความร เพมจำนวนสวนสาธารณะเชงรกใหครบทกเขตในกรงเทพมหานคร ตลอดจนสงเสรม

194 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ใหประชาชนมนสยรกการอานและศกษาคนควา และรจกการใชเวลาวางใหเปนประโยชน โดยการจดกจกรรมสงเสรมการอานใหมความหลากหลาย เปนนโยบายทสอดคลองกบการพฒนาประเทศตามแผนพฒนาประเทศทมงเนนการพฒนาศกยภาพของบคคลและองคความรเปนสำคญ ดงการประชมคณะกรรมการพฒนาขดความสามารถในการแขงขนของประเทศ ณ หองสเขยว ตกไทยคฟา ทำเนยบรฐบาล เมอวนจนทรท 1 มนาคม 2547 ฯพณฯ พ.ต.ท.ทกษณ ชนวตร นายกรฐมนตรไดใหขอคดในการพฒนาขดความสามารถในการแขงขนของประเทศวาตองใหความสำคญ 2 เรอง ไดแก การพฒนาคนและการสรางระบบโดยตองพฒนาคน จตใจคน ความสำนก ความรบผดชอบ และสรางระบบเพอใหคนทเกงและ มความรไดแสดงศกยภาพ

นอกจากน นโยบายดงกลาวยงสนองการเรยนรตลอดชวตโดยถอวา สวนสาธารณะเปนเครองมอของการเรยนรตลอดชวตของบคคลทกเพศ ทกวย ทกกลมในสงคม สามารถชวยสงเสรมและพฒนาความรของบคคล โดยเปนการพฒนาความรทง 2 ประเภท ของบคคลคอ ความรในคนซงเปนความรในสมองคน เปนความรทเชอมโยงกบประสบการณ ความเชอ คานยม ไมสามารถถายทอดออกมาไดทงหมดหรอเปนความรในโลกความเปนจรง สวนสาธารณะมสวนชวยสนบสนนใหเกดการจดการความร โดยการผสมผสานความร ของตนเองความรจากสอสงพมพ หรอสออเลกทรอนกส และสอทเปนของจรงเขาดวยกน เพอปรบและประยกตไปใชจรง โดยความรทผสมผสานนนจะนำสการปฏบตทใชความรเปนฐาน เชน ปจจบนความรมใชเพยงสารสนเทศทประมวลมาจากขอมลเทานน หากความรเปนทนปญญาทนความรสำหรบการสรางคณคาและมลคาของการจดการความร

195สวนสาธารณะ

เปนกระบวนการใชทนปญญานำไปสรางคณคาและมลคาซงอาจเปนมลคาทางธรกจ หรอคณคาทางสงคมกได

3. กจกรรมสงเสรมและสนบสนนการเรยนรโดยสวนสาธารณะมความหลากหลายและสอดคลองกบความตองการความสนใจของกลมบคคลตางๆ ในสงคม ตลอดจนมงสนบสนนการศกษาทง 3 รปแบบไมวาจะเปนการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบ และการศกษาตามอธยาศย

กจกรรมของสวนสาธารณะสวนใหญมงสการศกษาตามอธยาศยเปนสำคญ โดยใชเปนแหลงทรพยากรการเรยนรหรอแหลงวทยาการดงนน สวนสาธารณะจงเปนแหลงทรพยากรการเรยนรทเปดโอกาสใหนกเรยนทงในระบบโรงเรยนและนอกระบบโรงเรยนไดศกษาคนควาขอมลการเรยนหรอการทำรายงานในทกระดบการศกษา การสงเสรมการศกษานอกระบบ สวนสาธารณะเนนการฝกอบรมระยะส นตามท สวนมเอกลกษณ เชน การสอนเรองการเพาะพนธไม การดนก การใชสวนเปนสถานทศกษาดงานและเปนแหลงจดกจกรรม โดยเฉพาะกจกรรมนนทนาการสำหรบประชาชน

4. กจกรรมการเรยนรตางๆ ทจดขนในสวนสาธารณะ นำไปสการเสวนา แลกเปลยน และแบงปนความรสบคคลอน เปนหวใจสำคญของการเรยนร ของบคคล ความร ท ไดร บของบคคลตางๆจะไมเกดประโยชนหากความรนน ขาดการนำไปสการประยกตใชไดอยางแทจรง สวนสาธารณะเปนสถานททบคคลทำกจกรรมรวมกนทำใหเกดการแลกเปลยนขอมลในดานตางๆ รวมกน เปนการสงเสรมการเรยนรของตนเอง โดยแตละคนไมรตว ประสบการณเปนความรและเปนบอเกดแหงความร ความรตองเชอมโยงกบความเปนจรง

196 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

และความเปนจรงเปนบอเกดของความร เมอคนมความรจะมความเขาใจความซบซอน คนเราใชความร เปนเคร องตดสนสถานการณใหมโดยการเปรยบเทยบกบความรทมอยแลว และใชการตดสนตรวจสอบความพอเพยงของความร ท ตนมอย แลว และเพ มเตมความร จากประสบการณใหม คนมความรจะมความสามารถใชสามญสำนกในการตดสนใจในเรองตางๆ ไดด คณคาและความเชอเปนสวนประกอบทแฝงอยในความรจนเปนเนอเดยวกน ถามคณคาหรอความเชอพนฐานตางกน จะพฒนาความรจากเหตการณเดยวกนออกมาเปนความรคนละชด และแตกตางกนไดอยางมาก ดงนน การเรยนรจากสวนสาธารณะจงเปนการศกษาตามอธยาศยทเกดขน ตามวถชวตทเปนการเรยนรจากประสบการณดงกลาวขางตน

5. กจกรรมการเรยนรในสวนสาธารณะสวนใหญ เปนกจกรรมตามอธยาศยทเปดโอกาสใหประชาชนทกคน ทกเพศ ทกวย รวมทงผดอยโอกาสในลกษณะตางๆ ไดมโอกาสเขารวมกจกรรมอยางเตมท

สถานท ต งของสวนสาธารณะสวนใหญ ต งอย ณ ชมชนทประชาชนในชมชนสามารถไปมาไดสะดวก และพยายามจดตงในททมประชาชนจำนวนมากอาศยอย หรอตองผานเปนประจำ คณะวจยเหนวาสถานทตงเปนปจจยทสำคญประการหนงของการจดตงสวนสาธารณะทำใหประชาชนสามารถเขาถงไดสะดวก และเมอมาถงสวนสาธารณะแลวหากพบความสะดวกสบายในการตดตอสอสาร การไดรบบรการตางๆ อยางประทบใจจากเจาหนาทสวนสาธารณะ จะทำใหการทำกจกรรมตางๆ สามารถดำเนนไปดวยด และประชาชนไดรบความรอยางแทจรง

197สวนสาธารณะ

ขอเสนอแนะ

1. ควรจดสวนสาธารณะใหสอดคลองและสนบสนนการศกษาตลอดชวตของบคคลในสงคม

การเรยนรของบคคลจากสวนสาธารณะ เปนการเรยนรตลอดชวต มการเรยนรทกรปแบบเกดขนในสวนสาธารณะ ประชาชนสามารถเรยนรไดตลอดชวตตงแตเกดจนตาย สวนสาธารณะจงตอบสนองตอธรรมชาตการเรยนรของประชาชนในยคขาวสาร เชนปจจบนน ดงนนสวนสาธารณะจงควรปรบใหมลกษณะของการเรยนรทมความยดหยนตามความตองการของกลมเปาหมายเปนสำคญ กลมเปาหมายสามารถกำหนดวธการเรยนร เวลา เนอหา กจกรรม และการประเมนผลไดดวยตนเอง เพอใหสอดคลองกบความตองการและความสนใจของประชาชนในชมชน จดกจกรรมทตอบสนองตอความแตกตางระหวางบคคล โดยมกจกรรมทหลากหลาย เหมาะสมกบเพศ วย สถานภาพทางอาชพ เศรษฐกจและสงคม

2. ควรจดสวนสาธารณะใหมลกษณะเปนแหลงการเรยนรในชมชน(Local Community Learning Resource Center)

เนองจากสวนสาธารณะแตละแหงไดจดตงอยในชมชนตามทองถนตางๆ ของประเทศ ดงนน การจดสวนสาธารณะแตละแหงจงควรมเอกลกษณของแตละทองถ น ควรจดใหมลกษณะเปนแหลงการเรยนรในชมชนทมขอมลตางๆ ของทองถนนน เชน ขอมลพนธไมในทองถน ฯลฯ และจดทำระบบสารสนเทศเกยวกบเอกลกษณของพนธไมในชมชนควรตองออนไลน เพอใหประชาชนไดแสวงหาขอมล

198 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

สารสนเทศไดอยางสะดวกสบาย รวดเรว รวมทงควรเปนขอมลทมความถกตอง นาเชอถอ

การบรการดานการเรยนรของสวนสาธารณะทมลกษณะเปนแหลงการเรยนรในชมชน ควรมบรการความรจากสอประเภทตางๆดงกลาวขางตน รวมถงการเชอเชญผรในชมชนมาใหความร บรรยายอภปราย สมมนา ตามกำหนดการทประกาศไวลวงหนา เพอใหผสนใจไดลงมอปฏบตจรง มโอกาสแลกเปลยนประสบการณระหวางผสนใจดวยกนเอง ตลอดจนควรจดสวนสาธารณะทมภมทศนรมรน มการปลกตนไมโดยรอบ มชองทางเดนสสวนภายนอกทมภมทศนเหมาะสมมไมดอกไมประดบ นำพ และนำตกอยางสวยงาม เพอสงเสรมบรรยากาศทสดชน ทงภายนอกและภายในสวนสาธารณะดวย รวมทงมสวนแสดงนทรรศการ ขอมลเอกลกษณของทองถน ควรเปนแหลงการเรยนรทเนนการศกษาอยางตอเนอง มการจดการฝกอบรมและการสมมนา เปนตน

3. ควรสนบสนนสวนสาธารณะใหเปนเครอขายแหงการเรยนรการสงเสรมเครอขายสวนสาธารณะ เพอเชอมโยงใหเปนแหลง

การเรยนรตลอดชวตอยางแทจรง ควรประสานกบสวนสาธารณะและเครอขายอนๆ ทมอยในชมชน เพอขอความรวมมอทกดาน โดยมงเนนการพฒนาสวนสาธารณะใหมความเปนเอกลกษณของตนเอง เชนมเอกลกษณประจำทองถน วฒนธรรมเอกลกษณประจำทองถน เชนการจดสวนสมนไพรไทย ทองถนในประเทศไทยมชอเสยงในดานนมากหรอพนธ ไมท นำมาทำสนคา OTOP ของทองถ น รวมทง พฒนาสวนสาธารณะใหเปนสวนพฤกษศาสตร เปนตน

199สวนสาธารณะ

4. ควรจดสวนสาธารณะใหมความสนกสนาน รนรมยและมชวตชวาการจดสวนสาธารณะใหมชวตชวา หมายความวา การจด

กจกรรมตางๆ ในสวนสาธารณะใหสนกสนาน เปดโอกาสใหประชาชนไดลงมอปฏบตและไดรบความรดวย โดยเปนการเรยนรจากกจกรรมทเปนสาระบนเทงอยางหลากหลาย

การจดกจกรรมใหเหมาะสมกบพฤตกรรมการเรยนร ของกลมเปาหมาย กลาวคอ กลมเปาหมายไดเรยนรโดยการปฏบตจรงและเนอหาในการจดกจกรรมควรใชเวลาสนๆ การทำกจกรรมจะทำใหกลมเปาหมายรสกถงความสำเรจ นอกจากน กจกรรมตองมความหลากหลาย เปนกจกรรมทใชเวลาวางใหเปนประโยชน มความสนกสนานเพลดเพลน เชน การเตนแอโรบค การเดน การวง การข จกรยานการเลนโยคะ การฟงดนตรในสวน และการทำงานศลปะ รวมทงการชนชมกบพนธไมและพนธนก

การเปดโอกาสใหชมชนเขามามสวนรวมในกจกรรมของสวนสาธารณะ มความสำคญยงตอการจดสวนสาธารณะใหมชวตชวากจกรรมบางอยางของชมชนอาจนำมาจดในสวนสาธารณะไดอยางเหมาะสม เชน กจกรรมวนพอ กจกรรมวนแม และกจกรรมวนเดกเปนตน

การจดนทรรศการใหความรตางๆ แกประชาชน ควรมความนาสนใจ ทนสมย และสอดคลองกบเอกลกษณและสถานการณของชมชน อกทงแหลงทตงของสวนสาธารณะกมความสำคญ สวนสาธารณะควรตงอยใจกลางชมชน ควรเปนทางเลอกใหแกประชาชนในการใชเวลาวางแทนการไปหางสรรพสนคาหรอไปสถานบนเทง

200 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

5. ควรกำหนดมาตรฐานการเรยนรการจดสวนสาธารณะใหประชาชนเกดการเรยนรทกรปแบบ

ผจดจำเปนตองคำนงถงองคประกอบในการกำหนดใหสวนสาธารณะมมาตรฐาน โดยมรายละเอยดดงน

1. การจดทำหลกสตร ในกรณททางสวนสาธารณะตองการจดการศกษาแบบนอกระบบ สวนสาธารณะควรจดทำหลกสตรสมบรณประกอบดวยวตถประสงคของหลกสตร เน อหาสาระ กจกรรมสอการสอน และการประเมนผลใหครบถวน สรางกจกรรมการเรยนรและการประเมนผลใหครบตามกระบวนการ

2. การบรหารการจดการดานการเรยนร ควรจดใหมผผลตทเปนรายบคคลหรอเปนทม หรอกลมสำหรบพฒนาแนวทางการจดการศกษาตามอธยาศยโดยใชสอตางๆ ผลตหลกสตรการศกษานอกระบบเพ อจดทำหลกสตรสำหรบใหความร โดยทมงานจะตองมความร ทางดานการจดหลกสตรการศกษานอกระบบ เพอใหสามารถจดทำหลกสตรไดอยางถกตอง

3. กล มเปาหมาย ในการจดกจกรรมหรอจดทำหลกสตรควรจะกำหนดคณสมบตของกลมเปาหมายใหชดเจน เพอจดกจกรรมหรอจดทำหลกสตรใหตรงตามความตองการของกลมเปาหมาย

4. เนอหา ควรมการจดเนอหาสาระใหตรงกบความแตกตางของแตละบคคล เชน ระดบความร ของกล มเปาหมาย เพศ วยสถานภาพทางเศรษฐกจ สงคม และอาชพ เพ อสามารถนำไปใชไดอยางมประสทธภาพ และบรรลตามวตถประสงคในการจดกจกรรม

5. การจดกจกรรมทสงเสรมการศกษานอกระบบ โดยเฉพาะการฝกอบรมทางสวนสาธารณะ สามารถจดกจกรรมทเหมาะสมได

201สวนสาธารณะ

มวทยากรจากทางสวนสาธารณะเปนผใหความร หลกสตรการฝกอบรมมทงการอบรมในชนเรยน และการฝกปฏบตจรง

สวนสาธารณะยงสามารถสงเจาหนาทไปเปนวทยากรตามสถานทตางๆ โดยใหความรทางดานทเชยวชาญ เชน การดแลพนธไมซงขนอยกบสถาบนใดจะตดตอขอวทยากรมา นอกจากนนเปนสถานทสำหรบศกษาดงาน เปนสถานท ท หนวยงานท งในประเทศและตางประเทศทมความสนใจดานการใชสวนสาธารณะมาดงานอยตลอดปนบไดวามการจดกจกรรมทสงเสรมการศกษานอกระบบไดหลากหลาย

6. วธการจดการเรยนการสอนหรอการถายทอดความร ทางดานผสอน ถาเปนการฝกอบรมในเรองทเกยวของกบสวนสาธารณะเจาหนาทสวนสาธารณะสามารถเปนวทยากรเองได โดยเจาหนาทดงกลาวมคณสมบตทเหมาะสม เนองจากเปนผทมความรในเรองทอบรมเปนอยางด และเปนการใชบคลากรภายใน การใหบรการดานความรแกประชาชนไดอยางเหมาะสม ถาเปนการใหความรตามอธยาศยควรใชสอรปแบบตางๆ ทงสอสงพมพและสออเลกทรอนกส

7. การวดและประเมนผล ในการประเมนผลการเรยนร การจดกจกรรมการศกษานอกระบบ การอบรมสามารถประเมนผลโดยการประเมนภาคปฏบต ไดแก การวดผลงานทไดจากการปฏบตถาผฝกอบรมสามารถปฏบตไดครบตามวตถประสงคของ การอบรมถอวาผานการอบรม ไดประกาศนยบตรและการประเมนความพอใจในการฝกอบรม โดยมวตถประสงคเพอสอบถามความพงพอใจเกยวกบการเขารบการฝกอบรม เพอประโยชนในการเปนขอมลทจะนำไปปรบปรงหลกสตรการฝกอบรมในอนาคต โดยการใชแบบสอบถามผเขารบการฝกอบรม สำหรบการศกษาตามอธยาศยและการสงเสรม

202 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

การศกษาในระบบ ใชรปแบบการสอบถามความพงพอใจหรอสมภาษณโดยไมเจาะจง

8. การประสานงาน การจดการเรยนรสามารถประสานงานกบหนวยงานอนๆ ใหมาจดกจกรรมในสวนสาธารณะได โดยใชพนทบรเวณสวนสาธารณะทำกจกรรมตางๆ เชน ใชเปนทจดนทรรศการตางๆทนาสนใจ เปนตน

9. การมสวนรวมของชมชน สามารถชกชวนประชาชนทงในชมชนใกลเคยงและทหางไกลมารวมกจกรรมได โดยการประชาสมพนธกจกรรมหรอหลกสตรใหเปนทรจกตามสอตางๆ เชน รายการวทยทองถน หรอหนงสอพมพทองถน ปายประกาศหนาสวนสาธารณะเปนตน

10. งบประมาณ ในการจดตงเปนแหลงการเรยนรนน ทางหนวยงานควรจะจดสรรงบประมาณเฉพาะ เพอทจะไดนำงบประมาณนนมาเปนคาใชจายในการดำเนนการพฒนาใหเปนแหลงการเรยนร ตามมาตรฐาน หรอทางสวนสาธารณะควรพฒนาหนวยงานใหหางบประมาณไดดวยตนเอง โดยการเพาะพนธไมเพอขายเปนรายไดในการพฒนาสวนสาธารณะใหเปนแหลงการเรยนรตอไป

6. ควรมการพฒนาบคลากรการพฒนาบคลากรใหมความร ความเขาใจเก ยวกบการ

จดสวนสาธารณะเพอเปนแหลงการเรยนร บทบาทหนาทของบคลากรในการสนบสนนการจดแหลงการเรยนรตลอดชวตโดยการฝกอบรมเชงพฒนาอยางตอเนองและสมำเสมอ อนจะนำไปสความเขาใจและตระหนกในความสำคญของสวนสาธารณะในฐานะของแหลงการเรยนรของชมชน

203สวนสาธารณะ

7. ควรมการวจยและพฒนาการวจยและพฒนาองคความร เพอจดสวนสาธารณะอยางม

ประสทธภาพ โดยมงพฒนาพนฐานขอมลใหเปนแหลงการเรยนรตลอดชวตอยางแทจรง และสอดคลองกบความพรอมและศกยภาพของสวนสาธารณะ

8. ควรมสวนรวมของชมชนสงเสรมการมสวนรวมของชมชน โดยการนำพนธมตร หนสวน

ในชมชน เครอขาย ตลอดจนประชาชนในชมชน ใหมสวนรวมใหมากทสดเพอพฒนาสวนสาธารณะใหเปนแหลงการเรยนรตลอดชวต

204 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

205สวนสาธารณะ

กตตศกด วจตรรฐกานต. สมภาษณ 14 กรกฎาคม 2547กรงเทพมหานคร,สำนกสวสดการสงคม. (2543) แผนยทธศาสตร

สวสดการสงคม กรงเทพมหานคร ปงบประมาณ 2544-2548. กรงเทพฯ : ฮวนำ พรนตง.

กรงเทพมหานคร,สำนกสวสดการสงคม,สำนกงานสวนสาธารณะ. (2544) สวนและตนไม ประจำป 2544. กรงเทพฯ : อารตฟารม. (2545) สวนและตนไม ประจำป 2545. กรงเทพฯ :โรงพมพครสภา ลาดพราว.. (2546) สวนและตนไม ประจำป 2546. กรงเทพฯ :โรงพมพองคการรบสงสนคาและพสดภณฑ.

เกอกล พวพรยพนธ. สมภาษณ 19 พฤษภาคม 2547จตตนนท เรองวรยทธ. (2536) แนวการจดหาสวนสาธารณะในพนท

เขตชนในกรงเทพมหานคร วทยานพนธปรญญาวทยาศาสตรมหาบณฑต สาขาวทยาศาสตรส งแวดลอม โครงการสหวทยาการบณฑตศกษา มหาวทยาลยเกษตรศาสตร.

เจษฎา รตนจรณะและ สจภณ แกวเจรญ. สมภาษณ 25 มถนายน 2547.ชนะ โศภารกษ. (2540) ศพทไมโครคอมพวเตอร. กรงเทพฯ :

ศนยหนงสอจฬาฯ.บญเลศ มาแสง. (2532) นอกรวโรงเรยน: กระบวนการนำการศกษา

นอกโรงเร ยนเข าไปหล อหลอมตนเองและส งคม .กรงเทพมหานคร : โรงพมพการศาสนา.

ประเชญ รวมกระโทก. สมภาษณ 27 เมษายน 2547

206 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

ทว อนปญญา. สมภาษณ 29 มถนายน 2547ทองอย แกวไทรฮะ. ทศทางและเปาหมายการดำเนนงานการศกษา

นอกโรงเรยน. วารสารการศกษานอกโรงเรยน, (5-14 มกราคม2543)

นกล ทานาค. สมภาษณ 19 พฤษภาคม 2547ไพโรจน ถวายลาภ. สมภาษณ 11 มถนายน 2547วชร นอยพทกษ. (2536) ความคดเหนของประชาชนทมตอสงอำนวย

ความสะดวก การใหบรการและรปแบบการใชประโยชนจากสวนสาธารณะ ศกษากรณผเขามาใชสวนสาธารณะของกรงเทพมหานคร วทยานพนธปรญญาวทยาศาสตรมหาบณฑตสาขาวทยาศาสตรสงแวดลอม โครงการสหวทยาการระดบบณฑตศกษา มหาวทยาลยเกษตรศาสตร,

สำนกบรหารงานการศกษานอกโรงเรยน กระทรวงศกษาธการ.www.nfe.go.th

สนทร ววจนสนทร. (2537) การกำหนดชนคณภาพลมนำ. กรงเทพฯ :สำนกงานคณะกรรมการสงแวดลอมแหงชาต.

สมนทพย บญสมบต. (2532) ประสบการณทางสงคมในวชาสงคมศกษา. เอกสารการสอนชดวชาการสงคมศกษา.หนวยท 14 นนทบร: มหาวทยาลยสโขทยธรรมาธราช.

สมาล สงขศร. (2545) สมมนาการวจยการศกษานอกระบบ.นนทบร:โรงพมพ มหาวทยาลยสโขทยธรรมาธราช

สรเชษฐ เชษฐมาส และคณะ. (2537) การศกษารปแบบและขนาดทเหมาะสมของพนทสวนสาธารณะในเขตกรงเทพมหานครกรงเทพฯ : คณะวนศาสตร มหาวทยาลยเกษตรศาสตร.

207สวนสาธารณะ

สมพร เชยงทอง. สมภาษณ 19 พฤษภาคม 2547สำนกสวสดการสงคม กรงเทพมหานคร. เปาหมาย(สาขาสวสดการ).

. ยทธศาสตร(สาขาสวสดการ).สำนกงานคณะกรรมการการศกษาแหงชาต. (2542) พระราชบญญต

การศกษาแหงชาต พ.ศ. 2542. กรงเทพฯ. (2545) ตวบงช การเรยนการสอนทผเรยนสำคญทสด.กรงเทพฯ.

ศนยสงเสรมการศกษาตามอธยาศย กรมการศกษานอกโรงเรยน (2545)การจดการศกษานอกระบบ เพอการศกษาศกษาตลอดชวตตามแนวพระราชบญญตการศกษาแหงชาต พ.ศ. 2542กรงเทพฯ.

อตพร พรหมทะสาร. (2543) รปแบบการใชประโยชนจากพนทสเขยวในเขตเมอง : กรณศกษาสวนจตจ กร วทยานพนธศลปศาสตรมหาบณฑต สาขานโยบายและการจดการทรพยากรสงแวดลอม บณฑตวทยาลย มหาวทยาลยเกรก.

เออมพร วสมหมาย. (2527) สวนสาธารณะและสถานทพกผอนหยอนใจ กรงเทพ : ภาควชาพชสวน คณะเกษตรศาสตรมหาวทยาลยเกษตรศาสตร.

อมรเทพ ทองปาน. สมภาษณ 16 มถนายน 2547Edward. R and Usher. R. Lifelong Learning : A Postmodern Condition

of Education. Adult Education Quarterly. Vol.51 No.4(August 2001) : 273-287.

208 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

Eisenberg, Michael, B. Lowe, Carrie, A. Spitzer, Kathlcen, L. (2004)Information Literacy Essential Skills for the Information Age.Westport. Libraries Unlimited.

Good, C.V. (1973) Dictionary of Education. Chicago: McGraw-Hill,Michaelis, J,U. (1978) Social Studies for Children in Democracy :

Recent Trends an Development. 7th ed. New York:Prentice-Hall.

Moon,I, and Moon.E. Libraries. (1991) The New Book ofKnowledge . vol. 11, L. Danbury Connecticut:Grawlier.

209สวนสาธารณะ

ทปรกษาดร.อำรง จนทวานช เลขาธการสภาการศกษาดร.สวสด ตชน ทปรกษาดานระบบการศกษานางสาวสทธาสน วชรบล ผอำนวยสำนกมาตรฐานการศกษา

และพฒนาการเรยนรผวจยรองศาสตราจารย ดร.อาชญญา รตนอบล จฬาลงกรณมหาวทยาลยผชวยศาสตราจารย ดร.สารพนธ ศภวรรณผชวยศาสตราจารย มนสวาสน โกวทยาดร.วระเทพ ปทมเจรญวฒนา

บรรณาธการนางสาวพฒสาร อคคะพ หวหนากลมสงเสรมอาชพและการเรยนร

ตลอดชวตนางสาวสวณา เกนทะนะศล นกวชาการศกษา 7 วนางสาวณตตรา แทนขำ นกวชาการศกษา 5

ผประสานงานวจยนายนภมณฑล สบหมนเปยม นกวชาการศกษา 6นางสาววชชลาวณย พทกษผล นกวชาการศกษา 5

ผประสานงานการพมพนางสาวณตตรา แทนขำ นกวชาการศกษา 5

210 รายงานการวจย การจดการเรยนรของแหลงการเรยนรตลอดชวต

เพอเปนการใชทรพยากรของชาตใหคมคาหากทานไมใชหนงสอเลมนแลว

โปรดมอบใหผอนนำไปใชประโยชนตอไป

top related